พาทัวร์ Donki Mall Thonglor ห้างเปิดใหม่ส่งตรงจากญี่ปุ่น!

ดองกิโฮเต้” หรือ ดองกี้” น่าจะเป็นสถานที่สุดฮิตของนักท่องเที่ยวเมื่อมาเยือนญี่ปุ่น เพราะมาแค่ที่นี่ที่เดียวก็ได้ของฝากครบเกือบทุกอย่าง นอกจากนี้ของยังราคาถูก มี Tax-free แถมยังมีของแปลกๆ(?)ให้จับให้ลูบ(?)อีกเพียบ จึงไม่แปลกเลยที่จะมีลูกค้าญี่ปุ่น และชาวต่างชาติเยอะทุกวัน

และในวันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2019 ห้างดองกิก็ได้มาเปิดสาขาที่ไทยอย่างเป็นทางการที่ทองหล่อ! จะมีความดองกี้ญี่ปุ่น 100% หรือไม่ มาดูกัน!

ประวัติร้าน

ดองกิโฮเต้ เป็นห้างสรรพสินค้าราคาถูกที่มีสาขาเยอะมากโดยเฉพาะในแถบคันโต มีมาสคอตเป็นเพนกวินหน้าตาน่ารักตัวสีฟ้าที่ชื่อ ดงเพน”

อีกหนึ่งเหตุผลที่คนนิยมเดินดองกี้ เพราะสาขาส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นจะเปิดให้บริการจนดึก หรือบางสาขาก็เปิดตลอด 24 ชั่วโมงแข่งกับเซเว่นนั่นเอง

นอกจากสาขามากมายในญี่ปุ่นแล้ว ห้างดองกี้ยังมีสาขาที่ต่างประเทศอีก 3 สาขาคือ ที่สิงคโปร์ 2 สาขา และสาขาล่าสุดที่ไทยอีก 1 สาขา

แผนผังห้าง

เพื่อนๆอาจจะงงว่า เอ๊ะ ตกลงชื่อ Donki Mall หรือ Don Don Donki กันแน่ เราจะอธิบายให้ฟัง!

ทางเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ต Don Don Donki

พูดง่ายๆ คือ Donki Mall จะหมายถึงห้างโดยรวมทั้งหมด ส่วน Don Don Donki จะหมายถึงตัวซุปเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ชั้น 1 และ 2 ของห้างนั่นเอง!

โดยห้าง Donki Mall จะมีทั้งหมด 5 ชั้น เริ่มที่ชั้น 1 และชั้น 2 จะเป็นส่วนของ ซุปเปอร์มาร์เก็ต Don Don Donki นอกจากนี้ชั้น 2 ยังมีร้านขายยา Tsuruha ร้านแว่น OWNDAYS หรือร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับกอล์ฟอย่างร้าน GOLF PARTNER เป็นต้น ร้านทั้งหมดจะเป็นร้านสัญชาติญี่ปุ่น โดยเฉพาะร้านหลัง น่าจะถูกใจคนญี่ปุ่นที่ชอบมาตีกอล์ฟที่ไทยน่าดูเลย

ชั้น 3 จะเป็นโซนร้านอาหาร นอกจากร้านที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาอย่าง On The Table หรือ ZEN แล้ว ยังมีร้านจากญี่ปุ่นที่เพิ่งเปิดสดๆใหม่ๆที่ไทยเช่น ร้านโอโคโนมิยากิ (พิซซ่าญี่ปุ่น) และยากิโซบะ Fugetsu และร้านโซบะ SAGAMI ด้วย! ใครเคยไปกินที่ญี่ปุ่นแล้วติดอกติดใจ ก็มาที่นี่ได้เลย ไม่ต้องบินไปกินไกลถึงญี่ปุ่นแล้วนะ!

ชั้น 4 จะยังคงเป็นโซนร้านอาหาร (ที่ยังไม่เปิด) และคาราโอเกะเจ้าดังจากญี่ปุ่นอย่าง Manekineko ใครสายร้องเพลงไม่ว่าจะเป็นเพลงไทย ญี่ปุ่น อังกฤษ และอื่นๆ ก็สามารถมากันได้!

