ญี่ปุ่นในมุมมองใหม่ เรื่องราวแปลกใหม่และน่าสนใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นที่หาอ่านจากที่อื่นไม่ได้

ทันข่าวครบจบในที่เดียว! กรณีเรดาร์เรือพิฆาตเกาหลีล็อคเป้าเครื่องบินญี่ปุ่น

ในช่วงส่งท้ายปีเก่าขึ้นปีใหม่ที่ผ่านมาได้มีกรณีข้อพิพาทระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เกิดขึ้นค่ะ นั่นคือการที่เรดาร์ระบบควบคุมการยิงของเรือเกาหลีใต้ได้ล็อคเป้ายิงมายังเครื่องบินลาดตระเวนของกองกำลังป้องกันตนญี่ปุ่น (自衛隊) ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตามปกติเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2018 ที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันกำลังเป็นประเด็นทั้งในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีอยู่ค่ะ ด้วยเหตุนี้ ANNGLE จึงขอนำข่าวมาสรุปให้เพื่อนๆ ได้ทันเหตุการณ์กันค่ะ

เรดาร์ทำงานยังไง?

ก่อนจะไปดูลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเรามาดูกันคร่าวๆ ก่อนนิดนึงค่ะว่าเรดาร์ควบคุมการยิงโดยทั่วไปทำงานอย่างไรค่ะ โดยทั่วไปเรดาร์จะตรวจจับเป้าหมายโดยการปล่อยคลื่นวิทยุที่มีความแคบและถี่เพื่อตามรอยเป้าหมายและลดโอกาสพลาดเป้า ปัจจุบันเรดาร์ส่วนมากจะสามารถตามรอยและสแกนได้พร้อมกัน (track-while-scan) ทำให้สามารถทำหน้าที่เป็นทั้งเรดาร์ควบคุมการยิงและเรดาร์ค้นหาได้

สำหรับเรดาร์ของเรือเกาหลีที่เป็นประเด็นในข่าวนี้คือ STIR-180 ของบริษัท Thales ซึ่ง STIR เป็นเรดาร์ระยะกลาง-ไกล ใช้สำหรับตามรอยเป้าหมายและนำวิถีให้ปืนหรือขีปนาวุธ ตัวระบบเป็น Illumination Radar ที่ใช้ระบบคลื่นของตัวเองตามรอยแทนที่จะใช้แสงดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการตามรอย โดยรุ่น 180 จะสามารถตามรอยเป้าหมายที่อยู่ในความสูงระดับต่ำได้ดี

คำอธิบายจากโบรชัวร์ของ Thales

ลำดับเหตุการณ์โดยสังเขป

20 ธ.ค. 2018

กระทรวงการป้องกันประเทศ (เทียบคล้ายกับกระทรวงกลาโหม) ญี่ปุ่นได้รับรายงานว่าเครื่องบินลาดตระเวน Kawasaki P-1 ของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ตามปกตินั้นถูกล็อคเป้าเรดาร์หลายครั้งเป็นเวลาหลายนาทีโดยเรือพิฆาตของเกาหลีใต้ ณ น่านน้ำสากลในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของฝั่งญี่ปุ่น หลังจากถูกล็อคเป้า นักบินของเครื่องบินลาดตระเวนญี่ปุ่นพยายามวิทยุไปยังเรือเกาหลีเพื่อสอบถามเจตนาในการล็อคเป้าแต่ไร้การตอบกลับ

22 ธ.ค. 2018

กระทรวงการป้องกันประเทศญี่ปุ่นตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวและได้ข้อสรุปว่าสัญญาณเรดาร์ดังกล่าวมาจากระบบควบคุมการยิงของเรือพิฆาตเกาหลี ซึ่งทางญี่ปุ่นเห็นว่าไม่เหมาะสมสำหรับการลาดตระเวนและอาจเป็นอันตรายได้ ถ้าหากเป็นการลาดตระเวน การใช้เรดาร์ทางน้ำก็น่าจะเพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจ โดยญี่ปุ่นขอเรียกร้องให้เกาหลีใต้ป้องกันการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

อีกด้าน ทางเกาหลีใต้ได้แถลงการณ์ว่าแม้เรดาร์ที่ใช้เป็นเรดาร์ของระบบนำวิถีการยิงของ STIR-180 (ระบบเรดาร์นำวิถีระยะกลาง-ไกล ใช้สำหรับระบุตำแหน่งเป้าหมายก่อนยิงกระสุนหรือขีปนาวุธ) แต่ทางเกาหลีใต้ยืนยันว่าการใช้เรดาร์ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อเล็งเป้าไปยังเครื่องบินญี่ปุ่น แต่เป็นเพื่อการค้นหาเรือที่กำลังประสบภัยของเกาหลีเหนือที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง นอกจากนี้ ด้วยสภาพอากาศที่ไม่เอื้อต่อการค้นหาจึงมีการใช้เรดาร์หลายชนิด ณ ขณะนั้น

