บันทึกความทรงจำ: RADWIMPS Asia Live Tour 2018 in Bangkok อีกหนึ่งค่ำคืนที่จะเก็บเอาไว้ในหัวใจไปอีกแสนนาน

กลับมาเยือนประเทศไทยอีกเป็นคำรบที่สองแล้วนะครับ สำหรับ RADWIMPS วงดนตรีร็อคที่กำลังอยู่ในช่วงโด่งดังสุดๆจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งบ้านเราคงจะคุ้นเคยกับพวกเขากันดีในฐานะศิลปินผู้ทำเพลงประกอบให้กับภาพยนตร์อนิเมชั่นชื่อดังอย่าง Kimi no Na wa หรือ Your Name ผลงานจากผกก.คนดัง ชินไค มาโกโตะ ที่กวาดรายได้ไปอย่างถล่มทลาย โดย RADWIMPS สามารถกวาดรางวัล Japan Academy Award สาขา Best Music ประจำปี 2017 มาได้จากผลงานดังกล่าวอีกด้วย และพวกเขาก็ได้กลับมาเปิดการแสดงให้ชาวไทยได้ชมกันอีกครั้งเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมาใน RADWIMPS Asia Live Tour 2018 in Bangkok ที่ถือเป็นโชว์สุดท้ายของ Asia Tour ในครั้งนี้แล้วครับ

ในคราวนี้สถานที่จัดงานถูกเปลี่ยนจาก Moonstar Studio ที่ค่อนข้างเดินทางยาก มาเป็น BCC Hall เซ็นทรัลลาดพร้าวที่จัดว่าเดินทางสะดวก อยู่ใกล้กับ MRT พหลโยธิน ซึ่งเมื่อผู้เขียนเดินทางมาลงชื่อกับทางทีม PR ก่อนงานเริ่มก็พบว่าสินค้าหลักๆที่วงนำมาขายนั้นหมดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ในบริเวณหน้างานก็จะมีแบ็คดร็อปสุดอลังการที่มีผู้ต่อคิวถ่ายรูปกันอย่างคับคั่ง แน่นอนว่าผู้เขียนเองก็ไม่พลาดเช่นกันครับ แต่ต้องรอหลังงานจบนู่นเลยถึงจะได้ถ่าย เพราะคิวยาวจริงจัง โดยทางผู้จัดนั้นเปิดประตูให้เข้าไปจองที่กันตั้งแต่ 6 โมงเย็นก่อนที่การแสดงจะเริ่มจริงในเวลา 1 ทุ่มตรงครับ

ผู้เขียนเข้าฮอลล์ไปก่อนเวลาเริ่มแสดงไม่กี่นาทีก็ต้องยืนหลังสุดไปตามระเบียบครับ แต่ระยะทางก็ไม่ได้ไกลเลย เพราะตรงพื้นที่หน้าเวทีก็ไม่ได้กว้างจนเกินไป จากประสบการณ์การดูคอนเสิร์ตสมัยอยู่ญี่ปุ่น พื้นที่เตรียมไว้น่าจะกว้างพอๆกับ Studio Coast ไลฟ์เฮาส์ชื่อดังของญี่ปุ่น (หรือกว้างกว่านิดหน่อย) เลยครับ ซึ่งส่วนตัวแล้วมองว่าเป็นขนาดที่กำลังพอเหมาะ ทุกคนสามารถชมการแสดงได้อย่างใกล้ชิด แม้แต่ตัวเองที่ยืนติดรั้วกั้นหน้าทีมจัดแสงก็เห็นทุกอย่างบนเวทีอย่างชัดเจนครับ เรื่องสถานที่นี่ให้คะแนนเต็มไปเลย

เลยเวลานัดหมายมาไม่กี่นาที เสียงประกาศก่อนการแสดงก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนเตรียมพร้อมครับ ไม่ทันไรก็ระเบิดฮอลล์ด้วย AADAAKOODAA เพลงจากสตูดิโออัลบั้มชุดล่าสุด Ningen Kaika อาจจะเป็นเพลงที่คนตามมาจาก Your Name ไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ครับกับเพลงอิเล็กทรอนิกร็อคกึ่งฮิปฮอปแบบนี้ แต่ก็เป็นสไตล์ที่วงทำมาหลายเพลงแล้วเหมือนกัน แต่สำหรับแฟนๆส่วนใหญ่หน้าเวทีวันนี้แล้วย่อมรู้จักกันดีแน่นอน ตามมาด้วย One Man Live งานเก่าจาก Altocolony no Teiri ที่ไม่ค่อยได้หยิบมาเล่นสักเท่าไหร่ในช่วงหลังๆครับ แต่ในทัวร์นี้ก็จัดมาเอาใจแฟนเก่าๆด้วย รวมไปถึงเพลงอย่าง Enren และ Futarigoto เองก็จัดว่าหาชมสดๆได้ไม่บ่อยนักในช่วงนี้ครับ