ส่วนชั้น 5 (ที่ยังไม่เปิด) จะเป็นโซนเอนเตอร์เทนทั้งหมด มีเกมและกีฬาต่างๆที่ขนจากญี่ปุ่นมากมาย นอกจากนี้ยังมี Downtown Party ที่น่าจะถูกใจแฟนซานริโอไม่น้อยเลยล่ะ

Don Don Donki (ดอง ดอง ดองกิ)

สำหรับโซนร้านขายของสารพัดนึกซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของห้างนี้เลยก็คือโซนที่ชื่อว่า “ดอง ดอง ดองกิ” ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 1 และชั้น 2 เปิดให้ช้อปตลอด 24 ชั่วโมง

ชั้น 1 เป็นโซนซุปเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่น ส่วนชั้น 2 จำหน่ายของใช้ ของเล่น และเครื่องสำอางค่ะ เราไปดูชั้น 1 กันก่อนดีกว่า ใครอยากช้อปของอร่อย ตามมาเลยค่าาา

สินค้าที่วางขายเป็นสินค้าญี่ปุ่นแทบทั้งหมด ขนาดผักผลไม้ยังเป็นพันธุ์ของญี่ปุ่นเลยค่ะ มีทั้งต้นหอมญี่ปุ่น มันหวาน ผักสรรพัดชนิด ดูสดใหม่น่าทานมากๆ!

ผลไม้ตามฤดูกาล ทั้งแอปเปิ้ล สตรอว์เบอร์รี่ เมล่อน มาเต็ม ช่วงนี้เริ่มเข้าฤดูสตรอว์เบอร์รี่ที่ญี่ปุ่น สตรอว์เบอร์รี่สีแดงสดลูกโตๆ ก็เลยจะละลานตาหน่อย

เนื้อญี่ปุ่นเกรดพรีเมียมก็มา แบบสไลด์มาให้แล้วก็มี จะเนื้อชาบูหรือสุกี้ก็เลือกได้ตามความชอบเลยค่ะ ส่วนที่มุมอาหารทะเล แน่นอนว่าต้องมีทั้งซูชิและซาชิมิแบบจัดเต็ม

ของกินเยอะมากจนเลือกซื้อไม่ถูกเลย ที่ถ่ายรูปมาให้ดูคือประมาณ 10% ของทั้งหมดได้ (ฮ่าา)

ขนมขบเคี้ยวทั้งหวานทั้งเค็ม Umaibo ของโปรดเด็กญี่ปุ่นก็มีนะ

ถัดมาอีกนิดจะเป็นโซนอาหารพร้อมทาน มีเมนูข้าวหน้าต่างๆ และข้าวปั้นที่ใช้ข้าวจากฮอกไกโด ให้เลือกซื้อกลับไปทานที่บ้าน เห็นแล้วหิวเลย….

ติดกับซุปเปอร์มาร์เก็ต จะเป็นโซนร้านอาหารอารมณ์แบบฟู้ดคอร์ทที่เรียกว่า Little Dining Thonglor เราสามารถเลือกซื้อของกินจากร้านค้าต่าง ๆ มานั่งทานที่โต๊ะได้ โดยชำระเงินด้วยระบบแลกคูปองแล้วเติมเงินเพื่อนำไปซื้ออาหารค่ะ นอกจากอาหารญี่ปุ่นในส่วนของซุปเปอร์แล้ว ก็มีร้านของหวานหลายร้านด้วยกัน ทั้งซอฟต์ครีม, ชีสด็อก, พาร์เฟต์, ชาเขียว-โฮจิฉะ, ไทยากิ, น้ำแข็งไส ฯลฯ

เดินชั้น 1 ทั่วแล้ว ก็มาต่อที่ชั้น 2 กันเลย กับสินค้าในหมวดเครื่องสำอาง ข้าวของเครื่องใช้ ของเล่น และชุดคอสเพลย์ค่ะ ใครที่ไม่อยากแวะซุปเปอร์ฯ ชั้น 1 ก็สามารถขึ้นบันไดเลื่อนหน้าด้านห้างมาที่ทางเข้าชั้นสองโดยตรงได้

มุมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมความงามถือว่าน่าประทับใจทีเดียว สินค้าค่อนข้างหลากหลายมากๆ นอกจากเครื่องสำอางสารพัดแบรนด์แล้ว ก็มีทั้งน้ำหอม มาสก์หน้า โลชั่น ยาทาเล็บ ไดร์เป่าผม และอื่นๆ อีกมากมาย