24 ธ.ค. 2018

นายคานาสุงิ เค็นจิ (金杉 憲治) จากกระทรวงการต่างประเทศแห่งญี่ปุ่นได้เข้าพบกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้เพื่อขอให้เกาหลีใต้สร้างมาตรการป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์ดังกล่าวอีก อย่างไรก็ตาม ทางเกาหลีใต้ได้ยืนยันว่าไม่ได้มีการใช้งานเรดาร์ใดๆ ในเวลาดังกล่าวซึ่งขัดกับการแถลงการณ์ก่อนหน้านี้

28 ธ.ค. 2018

ญี่ปุ่นประกาศจะเผยแพร่คลิปข้อมูลจากเครื่องบินลาดตระเวน ซึ่งทางเกาหลีใต้ได้ขอไม่ให้ญี่ปุ่นเผยแพร่คลิปดังกล่าว ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าทำไมเกาหลีใต้จึงไม่ต้องการให้ญี่ปุ่นเผยแพร่คลิป อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดกระทรวงการป้องกันประเทศญี่ปุ่นได้เผยแพร่คลิปวิดีโอจากเครื่องบินลาดตระเวน ในนาทีที่ 9.07 ของคลิปมีบันทึกเสียงนักบินที่พยายามสื่อสารกับเรือเกาหลีเป็นภาษาอังกฤษแต่ไร้การตอบกลับ

2 ม.ค. 2019

กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ว่าเครื่องบินลาดตระเวนของญี่ปุ่นบินต่ำเหนือเรือพิฆาตของเกาหลีและเรียกร้องให้ญี่ปุ่นกล่าวขอโทษ โดยเกาหลีใต้ได้ให้การว่าเรือเกาหลีใต้กำลังดำเนินการกู้ภัยเรือประมงเกาหลีเหนือที่กำลังลอยลำอยู่ เมื่อเครื่องบินลาดตระเวนของญี่ปุ่นบินต่ำกว่าที่ควรจึงต้องมีการดำเนินการตามมาตรการ

4 ม.ค. 2019

เกาหลีใต้ได้แถลงการณ์ว่าจะเผยแพร่คลิปบันทึกเหตุการณ์จากฝั่งเกาหลีใต้เพื่อเป็นการตอบโต้คลิปที่ทางญี่ปุ่นได้เผยแพร่ โดยล่าสุดเกาหลีใต้ได้เผยแพร่คลิปจากฝั่งตนออกมา อย่างไรก็ตาม มีความเห็นว่าคลิปดังกล่าวเป็นเพียงการนำคลิปของฝั่งญี่ปุ่นมาตัดต่อเพิ่มเติมอีกที

ภาพคลิปจากฝั่งเกาหลีใต้

จุดที่น่าสงสัย

จากลำดับเหตุการณ์และข้อมูลที่เราได้ดูกันมาแล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในเหตุการณ์นี้มีจุดที่น่าสงสัยอยู่พอสมควร เช่น

ทำไมทางเรือพิฆาตของเกาหลีใต้จึงไม่ตอบกลับ?

ถ้าหากเรือเกาหลีใต้ไม่ได้มีเจตนาที่จะใช้เรดาร์เพื่อล็อคเป้าเครื่องบินลาดตระเวนของญี่ปุ่นจริง ทำไมจึงไม่มีการตอบกลับเมื่อนักบินวิทยุถามเจตนา หรือถ้าหากมีปัญหาทางเทคนิคเรื่องการสื่อสารจนทำให้ไม่สามารถตอบกลับได้ ทำไมถึงไม่มีการรีบชี้แจงให้ญี่ปุ่นทราบในทันที แต่กลับชี้แจงในภายหลังเมื่อญี่ปุ่นออกมาเรียกร้อง

สภาพอากาศ ณ ขณะนั้นทำให้จำเป็นต้องใช้เรดาร์ STIR-180 จริงหรือ?