ทว่าสิ่งที่เซอร์ไพรส์ผู้เขียนที่สุดก็คือการที่วงใช้มือกลองแบ็คอัพถึง 2 คนนี่แหละครับ อันที่จริงก็เป็นแบบนี้มาสักพักแล้ว เนื่องมาจากมือกลองตัวจริงอย่างยามากุจินั้นมีปัญหาด้านสุขภาพจึงต้องพักรักษาตัวไปก่อน การขาดหายไปของเขาคนเดียวนั้นถูกทดแทนด้วยมือกลองฝีมือฉกาจถึง 2 คน ประกอบไปด้วย โมริ มิซึกิ มือกลองหนุ่มที่เป็นผู้บันทึกเสียงกลองตั้งแต่อัลบั้มเพลงประกอบ Your Name เป็นต้นมา อีกคนคือ ฮาตะ โทชิกิ อดีตสมาชิกวง Tokyo Incidents ที่มีนักร้องนำเป็นร็อคเกอร์สาวชีนะ ริงโกะนั่นเอง นอกจากนี้เจ้าตัวยังเคยรับงานแบ็คอัพให้นากาชิมะ มิกะด้วยเหมือนกันครับ เอาจริงๆคือไม่บ่อยนักที่จะเห็นการแทนที่มือกลองคนเดียวด้วยสองคนแบบนี้ แต่ทั้งคู่ก็สุดยอด ทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดีจริงๆครับ อย่างฮาตะนี่นอกจากหวดกลองแล้ว ยังลุกไปเล่นเพอร์คัสชั่น แถมยังมีเดินออกมาเซิ้งได้อีก ขอซูฮกแรงๆ

เพอร์ฟอร์แมนซ์ของ RADWIMPS นั้นแฟนๆที่เคยได้ชมสมัยมาทัวร์ครั้งแรกไปแล้วคงรู้สรรพคุณเป็นอย่างดีว่าพวกเขาคือสุดยอดวงที่เอ็นเตอร์เทนบนเวทีได้สนุกมากๆวงหนึ่ง อย่างเพลงไหนเต้นได้พี่โนดะเค้าก็ออกสเต็ปตลอด ถึงอย่างนั้นก็เรี่ยวแรงไม่ตกเลยครับ ถ้าไม่นับช่วงเบรคอังกอร์คือเรียกว่าแทบไม่ได้อยู่เฉยๆเลย จะมีได้พักนิดหน่อยก็ช่วง MC ที่ให้สองคู่หูกีตาร์เบสพูดแนะนำตัวนี่แหละครับ โดยหนุ่มคุวาฮาระก็เรียกเสียงกรี๊ดและเสียงเชียร์ได้ดังลั่นเมื่อเขาทักทาย แฟนๆด้วยภาษาไทยที่เจ้าตัวบอกว่าเพิ่งเรียนมาก่อนขึ้นแสดงแค่วันเดียวว่า

“สวัสดีครับ ผมชื่อคุวาฮาระ เป็นมือกีตาร์ ผมกินมะม่วงทุกวัน ผมเริ่มเรียนภาษาไทยเมื่อวานนี้ครับ วันนี้ต้องสุดยอดแน่ๆเลย ขอให้สนุกนะครับ”

อีกด้านหนึ่งทาเคดะก็ไม่ยอมแพ้ โชว์พูดภาษาไทยได้ยาวเหยียดในช่วง MC ถัดมาเช่นกันครับ

“ทุกคน สบายดีไหมครับ สุดยอด วันนี้สนุกไหมครับ ผมชื่อทาเคดะ ผมเป็นคนร้ายๆ วันนี้ผมดีใจมากที่ได้มาเจอแฟนๆชาวไทยอีกครั้งหนึ่ง วันนี้ทุกคนเสียสละเวลามาดู  ขอบคุณครับ พวกเราพยายามกันเต็มที่เพื่อคอนเสิร์ตในวันนี้ คอนเสิร์ตครั้งนี้ขอขอบคุณเป็นพิเศษกับมือกลองเฉพาะกิจ โมริ มิซึกิ และคุณฮาตะ โทชิกิ ขอเสียงปรบมือด้วยครับ สนุกกับคอนเสิร์ตนะครับ ขอบคุณครับ”

