ญี่ปุ่นในมุมมองใหม่ เรื่องราวแปลกใหม่และน่าสนใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นที่หาอ่านจากที่อื่นไม่ได้

ครอบครัวญี่ปุ่นที่ลูกเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นกว่า 30% “เคยไม่มีเงินซื้ออาหารกิน”

องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Kid’s Door ได้ประกาศผลการสำรวจเกี่ยวกับระดับความแตกต่างทางการศึกษาของเด็ก ๆ ในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ขณะเดียวกันองค์กรดังกล่าวยังได้จัดงานติวเข้มให้แก่เด็กที่ฐานะทางบ้านยากจน หรือครอบครัวมีพ่อหรือแม่แค่คนเดียวด้วย

ผลการสำรวจทำมาเป็นเวลา 3 เดือนตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้วจนถึงเดือนมีนาคมปีนี้ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กมัธยมต้นกับผู้ปกครอง 363 คนที่มาเข้าร่วมงาน ผู้ปกครองที่เข้าร่วมงานกว่า 30.6% มีรายได้ต่อปีไม่ถึง 2 ล้านเยน ส่วนค่าเฉลี่ยทั้งงานอยู่ที่ 3.49 ล้านเยน นอกจากนี้ยังมีครอบครัวพ่อเลี้ยงหรือแม่เลี้ยงเดี่ยวสูงถึง 63.2%

เด็ก 40% อยากเรียนต่ออุดมศึกษา แต่ผู้ปกครองที่อยากให้ลูกเข้าเรียนมีเพียง 30%

เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจไม่ดี ผู้ปกครองที่มีเงินไม่พอซื้ออาหารสำหรับครอบครัวเป็นประจำ มีอยู่ 1.4% คนที่เงินไม่พอซื้ออาหารเป็นบางครั้งมีอยู่ 10.9% คนที่นาน ๆ ทีถึงจะเงินขาดมือมีอยู่ 22.4% แต่รวมแล้วผู้ปกครองกว่า 34.7% ต่างก็เคยประสบปัญหามีเงินไม่พอซื้ออาหาร

ผู้ปกครองที่รู้สึกว่าชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน [ลำบาก] มีอยู่ถึง 44.9% เพิ่มสูงขึ้นกว่า 9.1% ทั่วทั้งกรุงโตเกียว ส่วนคนที่รู้สึกว่า [ลำบากมาก ๆ] มีถึง 32.7% รวมแล้ว 77.6% เลยทีเดียว

เด็กที่อยู่ในครอบครัวดังกล่าวไม่ค่อยมีโอกาสได้อ่านหนังสือพิมพ์นัก อัตราการสมัครสมาชิกหนังสือพิมพ์อยู่ที่ 21.8% ค่าเฉลี่ยทั่วประเทศ 70.6% ถือว่าลดลงเป็นอย่างมาก

เด็กกับผู้ปกครองคิดต่างกันในเรื่องระดับการศึกษา

พวกเด็กๆต้องการ[เรียนจบแค่ชั้นมัธยมปลาย 21.7%] และ [เรียนจบมหาวิทยาลัย 37.7%] ในขณะที่ผู้ปกครองอยากให้เรียนจบมัธยมปลาย 38.8% และเรียนจบมหาวิทยาลัย 29.3% ทั้งที่เด็กกว่า 40% อยากเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษา แต่ผู้ปกครองที่อยากให้ลูกเข้ามหาวิทยาลัยมีแค่ราว ๆ 30% เท่านั้น พอลองสอบถามสาเหตุเรื่องระดับการศึกษาที่ผู้ปกครองต้องการให้ลูกเรียนก็พบว่า [ครอบครัวขัดสนทางการเงิน] ถึง 19.7% ดังนั้นจึงไม่อยากให้ลูกเข้ามหาวิทยาลัย

เด็กมีความรู้ต่ำลง มีแนวโน้มจะไม่กินผัก และดื่มน้ำอัดลมเพิ่มขึ้น

ถ้าแบ่งกลุ่มพวกเด็ก ๆ ที่มาเรียนกับองค์กร Kid’s Door เป็นกลุ่มที่มีความรู้ต่ำและกลุ่มอื่น ๆ พบว่ากลุ่มที่มีความรู้ต่ำมักจะดื่มน้ำอัดลมสัปดาห์ละ 1 ครั้งขึ้นไป สูงถึ ง55.1% ขณะที่กลุ่มอื่น ๆ มีอัตราส่วน 44.7%