จากที่ทางเกาหลีใต้ได้ออกชี้แจงเรื่องการใช้เรดาร์โดยกล่าวว่าสภาพอากาศ ณ ขณะนั้นไม่ได้เอื้อต่อการค้นหาจึงมีการใช้เรดาร์ STIR-180 ด้วย ซึ่งเมื่อพิจารณาจากคุณสมบัติของเรดาร์ STIR-180 ที่ใช้คลื่นของตัวเองตามหาเป้าหมายแทนที่จะพึ่งพาแสงธรรมชาติหรือใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแล้ว ก็อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการค้นหาเรือเกาหลีเหนือที่กำลังประสบภัย อย่างไรก็ตาม จากภาพและบันทึกในคลิปวิดีโอของเครื่องบินญี่ปุ่นจะเห็นได้ว่าวันนั้นมีสภาพอากาศแจ่มใส  และสามารถมองเห็นเรือเกาหลีเหนือได้ด้วยตาเปล่า จึงเป็นคำถามว่าการใช้เรดาร์ STIR-180 ร่วมกับเรดาร์ค้นหาอย่างที่เกาหลีใต้ได้ชี้แจงไว้นั้นจำเป็นหรือไม่

ภาพจากบนเครื่องบินลาดตระเวนญี่ปุ่น

เครื่องบินญี่ปุ่นบินต่ำกว่าที่ควรจริงหรือ?

คำให้การของเกาหลีใต้กล่าวว่าเครื่องบินลาดตระเวนของญี่ปุ่นนั้นบินต่ำในระดับที่อันตรายจนทำให้ต้องดำเนินการตามมาตรการที่เหมาะสม ทั้งนี้ ในกองกำลังป้องกันตนของญี่ปุ่นมีกฏควบคุมระดับการบินที่เข้มงวด จึงอาจเป็นไปได้ยากนักบินจะบินต่ำเกินกว่าที่ควรตามที่เกาหลีใต้ได้กล่าวไว้ แต่ก่อนที่จะสรุปได้ เราคงต้องรอดูข้อมูลระดับการบินของเครื่องบินลาดตระเวนและระดับอัลติจูดสูงสุดที่เรดาร์ STIR-180 สามารถทำงานได้เพื่อที่จะสรุปได้ว่าเครื่องบินญี่ปุ่นนั้นบินต่ำจนอยู่ในระดับที่เรดาร์ตรวจจับหรือไม่

นอกจากนี้ยังเป็นคำถามอีกว่าหากเครื่องบินญี่ปุ่นบินต่ำจนเรือเกาหลีต้องดำเนินการตามมาตรการจริง ถ้าเช่นนั้น การใช้เรดาร์ดังกล่าวเป็นไปเพื่อค้นหาเรือเกาหลีเหนือที่ประสบภัย หรือเพื่อรับมือเครื่องบินญี่ปุ่นที่เข้ามาในบริเวณดังกล่าวกันแน่

ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้?

แม้ว่าในระดับประชาชนและด้านวัฒนธรรม ญี่ปุ่นและเกาหลีจะมีความสัมพันธ์อันดีในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแล้ว แต่ในระดับรัฐบาลและการเมืองนั้นอาจมองได้ว่ายังคงมีความขัดแย้งระหว่างประเทศอยู่ ยกตัวอย่างเช่นปัญหาหญิงบำเรอ (慰安婦;I-an-fu) ในกองทัพญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ถึงแม้จะมีข้อตกลงยุติปัญหาและญี่ปุ่นได้กล่าวขอโทษพร้อมกับจ่ายเงินค่าชดเชยอย่างเป็นทางการแล้ว แต่เมื่อเกาหลีใต้เปลี่ยนรัฐบาลก็ยังถูกนำมาเป็นประเด็นปัญหา ทำให้กลายเป็นปมข้อขัดแย้งระหว่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นอยู่จนถึงปัจจุบัน

นอกจากประเด็นทางประวัติศาสตร์นี้แล้ว ยังมีข้อพิพาทเรื่องสิทธิของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เหนือเกาะทาเคชิมะ (竹島) หรือหมู่เกาะด็อกโด (독도) ซึ่งจุดเกิดเหตุในครั้งนี้อยู่ไม่ไกลจากเกาะดังกล่าว จึงอาจจะปฏิเสธไม่ได้ว่ากรณีพิพาทนี้คงมีผลต่อทั้งความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-เกาหลีและกรณีข้อพิพาทเกาะทาเคชิมะ/ด็อกโดด้วย โดยกรณีพิพาทนี้จะมีบทสรุปอย่างไรนั้น เราคงต้องรอติดตามกันต่อไป

แผนที่เกาะทาเคชิมะ/ด็อกโด

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก news.livedoor, Thales, Kotobank, Ponchiki, Independent, NHK

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ

เมลแม็กกาซีน

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารและบทความล่าสุดของ anngle th ทางอีเมล โดยพิมพ์อีเมลของคุณส่งใน text box ด้านล่างแล้วคลิ้กปุ่ม “ลงทะเบียน”

การลงทะเบียนของคุณสำเร็จแล้ว ขณะนี้เราได้ส่งอีเมลเพื่อยืนยันการลงทะเบียนของคุณ กรุณาเปิดดูอีเมลแล้วคลิกปุ่มยืนยันเพื่อรับบทความล่าสุดจากเราได้เลย

Error