รู้หรือไม่!? คนญี่ปุ่นคือผู้ประดิษฐ์ QR Code ขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก!

ทุกวันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก QR Code ที่ทั้งใช้เป็นคูปองและใช้จ่ายแทนเงินสด แต่ใครจะรู้ว่าผู้ที่คิดค้นมันขึ้นมาไม่ใช่ศาตราจารย์ที่ไหน แต่เป็นช่างเทคนิคผู้ชำนาญการที่ทำงานในบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ของญี่ปุ่น เราลองมาถามเรื่องราวความเป็นมาจากผู้ที่ประดิษฐ์มันขึ้นมากัน

QR Code เกิดขึ้นในโรงงาน

คุณมาซาฮิโระ ฮาระวัย 61 ปีคือผู้ประดิษฐ์ QR Code เขาทำงานที่บริษัท DENZO WAVE ดูแลเกี่ยวกับหุ่นยนต์เครื่องจักรที่เมืองอากุอิจังหวัดไอจิ (ในตอนแรกที่ประดิษฐ์ QR Code ขึ้นมายังเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รายใหญ่ชื่อ DENZO แต่ได้แยกแผนกที่ไม่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ขึ้นมาตั้งเป็นบริษัทเมื่อปี 2001 )

คุณมาซาฮิโระ ฮาระทำงานอยู่ในแผนกพัฒนาเครื่องอ่านบาร์โค้ดและเริ่มคิดค้นบาร์โค้ดชนิดใหม่เมื่อปี 1992

Q : สาเหตุที่ทำให้เริ่มพัฒนาคืออะไร?

“มันเริ่มมาจากที่พนักงานในโรงงานเป็นคนร้องขอมาครับ จากการที่บริษัทหันมาผลิตชิ้นส่วนในปริมาณที่น้อยลงแต่เพิ่มประเภทการผลิตแทนการผลิตชิ้นส่วนเดียวในปริมาณมาก ข้อมูลที่ต้องจัดการรวมทั้งการผลิตและการขนส่งสินค้าก็มีปริมาณเพิ่มขึ้น 5-6 เท่า แต่ว่าในตอนนั้นบาร์โค้ดที่ใช้อยู่สามารถใส่ข้อมูลได้เพียงแค่ 20 ตัวอักษร พนักงานในโรงงานจึงต้องอ่านบาร์โค้ดหลาย ๆ ครั้งเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน ทำให้พนักงานบ่นกันว่านอกจากจะทำให้การผลิตไม่มีประสิทธิภาพแล้วยังทำให้เหนื่อยเปล่าอีก ผมจึงคิดว่าจะสร้างโค้ดอันใหม่ที่จะสามารถใส่ข้อมูลได้เยอะขึ้น”

Q : ทางบริษัทเองก็คาดหวังไว้สูงใช่หรือเปล่า?

“บริษัทก็เหมือนจะบอกให้ลองทำดูก่อน การพัฒนาโค้ดเริ่มต้นจากคนเพียงแค่สองคนเองครับ หลังจากเกิดวิกฤติฟองสบู่แตก หัวหน้าก็บอกพวกเราว่าให้สร้างตลาดผู้ใช้งานขึ้นมาโดยไม่ต้องลงเงินทุนสิ ผมคิดว่าจะไม่ผลิตแค่ ‘โค้ดสำหรับโตโยต้า’ ที่ใช้กันในโรงงานเท่านั้น แต่ผมตั้งใจจะให้โค้ดนี้เป็นโค้ดที่ใช้ได้ทั่วโลก แล้วก็ผมผลิตเครื่องอ่านโค้ดขึ้นมาด้วย การที่ทำให้มันเป็นโค้ดที่อ่านง่ายก็สำคัญเหมือนกัน”

ประเทศที่ผลิตโค้ดที่ใส่ข้อมูลตัวอักษรได้มากคือประเทศสหรัฐอเมริกาก็จริง แต่โค้ดที่นักวิชาการหรืออาจารย์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้นมานั้นใช้เวลาในการอ่านข้อมูลนานมากและใช้งานยาก ดังนั้นแล้วไม่ใช่แค่เพิ่มปริมาณข้อมูลในโค้ด แต่การที่ “ต้องอ่านข้อมูลได้แม่นยำและรวดเร็ว” ก็ถือเป็นหัวข้อในการผลิตของคุณฮาระด้วย

ความลับที่ซ่อนอยู่ในสี่เหลี่ยมซ้อนทับกันนี้คือ

Q : ในการประดิษฐ์นี้มีอะไรที่คิดค้นดัดแปลงมารึเปล่า?

“ที่ยากที่สุดคือตอนที่ทดลองเอาโค้ดวางซ้อนทับไปบนตัวอักษร และให้เครื่องเซนเซอร์อ่านเฉพาะโค้ดออกมาให้ได้ครับ เราคิดว่าจะทำให้มันมีจุดบ่งชี้ขอบเขตของโค้ดยังไงดี สุดท้ายแล้วก็มาจบลงที่การใส่สี่เหลี่ยมซ้อนกันสองชั้นไว้ที่มุมสามมุม ซึ่งถือว่าเป็น ‘เครื่องหมายแบ่งเขต’ ของโค้ดครับ”

Q : สี่เหลื่ยมซ้อนทับกันนี่คือความลับที่ทำให้โค้ดไม่กลืนไปกับตัวอักษร?