เครื่องสำอางหลากหลายแบรนด์

สนใจเมคอัพตัวไหน ก็หยิบ tester มาลองใช้ที่ Makeup Station ได้เลย ไม่ต้องยืนเก้ๆ กังๆ แต่งหน้าอีกต่อไป เพราะเค้ามีมุมให้นั่งแต่งหน้าได้สบายๆ เลยจ้า

ถ้าเงยหน้ามองข้างบน จะเห็นคำแนะนำและวิธีผลิตภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ เขียนระบุเอาไว้ด้วย เมื่อยคอนิดนึง แต่ได้ความรู้ไปเต็ม ๆ

นอกจากเครื่องสำอางแล้ว ที่ชั้น 2 ก็มีข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น เครื่องเขียน อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน สบู่-ยาสระผม อุปกรณ์ออกกำลังกาย อาหารสัตว์ ผ้าขนหนู และอื่น ๆ อีกมากมาย

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือมุมที่เดินมาแล้วเกือบนึกว่าอยู่ญี่ปุ่น ฮ่า ๆ มุมของเล่นและคอสเพลย์ค่ะ มีทั้งชุดคอสเพลย์และคอสตูมทั้งสายหวานสายฮา หมวก วิกผม ของเล่น รวมไปถึงโมเดล/ฟิกเกอร์จากการ์ตูนเรื่องดัง เดินเพลินจนลืมวันลืมคืนกันไปเลย

ความแตกต่างระหว่างดองกิที่ไทยกับที่ญี่ปุ่น

จากที่ได้ไปสำรวจมา พบว่าหมวดหมู่ของสินค้าจะน้อยกว่าที่ญี่ปุ่นค่ะ ร้านที่ไทยจะไม่สินค้าแฟชั่นอย่างเสื้อผ้า (ไม่นับคอสเพลย์) กระเป๋า นาฬิกา แว่นตา รวมถึงหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้า 18+ แต่ถ้ามองเฉพาะสินค้าที่มีวางจำหน่าย ก็ถือว่าดอง ดอง ดองกิเป็นร้านที่มีสินค้าญี่ปุ่นหลากหลายและครบครันมากที่สุดเลยก็ว่าได้

และจุดเด่นอย่างหนึ่งของดองกิสาขาประเทศไทยคือนี่เลยค่ะ Barcode Translater เพียงแค่เรากดเลือกภาษาที่ต้องการ แล้วหยิบสินค้ามาสแกนบาร์โค้ดที่จอ ก็จะสามารถอ่านรายละเอียดของสินค้านั้นๆ เป็นภาษาไทยหรือภาษาอื่นๆ ได้ ถือว่าเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่สะดวกและรวดเร็วทีเดียวค่ะ มีกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วร้านค้าเลย

เป็นห้างใหม่ที่น่าจะถูกใจคนไทยที่ชอบญี่ปุ่นมากๆ เพราะสินค้าส่วนใหญ่ไม่ได้แพงเท่าที่คิด ดีกว่าพรีออเดอร์ตามเว็บแล้วรอนานๆ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร และโซนอินเตอร์เทนครบครัน เหมาะกับการมาพักผ่อน หรือมาหาอะไรทานจริงๆค่ะ

ดองกิ มอลล์ ทองหล่อ
ที่ตั้ง: 107 สุขุมวิท 63 คลองตันเหนือ วัฒนา กทม. 10110
การเดินทาง:
BTS: เอกมัย/ทองหล่อ เข้าซอย ทองหล่อ 10 หรือ เอกมัย 5 จากนั้นนั่งรถแดง (รถสองแถวทองหล่อ) หรือวินมอเตอร์ไซค์ต่อ หรือถ้าเดินเก่งและไม่กลัวอากาศร้อนจะเดินไปเลยก็ย่อมได้ (ระยะทางประมาณ 1.5 กม.)
รถยนต์: จากถนนสุขุมวิท เข้าทองหล่อซอย 10 เชื่อมต่อกับ เอกมัย ซอย 5

Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
ถูกและดีมีจริง! พาชิมฟูดคอร์ทอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ ในราคาสบายกระเป๋าที่ Tokyu Paradise Park ย่านศรีนครินทร์!