อัตราส่วนของเด็กที่กินผักสัปดาห์ละ 1 วันหรือน้อยกว่านั้นนอกเหนือจากมื้อกลางวันที่โรงเรียน กลุ่มที่มีความรู้ต่ำอยู่ที่ 11.9% และกลุ่มอื่น ๆ อยู่ที่ 1.5% นอกจากนี้เด็กที่เคยไปพิพิธภัณฑ์, หอศิลป์, ศูนย์วิทยาศาสตร์ในสมัยประถม กลุ่มที่มีความรู้ต่ำเคยไปแค่ 50% ส่วนกลุ่มอื่น ๆ อยู่ที่ 63.7%

เด็กมัธยมต้นที่มีความรู้ต่ำ มักจะถูกจำกัดด้านการเรียนรู้มาตั้งแต่สมัยประถม เด็กที่ทางบ้านช่วยดูแลในเรื่องการเรียนให้ กลุ่มที่มีความรู้ต่ำอยู่ที่ 56.9% ส่วนกลุ่มอื่น ๆ อยู่ที่ 77.6% ส่วนเด็กที่มีสถานที่ทำการบ้านที่บ้านตัวเอง กลุ่มที่มีความรู้ต่ำอยู่ที่ 69.5% กลุ่มอื่น ๆ อยู่ที่ 87.4%
สัดส่วนของเด็กที่เรียนในโรงเรียนแล้ว [เข้าใจดี] หรือ [พอจะเข้าใจ] กลุ่มที่มีความรู้ต่ำอยู่ที่ 29.3% กลุ่มอื่น ๆ อยู่ที่ 67.1% ถือว่าลดลงอย่างน่าใจหาย เด็กที่มีเวลาทบทวนบทเรียนในแต่ละวันไม่ถึง 1 ชั่วโมง กลุ่มที่มีความรู้ต่ำมีถึง 69.4% ส่วนกลุ่มอื่น ๆ อยู่ที่ 33.6%

สุดท้ายนี้ทางผู้ดูแลขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไรดังกล่าว ยังได้ระบุด้วยว่า
“การเรียนรู้ไม่ใช่แค่เรื่องภาษาและคณิตศาสตร์เท่านั้น แต่ยังต้องกระตุ้นให้เด็กมีความต้องการที่จะเรียนรู้ ด้วยการพาไปพิพิธภัณฑ์ ฯลฯ นอกจากการสนับสนุนด้านการเรียนรู้ทบทวนแล้ว ทางเรายังอยากจะจัดอีเว้นท์ไปชมการแสดงดนตรี หรือไปหอศิลป์ด้วย ถ้าเด็ก ๆ ได้เข้าร่วมการเรียนภาษาอังกฤษในออฟฟิศที่มารุโนะอุจิล่ะก็ จะต้องคิดว่า ถ้าตั้งใจเรียนอาจจะได้ทำงานในออฟฟิศสวย ๆ แบบนี้ก็ได้ ผมคิดว่าการดำเนินการแบบนี้มันน่าจะมีประโยชน์”

ถือเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจไม่ใช่น้อย ว่าประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นจะมีปัญหาในเรื่องความอดอยากและการเรียนรู้แบบนี้ด้วย สะท้อนให้เห็นปัญหาทางเศรษฐกิจทียังไม่ฟื้นตัวอย่างที่คิดอีกทางหนึ่ง

ที่มา news
ผู้เขียน Sora

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ

เมลแม็กกาซีน

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารและบทความล่าสุดของ anngle th ทางอีเมล โดยพิมพ์อีเมลของคุณส่งใน text box ด้านล่างแล้วคลิ้กปุ่ม “ลงทะเบียน”

การลงทะเบียนของคุณสำเร็จแล้ว ขณะนี้เราได้ส่งอีเมลเพื่อยืนยันการลงทะเบียนของคุณ กรุณาเปิดดูอีเมลแล้วคลิกปุ่มยืนยันเพื่อรับบทความล่าสุดจากเราได้เลย

Error