“เพื่อให้แยกโค้ดออกจากตัวอักษรได้ จำเป็นต้องมีรูปร่างที่มีเอกลักษณ์ เราได้เปรียบเทียบเนื้อที่ของตัวอักษรในแต่ละภาษาที่ใช้กันอยู่ทั่วโลก ทั้งภาษาญี่ปุ่น เกาหลี อังกฤษ จีน ไทย อาหรับ จนค้นพบรูปร่างที่ไม่ได้ใช้ในตัวอักษรขึ้นมา”

“เราใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนในการค้นหารูปร่าง และต่อจากนั้นก็เป็นการเปรียบเทียบสีขาวดำของรูปสี่เหลี่ยม หากเทียบความกว้างของสีดำอันที่อยู่นอกสุดเท่ากับ 1 สีขาวชั้นต่อมาก็จะเท่ากับ 1 สีดำชั้นต่อมาจะเท่ากับ 3 จะรวมกันเป็นอัตรา [1:1:3:1:1] ซึ่งเราบังเอิญโชคดีเจออัตราส่วนนี้พอดี หากไม่พบอัตราส่วนนี้เข้าอาจจะไม่มี QR Code อย่างทุกวันนี้ก็ได้ครับ”

“นอกจากนี้ การวางสี่เหลี่ยมไว้ที่สามมุมแบบนี้จะทำให้รู้ลักษณะภายนอกปล่อยมุมว่างไว้หนึ่งมุม ทำให้สามารถแบ่งแยกโค้ดกับพื้นหลังได้”

ผ่านช่วงเวลาในการคิดค้นพัฒนามา 2 ปี QR Code ที่มีมาจากคำว่า Quick Response ซึ่งหมายถึงโค้ดที่สามารถอ่านข้อมูลได้รวดเร็วและเก็บข้อมูลได้มากกว่า 700 ตัวอักษร ก็สำเร็จขึ้นมาในปี 1994 ซึ่งแม้แต่ตัวอักษรคันจิมันก็สามารถแสดงได้

เนื่องจาก QR Code ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อหวังจะใช้ในโรงงานที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ที่อาจจะเปื้อนน้ำมันหรือสิ่งสกปรกได้ ผู้ผลิตจึงใส่ใจในความทนทานต่อสิ่งสกปรกและการชำรุดเสียหายของมันด้วย เพียงแค่พลิกแพลงข้อมูลที่ใส่ลงไปในโค้ด ถึงแม้โค้ดจะพังเสียหายถึง 30% แต่ก็สามารถอ่านข้อมูลได้อย่างถูกต้อง หลังจากนั้นในปี 2000 QR Code ก็ได้รับการยอมรับในมาตราฐานสากล ISO และได้เริ่มใช้กันแพร่หลายทั่วโลก

ที่ญี่ปุ่นเองเมื่อโทรศัพท์ที่มีฟังชั่นอ่านข้อมูลเริ่มวางขาย QR Code ก็เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว บริษัทที่ผลิต QR Code นั้นได้จดสิทธิบัตร QR Code และได้เผยแพร่ต่อสาธารณะแต่ไม่คิดค่าลิขสิทธิ์แม้แต่นิดเดียว

Q : ทำไมถึงไม่คิดค่าลิขสิทธิ์ทั้ง ๆ ที่มันอาจจะทำเงินได้มหาศาลล่ะ?

“แต่แรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำเพื่อขายอยู่แล้ว แถมบาร์โค้ดเองก็ใช้กันได้ฟรี ๆ ผมก็คิดว่าจะได้เอาโค้ดนี้มาใช้แทนบาร์โค้ด ก็เลยคิดจะเผยแพร่ให้ทุกคนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”

“หลังจากที่คิดค้นมันขึ้นมาแล้วลองดูท่าทีของลูกค้า ดูสภาพการทำงาน การขนส่ง และการผลิตแล้ว ผมก็คิดจะให้นำไปใช้งานกันนั่นแหละครับ แต่ไม่คิดว่ามันจะขยายกว้างขวางไปในกลุ่มคนทั่วไปแบบนี้ หากผมเก็บสิทธิบัตรไว้กับตัว ไม่เผยแพร่มัน มันก็คงจะไม่พัฒนามาไกลจนถึงทุกวันนี้หรอกครับ เพราะแต่ละบริษัทก็แข็งขันกันทำให้เกิดบริการและเทคโนโลยีการอ่านข้อมูลใหม่ ๆ ขึ้นมา ในด้านอุตสาหกรรมและธุรกิจก็มีความต้องการใช้เครื่องอ่านข้อมูลเฉพาะที่รวดเร็ว การผลิตและขายเครื่องอ่านโค้ดก็ถือเป็นรายได้หลักของบริษัทเลยครับ”

