แองเกิ้ล
ญี่ปุ่นในมุมมองใหม่ เรื่องราวแปลกใหม่และน่าสนใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นที่หาอ่านจากที่อื่นไม่ได้

ขาลุยขาช็อปต้องอ่าน! เคลียร์ชัดนโยบายลดหย่อนภาษีใหม่ของญี่ปุ่นเป็นอย่างไร? [2018]

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ที่หลงรักการช็อปปิ้งในญี่ปุ่นทั้งหลาย วันนี้ผมมีข่าวดีที่จะช่วยให้เราได้เสียเงินมากขึ้น แต่ก็น้อยลง!! อ่านแล้วก็คงจะงง ว่ามันยังไงกันแน่ใช่ไหมครับ?? ก็การลดหย่อนภาษีใหม่ของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ประกาศใช้กับนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา จะทำให้เราเสียเงินมากขึ้นเพราะช่างเย้ายวนให้ช็อปปิ้งเสียเหลือเกิน แต่ก็เสียน้อยลงเพราะเขาได้ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขนิดหน่อยที่จะทำให้เพื่อน ๆ ไม่ต้องซื้อมากเหมือนแต่ก่อน เพื่อให้เข้าเกณฑ์การลดหย่อนภาษีนั่นเองครับ

สรุปชัด ๆ !! นโยบายเก่าสู่นโยบายใหม่!!

นโยบายใหม่บอกไว้ว่า…

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2018 เป็นต้นไป
ยอดชำระสินค้าอุปโภคและบริโภครวมกันมากกว่า 5,000 เยนขึ้นไป
จะได้รับการลดหย่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม 8% 

มาถึงตรงนี้ เพื่อน ๆ คงจะสงสัยว่าแล้วมันต่างจากเดิมยังไงเนี่ย!? มาเปรียบเทียบให้ดูชัด ๆ กันไปเลยครับ!

โดยปกติแล้วสินค้าในประเทศญี่ปุ่นจะถูกจำแนกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
สินค้าอุปโภค (ซ้าย) ได้แก่ ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ไม่สามารถรับประทานได้ เป็นต้น
สินค้าบริโภค (ขวา) ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่มต่าง ๆ เครื่องสำอาง ยา เป็นต้น

เมื่อแยกได้ชัดเจนแล้ว ก็มาดูในส่วนของนโยบายเก่าและใหม่กันครับ นโยบายเก่าที่สิ้นสุดไปตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2018 มีดังนี้ :
สินค้าอุปโภค ยอดชำระมากกว่า 5,000 เยน – ลดหย่อนภาษีได้
สินค้าบริโภค ยอดชำระมากกว่า 5,000 เยน – ลดหย่อนภาษีได้
สินค้าอุปโภค รวมกับ สินค้าบริโภค ยอดชำระมากกว่า 5,000 เยน – ลดหย่อนภาษีไม่ได้

พูดง่าย ๆ ก็คือว่าเราไม่สามารถเอาสินค้าสองประเภทมารวมกันให้ได้ยอด 5,000 เยนเพื่อลดหย่อยภาษีนั่นเองครับ

แต่!! นโยบายใหม่ที่เริ่มต้นไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 กรกรฎาคมนี้เอง ที่จะทำให้เพื่อน ๆ ไม่ต้องปวดหัวนั่งคิดอีกต่อไป หยิบใส่ตระกร้า แล้วจ่ายอย่างเดียว!
สินค้าอุปโภค ยอดชำระมากกว่า 5,000 เยน – ลดหย่อนภาษีได้
สินค้าบริโภค ยอดชำระมากกว่า 5,000 เยน – ลดหย่อนภาษีได้
สินค้าอุปโภค รวมกับ สินค้าบริโภค ยอดชำระมากกว่า 5,000 เยน – ลดหย่อนภาษีได้

ด้วยนโยบายใหม่นี้เองที่จะทำให้การจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวลดความซับซ้อนและสับสนลง รวมถึงทำให้พนักงานและร้านค้าต่าง ๆ ทำงานได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นด้วยนั่นเองครับ

นโยบายลดหย่อนภาษีใหม่ของรัฐบาลครั้งนี้ เป็นผลสะท้อนจากการลดลงของการจับจ่ายใช้สอยในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่เริ่มส่งสัญญาณว่ามาถึงจุดอิ่มตัวแล้ว รวมถึงเป็นการตอบสนองต่อเสียงสะท้อนจากร้านค้าที่เห็นว่าการปรับเงื่อนไขนี้ จะทำให้นักท่องเที่ยวจับจ่ายใช้สอยง่ายขึ้น รัฐบาลจึงเห็นสมควรที่จะเร่งบังคับใช้นโยบายใหม่ เพื่อส่งเสริมการมุ่งไปให้ถึงเป้าหมายของการส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ตั้งมั่นไว้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะมีรายได้จากการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวสูงถึง 8 ล้านล้านเยนภายในปี 2020 ซึ่งในปี 2017 ได้ปิดยอดไปแล้วที่ 4.42 ล้านล้านเยนนั่นเองครับ

ใครกำลังวางแผนไปช็อปปิ้งในฤดูร้อนที่ญี่ปุ่นนี้ เตรียมตัวให้พร้อม! สังเกตป้าย Tax-Free ให้ดี! ร้านค้ากว่า 45,000 ร้านทั่วประเทศญี่ปุ่นที่เข้าร่วมกับนโยบายของรัฐบาลกำลังรอเพื่อน ๆ อยู่ ณ วินาทีนี้แล้ว!!

ที่มา: 毎日新聞 ,

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ

Get real time updates directly on you device, subscribe now.

ความคิดเห็น
Loading...