ส่วนโนดะนี่อาศัยว่าพูดภาษาอังกฤษได้ ภาษาไทยเลยมีแค่ “ขอบคุณครับ” กับ “ขอเสียงหน่อย” จริงๆภาษาอังกฤษก็จัดว่าสำเนียงดีฟังง่ายเลยนะครับ แต่ดูแล้วแอบมีโควต้าคำศัพท์ค่อนข้างจำกัดเหมือนกัน เพราะรีไซเคิลบ่อยมาก แถมยังไปแซวเพื่อนอีกว่าเก่งภาษาไทยมากกว่าภาษาญี่ปุ่นเสียอีก แต่เห็นการแสดงที่ไม่ขาดตกบกพร่องทั้งร้อง, เล่น แถมยังเต้นอีกก็มองข้ามเรื่องอื่นๆไปได้ครับ

ไฮไลท์แรกของการแสดงบนเวทีนั้นอยู่ที่เพลง Enren ที่มีการดวลกันระหว่างกีตาร์และเบส งัดเทคนิคมาประชันกันกลางเวทีอย่างดุเดือด ทาเคดะนี่ใช้เทคนิคสแลปเบสสไตล์ฟังค์ร็อคได้เก่งมากๆครับ เป็นอีกจุดนึงที่ผมประทับใจมากๆ ลีลาการแสดงบนเวทีก็ดี มีการสื่อสารกับคนดูเป็นระยะๆ หาใช่เป็นเพียงคนเล่นคุมจังหวะเพียงอย่างเดียว ต่อจากนั้นก็เป็นเพลง Futarigoto ที่ช่วงท้ายเพลงเราได้เห็นโนดะไปนั่งประจำเปียโนที่ด้านหลังเวที ก็ไม่รู้ว่ามีอยู่แต่แรกหรือเพิ่งมาวางไว้นะครับ ก่อนที่เพลงต่อมา Bou Ningen เจ้าตัวจะได้นั่งโชว์เปียโนทั้งเพลง ฟังในอัลบั้มอาจจะแค่ไพเราะ แต่ฟังสดแล้วมีพลังมากๆครับ

ไฮไลท์หลักต่อมายกให้ช่วงโซโล่เพลง Oshakashama ที่โนดะชี้ไปที่สมาชิกรายคนให้โซโล่เครื่องดนตรีของตัวเองครับ ตรงนี้เอ็นเตอร์เมนสนุกมาก มีการเล่นหลอกจังหวะกับคนดูด้วย ส่วนตัวผู้เขียนก็ยังชอบลีลาการตะปบเบสของทาเคดะอยู่นะ ประทับใจมากๆ คือเป็นวงที่คนทั่วไปก็สามารถมาสนุกกับเพลงของพวกเขาได้ เพราะเพลงเหมาะกับการเล่นสดมากๆ หรือจะเป็นนักดนตรีมาเรียนรู้เทคนิคดนตรีก็ได้ครับ เก่งทุกคน แถมคนนึงก็เล่นกันหลายชิ้นอีกต่างหาก

ซิงเกิ้ลล่าสุดอย่าง Catharsist เองก็ถูกนำมาเล่นเช่นกัน ก่อนช่วงท้ายจะขนเพลงที่ทุกคนรอคอยมาฝากกันจนได้ เปิดด้วย Akimatsuri เพลงบรรเลงจาก Your Name นำไปสู่ Sparkle หนึ่งในแทร็คที่ทุกคนรอคอยในวันนี้ โครงเหล็กบนเพดานปรากฏให้เห็นเหนือ BCC Hall ที่มืดมิดอีกครั้งด้วยแสงไฟจากแฟลชโทรศัพท์มือถือที่ทุกคนพร้อมใจกันยกขึ้นมาโบกคลอไปกับเสียงเพลงสุดไพเราะ ถ้ามองจากบนเวทีต้องเป็นภาพที่สวยงามมากแน่ๆ

ถัดมาเป็น Tremolo งานยุคแรกอีกเพลงของวง ส่วนตัวแล้วไม่เคยฟังเพลงนี้มาก่อนครับ แต่ตัวเพลงนั้นเป็นอัลเทอร์เนทีฟร็อคสไตล์ญี่ปุ่นที่ฟังง่ายและซาวนด์เท่มากๆ เป็นหนึ่งในเพลงที่ชอบที่สุดของค่ำคืนนี้เลย ก่อนจะระเบิดฮอลล์อย่างต่อเนื่องด้วยแทร็คสุดฮิต Iin Desu Ka? ที่ร้องตามกันได้ไม่ยาก ซัดต่อด้วย Zenzenzense อีกหนึ่งเพลงประกอบ Your Name ปิดโชว์ช่วงก่อนอังกอร์ไปแบบเดือดสุดๆ