QR Code พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง

แม้แต่ตอนนี้คุณฮาระก็กำลังพยายามปรับปรุง QR Code อยู่เรื่อย ๆ หนึ่งในนั้นก็คือการเพิ่มความปลอดภัย หรือก็คือ QR Code แบบล็อกกุญแจที่เรียกว่า “SQRC” นั่นเอง ดูเผิน ๆ จะเหมือนกับ QR Code ทั่ว ๆ ไป แต่ว่ามีโครงสร้างซ้อนทับ 2 ชั้น เป็นข้อมูลที่เปิดเผยได้เมื่อใช้โทรศัพท์มือถือทั่วไปอ่านข้อมูล และข้อมูลความลับที่สามารถอ่านข้อมูลได้จากเครื่องที่ใช้เฉพาะเท่านั้น ซึ่งถูกใช้อยู่ในสถานที่ที่ต้องเก็บข้อมูลส่วนตัว เช่น โรงพยาบาล

อีกอย่างหนึ่งก็คือการใส่ลักษณะพิเศษของใบหน้าเข้าไปใน QR Code เพื่อใช้ในการพัฒนาการใช้งาน ATM โดยไม่ต้องมีบัตร ATM ซึ่งธนาคารคาโกชิม่าได้เริ่มนำมาทดลองใช้แล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

นำเอา QR Code ที่มีข้อมูลลักษณะใบหน้าอยู่ฉายไปที่เครื่องอ่าน
กล้องที่ติดอยู่กับ ATM จะทำการตรวจสอบยืนยันตัวตนโดยอัตโนมัติ

เพียงแค่ผู้ใช้งานมาที่หน้าตู้ ATM อ่าน QR Code และใส่รหัส ATM  ถึงแม้จะไม่มีบัตร ATM ก็สามารถถอนเงินจากบัญชีธนาคารได้ เพราะว่ากล้องทิ่ติดอยู่ที่ตู้ ATM จะทำการถ่ายใบหน้าของผู้ใช้แล้วนำไปวิเคราะห์กับข้อมูลใบหน้าที่อยู่ใน QR Code และทำการตรวจสอบยืนยันตัวตน

นวัตกรรมต่าง ๆ มักจะมาจากสถานที่ปฏิบัติงาน

Q : สมัยนี้ประเทศญี่ปุ่นเริ่มจะไม่มีเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ เกิดขึ้นแล้ว สำหรับช่างเทคนิคผู้ชำนาญการแล้วสิ่งที่สำคัญคืออะไร?

“นวัตกรรมแบ่งเป็น 2 อย่างนะครับ อย่างแรกคือการสร้างสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน อีกอย่างคือนวัตธรรมที่ต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่เดิม สำหรับญี่ปุ่นแล้วผมคิดว่าเราถนัดอย่างหลังมากกว่า เรารับฟังความคิดเห็นของลูกค้า ค่อย ๆ พัฒนามันให้ดีขึ้น ผ่านไป 3-5 ปีก็จะพัฒนากลายเป็นนวัตกรรม”

“บางคนพูดว่าทำไม QR Code ที่แสนจะโลเทคถึงได้แพร่หลายอย่างทุกวันนี้ แต่เพราะมันโลเทคนี่แหละมันถึงสร้างขึ้นมาได้ในต้นทุนต่ำ และเพราะว่ามันโลเทคนี่แหละมันถึงได้ถูกปรับปรุงต่อยอดด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ จนเป็นที่ยอมรับในตลาดทั่วไป ผมคิดว่ามันจะเติบโตต่อไปในฐานะที่เป็นผลิตภัณฑ์อย่างหนึ่งแน่นอน ถ้ามันเป็นเทคโนโลยีที่ไฮเทค ในฐานะที่เป็นผู้ประดิษฐ์มันขึ้นมาก็คงเท่ไม่หยอกเลยครับ แต่ถ้ามันไฮเทค เครื่องที่จะอ่านข้อมูลจากมันก็จะมีราคาสูง และคงไม่แพร่หลายในตลาดอย่างทุกวันนี้”

คุณฮาระที่อายุ 61 ในปีนี้ ตอนนี้ก็ยังทำงานและเสาะแสวงหาสิ่งที่จะนำพาไปสู่นวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่ ปัจจุบัน QR Code ที่เกิดจากความคิดที่ต้องการให้ลูกค้าได้ใช้งานสะดวก ไม่เก็บลิขสิทธิ์ไว้กับตน และต้องการให้คนทั่วไปได้ใช้งานก็แพร่หลายไปทั่วโลก การได้พูดคุยกับคุณฮาระทำให้รู้สึกได้ว่าการพยายามหาทางออกให้กับปัญหาที่อยู่ตรงหน้า แม้ดูเผิน ๆ อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การสั่งสมและต่อยอดความคิดคือเส้นทางลัดที่นำพาให้กำเนิดนวัตกรรมใหม่ ๆ แก่โลกใบนี้

ที่มา: NHK
ผู้แปล A.Tangkwa

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
ลอยละล่องท่องโลกการ์ตูนไปกับเกม Sky Chaser