รายละเอียดชัด ๆ ของสินค้าที่จะได้รับการยกเว้นขึ้นอัตราภาษีใหม่ในญี่ปุ่น

หลาย ๆ คนคงได้ยินข่าวกันแล้วว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2019 เป็นต้นไปทางรัฐบาลญี่ปุ่นจะปรับขึ้นอัตราภาษีอุปโภค (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) จาก 8% เป็น 10% แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และรายได้เฉลี่ยของประชากรในประเทศที่แทบจะไม่เพิ่มขึ้นเลยตลอด 30 ปีหลังวิกฤตฟองสบู่แตก ทำให้รัฐบาลนำมาตรการผ่อนปรนทางภาษีมาใช้ด้วยกับการขึ้นภาษีในครั้งนี้ โดยมาตรการผ่อนปรนหลัก ๆ ก็คือ การคงอัตราภาษีเดิมที่ 8% เอาไว้ให้กับสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน คราวนี้เราจะมาให้รายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าประเภทไหนที่ได้รับการผ่อนปรนทางภาษี และสินค้าประเภทไหนที่จะโดนปรับขึ้นภาษีกันนะคะ

มาตรการผ่อนปรนภาษีอุปโภคคืออะไร?

มาตรการผ่อนปรนภาษีในครั้งนี้คือ การกำหนดอัตราภาษีอุปโภค (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) ของสินค้าในกลุ่มที่ถูกกำหนดไว้ให้ต่ำกว่าอัตราภาษีอุปโภคของสินค้าอื่นๆทั่วไป เช่น หลังจากเดือนตุลาคมที่มีการปรับขึ้นภาษี ถ้าเราไปซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ตเราจะเห็นว่าในซุปเปอร์ฯจะมีทั้งสินค้าที่ถูกปรับภาษีเป็น 10% แล้ว และก็มีสินค้าที่ยังภาษี 8% อยู่ปะปนกัน โดยมาตการผ่อนปรนทางภาษีนี้ถูกนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจให้กับผู้ที่มีรายได้ต่ำ แต่เนื่องจากมาตรการดังกล่าวจะทำให้อัตราภาษีของสินค้าที่วางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดไม่เท่ากันซึ่งอาจจะนำมาซึ่งความสับสนของทั้งฝั่งผู้บริโภคและฝั่งร้านค้าได้ ดังนั้นการเตรียมตัวศึกษาว่าสินค้าไหนจะได้รับการผ่อนปรนทางภาษี และสินค้าประเภทไหนจะถูกปรับขึ้นภาษีจึงเป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อยเลยนะคะสำหรับการช็อปปิ้งที่ญี่ปุ่นต่อจากนี้

สินค้าที่ได้รับการผ่อนปรนภาษี

ทางกรมสรรพากรของประเทศญี่ปุ่นได้เปิดเผยเกี่ยวกับสินค้าที่จะได้รับการผ่อนปรนภาษีอุปโภคตั้งแต่เดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ โดยหลัก ๆ สินค้าที่จะได้รับการผ่อนปรนคือสินค้าในกลุ่มเครื่องดื่มและอาหารยกเว้นสุรา กับหนังสือพิมพ์ที่ถูกพิมพ์จัดจำหน่ายมากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ สำหรับสินค้าอาหารที่มีส่วนผสมของแอลกฮอล์หรือที่มีป้ายระบุว่าเป็นสุรา, การทานอาหารนอกบ้าน, เคเทอริ่ง จะไม่อยู่ในกลุ่มของสินค้าที่ได้รับการผ่อนปรนและจะถูกปรับอัตราภาษีขึ้นเป็น 10% เหมือนสินค้าอื่นๆ โดยรายละเอียดของสินค้าที่ได้รับการผ่อนปรนและสินค้าที่จะถูกปรับขึ้นอัตราภาษีมีดังต่อไปนี้

สินค้าที่ภาษี 8% (ได้รับการผ่อนปรนทางภาษี)
・สินค้ากลุ่มอาหาร ได้แก่ ข้าว, ผัก, เนื้อสัตว์, ปลาและอาหารทะเล, ผลิตภัณฑ์จากนม, ขนมปัง, ขนมต่างๆ, น้ำแข็งสำหรับดื่ม, น้ำแร่ธรรมชาติ, เบียร์ไม่มีแอลกฮอล์, เหล้าอามาซาเกะ, เครื่องปรุงรสที่คล้ายกับมิริน (มีแอลกฮอล์เป็นส่วนผสมต่ำกว่า 1%)
・บริการเกี่ยวกับอาหาร ได้แก่ บริการซื้อสินค้าแบบ take out หรือส่งถึงบ้าน, อาหารกลางวันโรงเรียนและศูนย์ดูแลผู้สูงอาหาร, เครื่องดื่มในตู้เย็นของโรงแรม, การซื้อผลไม้จากฟาร์มที่ไปเก็บผลไม้กลับบ้าน เป็นต้น
・หนังสือพิมพ์ที่ตีพิมพ์จัดจำหน่ายมากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์และหนังสือพิมพ์ที่ทำสัญญาให้ส่งที่บ้านเป็นประจำ

สินค้าที่ภาษี 10% (ไม่ได้รับการผ่อนปรนทางภาษี)
・สินค้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับการนำมาเป็นอาหาร เช่น สัตว์เลี้ยง, ปลาสวยงาม, น้ำแข็งสำหรับเก็บความเย็นและดรายไอซ์, น้ำประปา, สุรา (เบียร์, ไวน์, เหล้าสาเก, มิริน, เหล้าสำหรับทำอาหาร เป็นต้น)
・บริการเกี่ยวกับอาหารที่ไม่ได้รับการผ่อนปรน เช่น การทานอาหารตามร้านอาหาร, ภัตตาคาร, เคเทอริ่ง, ร้านข้างทาง, โรงอาหารบริษัท, โรงอาหารโรงเรียน, รูมเซอร์วิสโรงแรม, การซื้อผลไม้จากฟาร์มที่ไปเก็บผลไม้แล้วกินภายในฟาร์ม
・หนังสือพิมพ์ดิจิทัล และหนังสือพิมพ์ที่วางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ เป็นต้น

คาดว่าหลังการปรับขึ้นอัตราภาษีพร้อมกับมาตรการผ่อนปรนทางภาษีในเดือนตุลาคมนี้ จะยังคงมีประชาชนและผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่สับสนและเกิดความวุ่นวายขึ้นอย่างแน่นอน ถึงแม้ทางผู้ประกอบการจะเริ่มทยอยติดตั้งระบบการคำนวณภาษีและระบบการชำระเงินแบบใหม่กันเรียบร้อยแล้ว แต่เพื่อการป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ตรงกันกับทางผู้บริโภค ผู้บริโภคเองก็ควรที่จะเตรียมตัวและศึกษาเกี่ยวกับมาตรการต่าง ๆ กันตั้งแต่เนิ่น ๆ ส่วนนักท่องเที่ยวที่อยากไปช็อปปิ้งญี่ปุ่นก็ยังคงได้รับสิทธิ์การละเว้นภาษีเดิมเหมือน เพียงแค่อาจจะต้องจ่ายเงินเพิ่มสำหรับการรับประทานอาหารตามร้านและค่ารถไฟที่เพิ่มขึ้นกันหน่อยละนะคะ

ที่มา : intage

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
ครบรอบ 3 ปีเกม Pokémon GO ในญี่ปุ่น พร้อมสถิติคู่รักแต่งงานจาก “การพบกันด้วยเกม” เพิ่มขึ้น!