ข้ามมาก่อนจะเริ่มเพลงช่วงอังกอร์ก็มีแบนเนอร์ยักษ์จากแฟนๆที่ได้ทำการส่งมอบให้กับวงด้วยครับ ซึ่งแบนเนอร์นี้ก็เป็นหนึ่งในโปรเจกต์ที่ทางเพจแฟนคลับของ RADWIMPS ในไทยได้ร่วมทำขึ้นมากับแฟนๆคนอื่น โดยจะมีข้อความจากทุกคนที่เขียนถึงสมาชิกวง เป็นกิจกรรมที่น่ารักมากๆครับ ทางวงเองก็รับแบนเนอร์ไปพาดไว้บนเวทีก่อนจะเริ่มบรรเลง Nandemonaiya บัลลาดสุดไพเราะจาก Your Name ที่มีอีกหนึ่งโปรเจกต์คือการร่วมกันร้องเพลงนี้กับโนดะ เจ้าตัวเองก็รับลูกส่งให้แฟนๆช่วยร้องด้วยเหมือนกัน เป็นอีกหนึ่งทิวทัศน์ที่งดงามในค่ำคืนนี้ เชื่อว่าทุกคนที่มาวันนี้รู้จักเพลงนี้กันหมดและก็คงได้ความประทับใจจากการแสดงเพลงนี้ไปไม่น้อยเลย

ปิดอังกอร์กันด้วย DADA แทร็คสุดมันของวง จัดว่าเป็นเพลงที่ซาวนด์หนักที่สุดที่หยิบมาโชว์ในวันนี้แล้วครับ เดือดมากๆ กระโดดกันทั้งฮอลล์แบบลืมตายเป็นการส่งท้าย หลังจบเพลงวงก็ออกมายืนลาคนดูกันอีกรอบ แต่จู่ๆโนดะก็ถามแฟนๆว่าจะเอาอีกเพลงหรือเปล่า (เอาสิครับ) ว่าแล้วทุกคนก็กลับเข้าประจำตำแหน่ง ประเคน Kimi to Hitsuji to Ao แถมให้ผู้ชมกระโดดกันลาดพร้าวสะเทือนไปอีกเพลง ไม่แน่ใจว่าเตี๊ยมไว้แล้วหรือคิดสดๆตรงนั้นนะครับ แต่ก็สร้างความประทับใจไม่รู้ลืมให้แฟนๆในวันนี้ไปแล้ว ปิดโชว์ไปอย่างสนุกสุดมันท่ามกลางความทรงจำที่ดีๆของทุกคนในวันนี้…. อ๊ะ! เกือบลืม ทางวงสัญญาว่าจะกลับมาแสดงที่ประเทศไทยเป็นครั้งที่ 3 อย่างแน่นอน ใครพลาดคอนเสิร์ตในครั้งนี้ แน่นอนว่าควรเสียดายครับ แต่ครั้งหน้าพลาดไม่ได้แล้วนะ!

สุดท้ายนี้ ผู้เขียนขอขอบคุณทาง Avalon ที่จัดคอนเสิร์ตดีๆอย่างในครั้งนี้และโดยเสมอมาด้วยนะครับ ส่วนตัวเองก็มีโอกาสได้ชมทั้ง ONE OK ROCK ทั้ง RADWIMPS แล้วก็ประทับใจทั้งสองวงมากๆ หวังว่าจะจัดงานคอนเสิร์ตญี่ปุ่นคุณภาพคับแก้วอย่างนี้ต่อไปอีกนานๆและนำศิลปินดีๆมาฝากแฟนๆชาวไทยกันอีกในอนาคตอันใกล้นี้นะครับ ส่วนโปรเจกต์ต่อไปจะเป็นอะไรนั้น ผู้อ่านสามารถติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/AVALONLIVE

(แอบกระซิบแถมท้าย: โชว์วันนี้มีนักแสดงชื่อดังจากญี่ปุ่นอย่างมัตสึดะ โชตะกับศรีภรรยา อากิโมโตะ โคซุเอะ รวมถึง เบนิ นักร้องสาวเสียงดีมาชมการแสดงเป็นการส่วนตัวด้วยนะครับ มีใครเห็นพวกเค้ากันบ้างมั้ย?)

ขอบคุณภาพจาก Avalon Live, Noda Yojiro’s Twitter
รายงานโดย ANuBiS

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
AKB48 นำทัพศิลปิน ระเบิดความมันในงาน MAYA INTERNATIONAL MUSIC FESTIVAL 2018