งานเที่ยวโทโฮคุ ญี่ปุ่น !

สะเทือนวงการการศึกษาญี่ปุ่น เมื่อนักศึกษาแลกเปลี่ยนหายตัวไป 1400 คน!!!

กำลังเป็นประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่งในวงการการศึกษาของญี่ปุ่นเลยนะคะ เมื่อมหาวิทยาลัยระดับท็อปคลาสของญี่ปุ่นอย่างมหาวิทยาลัยสวัสดิการโตเกียว (東京福祉大学 : Tokyo University of Social Welfare) นั้นถูกพบว่าภายในระยะเวลาเพียงแค่ 1 ปี มีจำนวนกลุ่มนักศึกษาวิจัยจากประเทศเวียดนามและเนปาลจำนวน 700 คนที่ถูกคัดชื่อออกจากมหาวิทยาลัยและหายสาบสูญไป ค่ะ นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่มีนักศึกษาแลกเปลี่ยนหายตัวไปจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนเลยนะคะ จนนำไปสู่การดำเนินการร่วมเพื่อหาทางแก้ไขของกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงเลยทีเดียวค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อตรวจสอบย้อนหลังไป 3 ปี กลับพบว่ามีจำนวนนักศึกษาที่ถูกคัดชื่อและให้ออกจากมหาวิทยาลัยรวมถึง 1,400 คน!!! เกิดอะไรขึ้นกับวงการอุดมศึกษาของญี่ปุ่นกันแน่!

ระบบการรับเข้าศึกษาที่ไร้คุณภาพ! เงื่อนงำที่ซ่อนอยู่บนผลประโยชน์แอบแฝง

จากการสัมภาษณ์แหล่งข่าวจากทางมหาวิทยาลัยได้พบว่า กลุ่มนักศึกษากรณีดังกล่าวส่วนใหญ่จะมีความสามารถทางด้านภาษาญี่ปุ่นต่ำกว่าเกณฑ์ที่จะสามารถเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้ เมื่อสอบถามถึงเกณฑ์การสอบเข้ามหาวิทยาลัย และมีการคัดเลือกเพื่อเข้าศึกษาจากการตรวจสอบเอกสารและการสัมภาษณ์เท่านั้น อีกทั้งนักศึกษากลุ่มดังกล่าวยังเป็นนักเรียนจากโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นในประเทศที่มีผลการเรียนไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐาน แต่เหตุใดยังผ่านการคัดเลือกและสามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยได้

นอกจากนี้ข้อมูลที่น่าสนใจอีกด้านหนึ่งพบว่า ตั้งแต่มหาวิทยาลัยเริ่มเปิดรับนักศึกษาต่างประเทศในฐานะนักวิจัยให้เข้ามาศึกษาต่อตั้งแต่ปีค.ศ. 2016 ในระยะเวลาแค่ 3 ปีก็มีจำนวนนักศึกษาเพิ่มขึ้นเป็น 6 เท่า หรือราว 5,700 คน ซึ่งทำให้มหาวิทยาลัยมีรายได้จากค่าเล่าเรียนเพิ่มขึ้นถึง 1,200 ล้านเยน นับว่าเป็นประเด็นที่มีเงื่อนงำซ่อนอยู่หลังฉากของฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยใช่ไหมละคะ

นายมิจิฮิโร อิชิบาชิ (石橋通宏) สมาชิกจากพรรคประชาธิปไตรรัฐธรรมนูญ (立憲民主党 ; CDP) ของประเทศญี่ปุ่น ได้กล่าวถึงประเด็นปัญหานี้ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการงบประมาณของสมาชิกวุฒิสภา และได้ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นไปได้หรือไม่ สำหรับกรณีที่กลุ่มนักศึกษาดังกล่าวซึ่งมาจากประเทศที่กำลังพัฒนาโดยเข้ามาผ่านนายหน้าของโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นนั้น กรณีที่ได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยสวัสดิการสังคมโตเกียว เป็นไปเพื่อยืดอายุเวลาของวีซ่าพำนักอยู่ที่ญี่ปุ่น โดยใช้วิธีโยกย้ายจากสังกัดโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นเดิมเข้าไปสู่องค์กรทางด้านการศึกษาอย่างเช่นมหาวิทยาลัยดังกล่าวเป็นต้น

ด้านนายมาซาฮิโกะ ชิบายาม่า (柴山昌彦) รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้กล่าวให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่า จุดประสงค์ของการเข้าศึกษาของนักศึกษามหาวิทยาลัยนั้น น่าจะเพื่อต้องการยืดเวลาการพำนักอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่น และในส่วนของการรับนักศึกษาที่มีความสามารถภาษาญี่ปุ่นต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้ในการศึกษาต่อ ก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเกี่ยวพันถึงเรื่องโครงสร้างการบริหารในเชิงธุรกิจของมหาวิทยาลัยเช่นกัน

ใช้วีซ่าการศึกษาเพื่อมาขุดทองในญี่ปุ่น?!

