DeNA ให้บริการนั่ง Taxi ในราคา 0 เยนแล้ว!!

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา DeNA ได้เริ่มให้บริการ “Taxi 0 เยน” โดยให้บริการเดินรถรับผู้โดยสารในพื้นที่เมืองหลวง ซึ่งค่าโดยสารนั้นจะรับผิดชอบโดยผู้ลงโฆษณา

ญี่ปุ่นแห่กันให้บริการรับส่งผู้โดยสารผ่านการใช้สมาร์ทโฟน โดยผู้เริ่มดำเนินการคือบริษัทค่าย SONY และบริษัทใหญ่อีกมากมายร่วมมือกันแบบ Ride Share ซึ่งการเชื่อมต่อบริการการเคลื่อนย้ายในยุคของการเคลื่อนที่อัติโนมัตินั้นเริ่มเป็นไปอย่างดุเดือด ผู้ใช้ Ride Share และบริษัทแท็กซี่ต่างถูกปิดล้อมจากการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาประยุกต์ใช้ร่วมกับการโฆษณา

ผู้ลงโฆษณาจะรับผิดชอบในส่วนของค่าโดยสารเอง

นอกจากการโฆษณาจากจอภาพที่เปิดภายในรถ “Taxi 0 เยน” แล้วที่นอกตัวรถยังมีการติดโฆษณาสินค้าต่าง ๆ ลงไป ค่าโดยสารแท็กซี่นั้นได้ถูกกำหนดอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย โดยไม่ได้ฟรีค่าโดยสารแต่มีการแก้ไขปัญาทางด้านกฎหมายด้วยการจัดให้ทางผู้ลงโฆษณาและ DeNA เป็นผู้รับผิดชอบ

แผนกลยุทธ์ “Taxi 0 เยน” บนแอพลิเคชั่น “MOV” รายงานโดย ฮิโรชิ นากาจิมะ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ DeNA

เริ่มจากการสนับสนุนจากบริษัทนิสชินฟูดส์ มีรถแท็กซี่ติดโฆษณาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกเดินรถให้บริการถึง 50 คัน ซึ่งพื้นที่รับส่งผู้โดยสารจำกัดอยู่เฉพาะในตัวเมืองบริเวณแขวงมินาโตะและแขวงชูโอ เป็นต้น แต่คาดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะสามารถให้บริการครอบคลุม 23 เขตในโตเกียวได้

DeNA รวมถึง “Taxi o เยน” ได้เริ่มให้บริการรับส่งผู้โดยสารผ่านแอพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า “MOV” แล้ว นอกจากบริษัท Hinomaru และบริษัท Toto Motors แล้วยังมีบริษัทชั้นแนวหน้าในอุตสาหกรรมการขนส่งที่ให้การสนับสนุนรถแท็กซี่ประมาณ 4,000 คัน จากทั้งหมด 5 บริษัท

บริการรับส่งผู้โดยสารผ่านแอพลิเคชั่น

ผู้ใช้สามารถเลือกสถานที่และแท็กซี่ที่ต้องการขึ้นได้จากแผนที่ในแอพลิเคชั่น และจะได้รับแจ้งหมายเลขรถกับเวลาที่รถมาถึงบนแอพลิเคชั่น ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2019 คาดว่าจะได้ใช้ประโยชน์จากความต้องการที่จะนำระบบ AI มาใช้กับคนขับรถ, การแบ่งเวลาและอีเวนต์, บอกสภาพอากาศ ฯลฯ มาใช้คาดการณ์จำนวนลูกค้าและนำเสนอเส้นทางที่ดีที่สุด และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแท็กซี่ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

DeNA ได้เริ่มให้บริการรับส่งผู้โดยสารด้วยรถแท็กซี่ประมาณ 5,500 คันที่จังหวัดคานาคาวะในเดือนเมษายนที่ผ่านมา เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นแล้ว จำนวนแท็กซี่ที่เข้าร่วมนี้มีผู้โดยสารขึ้นมากกว่าบริษัทอื่น 5 – 6 เท่า จากที่ผ่านมา จากผลที่ผ่านมาและการใช้โฆษณาที่มีระบบราคาที่ยืดหยุ่นเป็นอาวุธนี้ จึงมีแผนที่จะรุกตลาดเข้าสู่เขตคันไซในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้าด้วย

การแข่งขันข้ามชาติและธุรกิจ

ด้านแอพลิเคชั่นแท็กซี่รับส่งผู้โดยสารของในประเทศต่างก็ได้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด นำโดยบริษัท Toyota และบริษัท NTT Dokomo ที่ลงทุนในระบบการขนส่งของญี่ปุ่นอย่าง Japan Taxi (แขวงชิโยดะ จังหวัดโตเกียว) แอพลิเคชั่นของบริษัทเดียวกัน โดยมีรถแท็กซี่ประมาณ 70,000 คันที่สามารถให้บริการรับส่งผู้โดยสารได้จากแอพลิเคชั่นของบริษัทเดียวกัน ซึ่งคิดเป็นหนึ่งในสามของจำนวนยานพาหนะทั่วประเทศ

และตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคมยังได้มีการร่วมมือกันกับแอพลิเคชั่น Kakao Taxi ของบริษัทอินเตอร์เน็ตรายใหญ่จากประเทศเกาหลี ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีที่มาเยือนยังญี่ปุ่นก็สามารถใช้แอพลิเคชั่นจากประเทศของตนได้เช่นเดียวกัน

DeNA เริ่มให้บริการ “Taxi 0 เยน” (รายงานเมื่อบ่ายวันที่ 5 ที่แขวงเมะกุโระ จังหวัดโตเกียว)

ทางบริษัท Sony ก็ได้ร่วมมือกับบริษัทแท็กซี่ใหญ่ๆอีก 5 บริษัท ก่อตั้งบริษัทแอพลิเคชั่นใหม่ขึ้นมาเมื่อเดือนพฤษภาคม และยังมีเป้าหมายที่จะขยายกิจการ Japan Taxi ในสัดส่วนเดิมโดยเพิ่มจำนวนยานพาหนะเป็น 90,000 คันภายใน 5 ปีด้วย ญี่ปุ่นไม่เห็นด้วยกับการขนส่งด้วยรถส่วนตัวแบบ Ride Share ที่เก็บค่าธรรมเนียมจากลูกค้า ด้วยเหตุนี้จึงได้มุ่งไปที่การให้บริการแท็กซี่ของญี่ปุ่นและถือว่าบริษัท Ride Share รายใหญ่เป็น “คู่แข่ง” ของแท็กซี่ทั่วโลกไปด้วย

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่จังหวัดนาโกย่า Uber ยังคงดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่องและรายงานว่าในเดือนมกราคมปี 2019 จะเริ่มให้บริการแอพลิเคชั่นรับส่งผู้โดยสารโดยเข้าร่วมมือกับบริษัทแท็กซี่ของจังหวัดโอซาก้าด้วย ด้านบริษัท DiDi ของประเทศจีนก็จะเริ่มเข้าให้บริการร่วมกับบริษัท Soft Bank ที่จังหวัดโอซาก้าด้วย

การแข่งขันในยุค MaaS

การแข่งขันด้านการให้บริการรับส่งผู้โดยสารของแต่ละบริษัทนั้น กำลังเป็นที่เพ่งเล็งในยุค “MaaS” (หรือ Mobility as a Service)ในเรื่องของการอำนวยความสะดวกให้ได้มากที่สุดแก่ระบบการเดินทาง จากการประเมินของ PwC Consulting ขนาดตลาดของ MaaS จะทำรายได้จากอเมริกา, ยุโรป และ ประเทศจีน รวม 3 พื้นที่นี้ได้ถึง 160 ล้านล้านเยนได้ในปี 2030

เหนือสิ่งอื่นใดนั้น บริการรับส่งผู้โดยสารและ Ride Share เป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลกและเป็นแขนงของเทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัติโนมัติที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง ทางด้านบริษัทพัฒนาการขับเคลื่อนอัติโนมัติของ Google ที่ชื่อบริษัท Waymo นั้นมีกำหนดการเริ่มให้บริการแท็กซี่รับส่งผู้โดยสารด้วยรถอัติโนมัติไร้คนขับแล้ว ส่วนทางด้านบริษัทผลิตรถยนต์ General Motor (GM) ก็ได้เริ่มคิดแผนพัฒนาบริการแบบเดียวกันกับทางบริษัท Honda ด้วย

จากข้อมูลด้านคุณภาพและปริมาณของผู้ใช้กับผลที่ผ่านมาของการเดินรถให้บริการ MaaS และการวิเคราะห์ระบบ AI นั้นมีความเกี่ยวเนื่องกันโดยตรงทางการแข่งขัน ทาง Soft Bank บริษัทที่ลงทุนให้บริการรับส่งผู้โดยสารทั่วโลกนั้น คุณมาซาโยชิ ซัน ประธานกรรมการบริหารของ Soft Bank กล่าวว่า “สิ่งที่ยิ่งกว่าการให้บริการก็คือระบบปฏิบัติการที่มีมูลค่า”

ขนาดตลาดธุรกิจแท็กซี่ของญี่ปุ่นมีมูลค่าถึง 1.7 ล้านล้านเยน แม้ว่าระเบียบข้อบังคับเรื่องค่าธรรมเนียมจะยังคงอยู่ แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่อนาคตจะมีความคิดริเริ่มเรื่องบริการเคลื่อนที่โดยอ้างอิงจากจากการเก็บสะสมข้อมูลและองค์ความรู้ของบริษัทแท็กซี่ในขณะนี้ไปใช้ได้

ดูเหมือนว่าการแข่งขันของแต่ละค่ายผู้ให้บริการแอพลิเคชั่นดังกล่าวนี้อาจเป็นการเริ่มต้นเข้าสู่ยุค MaaS ก็ว่าได้

ที่มา : r.nikkeiryutsuu.biz

Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
มหาจักรพรรดิและพระพันปีหลวงเสด็จเยือนสถานที่ปลูกต้นรักหลังสละราชสมบัติ