ด้านแหล่งข่าวจากนักศึกษากลุ่มดังกล่าวได้ให้ข้อมูลว่า ดูเหมือนกลุ่มนักศึกษาที่เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยมีจุดประสงค์แอบแฝงนั่นคือ การต้องการอยู่ญี่ปุ่นเพื่อทำงานพิเศษ (アルバイト) มากกว่าศึกษาต่อ และดูเหมือนว่าผู้ปกครองที่อยู่ที่ประเทศของกลุ่มนักศึกษาบางคนเองก็ต้องการให้นักศึกษาทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อเก็บเงินส่งกลับไปให้ครอบครัวที่บ้านเกิดเช่นกัน ด้านเพื่อนชาวต่างชาติที่ศึกษาอยู่ในชั้นเรียนเดียวกันกับกลุ่มนักศึกษาดังกล่าว ก็ได้ให้สัมภาษณ์ไปในเชิงเดียวกันที่ว่า เพื่อน ๆ ที่ถูกคัดชื่อออกนั้นไม่ค่อยได้มาเข้าเรียน และมีจำนวนนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาเพียงแค่ครึ่งของจำนวนที่สมัครเข้ามาเรียนในตอนแรก นับว่าเป็นปัญหาเกี่ยวพันไปถึงต้นตอของแรงงานผิดกฎหมายในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ

ผนึกกำลังแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน! มาตรการแก้ไขปัญหาของกระทรวงญี่ปุ่น

ทางด้านรัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้กล่าวถึงการดำเนินการแก้ไขปัญหานักศึกษาที่ถูกคัดชื่อและถูกเชิญให้ออกจากสถาบันว่า ในเบื้องต้นได้มีการตัดงบประมาณเงินช่วยเหลือการศึกษาเอกชนให้แก่มหาวิทยาลัยดังกล่าว พร้อมทั้งได้ออกมาตรการให้ทางมหาวิทยาลัยแจ้งข้อมูลของนักศึกษาที่สูญหาย ถูกคัดชื่ออก และถูกให้ออกกับทางรัฐอย่างชัดเจน โดยจะต้องบอกเหตุผลให้ชัดเจนด้วยว่าเหตุใดจึงให้ออกจากมหาวิทยาลัย

ส่วนมาตรการป้องการปัญหาในเบื้องต้นได้แนะนำให้มหาวิทยาลัยปรับปรุงกฎระเบียบชั่วโมงเรียนของนักศึกษาวิจัยต่างชาติโดยให้มีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ยังต้องรักษาสภาพแวดล้อมของจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มจำนวนมากเกินไป และจำเป็นต้องตรวจสอบความสามารถทางภาษาญี่ปุนในระดับที่จำเป็นต่อการเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยของผู้สมัครเข้าเรียนอีกด้วย และสืบเนื่องจากปัญหานี้ได้เชื่อมโยงไปถึงปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายของญี่ปุ่น ทำให้กระทรวงยุติธรรมต้องเข้ามาประสานการทำงานร่วมมือกันเพื่อตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริงต่อไป ไม่เพียงแต่มหาวิทยาลัยสวัสดิการสังคมโตเกียวเท่านั้น แต่ยังดำเนินการขยายการตรวจสอบเป็นวงกว้างไปถึงมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวด้วยเช่นกัน

ดูเหมือนว่ามาตรการแก้ไขปัญหาจะเริ่มเข้มข้นไปทุกที แฟน ๆ ผู้อ่าน ANNGLE ที่กำลังสนใจเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่นอย่าลืมหาข้อมูลเตรียมตัวและอัพเดทข่าวสารกันด้วยนะคะ ^^

ขอบคุณข้อมูลจาก NHK, TBS1, TBS2YOUTUBE

Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
พบหลักฐานสำคัญคดีโกงหุ่นกันดั้ม อดีตพนักงานบริษัท BANDAI ถูกจับอีกครั้ง!