งานเที่ยวโทโฮคุ ญี่ปุ่น !

【แชร์ประสบการณ์】สอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่นไม่ง่าย…แต่ไม่เกินความสามารถ #2 ใบสมัครทุนมงฯ

สวัสดีค่ะ กลับมาต่อกันแล้วกับการแชร์ประสบการณ์สอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่นนะคะ คราวนี้ nonBri จะมาเล่าเรื่อง “ใบสมัคร” และ “ข้อสอบ” ทุนมงฯ ให้ฟังค่ะ^^

ส่วนใครที่เพิ่งจะเจอกันที่บทความนี้เป็นครั้งแรกก็สามารถอ่านได้นะคะ แต่เพื่อความอ่านเข้าใจและลื่นไหลมากขึ้น อย่าลืมไปอ่านบทความก่อนหน้าด้วยนะคะ >> คลิกที่นี่เพื่ออ่านบทความก่อนหน้าได้เลย!

ใบสมัคร

ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นไม่เสียค่าสมัครสอบค่ะ นอกจากนี้ยังสามารถโหลดใบสมัครออนไลน์ได้จากเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยได้โดยตรงเลย ซึ่งใบสมัครจะเป็นภาษาอังกฤษและญี่ปุ่นคู่กันมาค่ะ คือมีภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษกำกับให้ด้านล่างเลย แต่ไม่มีภาษาไทยนะคะ!

เอาล่ะสิ ใครที่อ่อนภาษาอังกฤษอาจจะลำบากสักหน่อย แค่เห็นใบสมัครก็ท้อแล้ว …ใช่ค่ะ นนบีริเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน เพราะว่าอ่อนภาษาอังกฤษมากกก…มากเลยค่ะ แล้วใบสมัครก็มีให้เขียนตั้งหลายใบ แต่พอคิดว่า “ถ้าแค่กรอกใบสมัครยังทำไม่ได้ เราจะชิงทุนไหวเหรอ?” ก็เลยทำให้ในที่สุดมีแรงลุกขึ้นมากรอกใบสมัครเสียทีค่ะ (ถึงแม้จะดองเอาไว้นานมากก็ตาม…)

อ๊ะ…แต่ก็จะมีบางจุดที่ให้กรอกเป็นภาษาไทยด้วยนะคะ คือ “ชื่อ-นามสกุล” ในภาษาแม่ค่ะ (ก็คือภาษาไทยนั่นเอง) ตรงนี้ก็อย่าเผลอกรอกภาษาอังกฤษกันนะคะ

เตรียมเอกสารให้ครบ

ใบสมัครจะแบ่งง่ายๆ เป็น 2 ชุด คือส่วนของบัตรสอบ และรายละเอียดของผู้สมัครสอบค่ะ ต้องแปะรูปขนาด 4.5 x 3.5 cm ด้วย เป็นขนาดที่ปกติไม่ค่อยได้ใช้ ต้องวิ่งหาร้านถ่ายใหม่เลยทีเดียวค่ะ ขอแอบกระซิบว่าอัดภาพมาสักครึ่งโหลก็น่าจะพอค่ะ และใบสมัครที่ยื่นไปจะไม่ได้คืนนะคะ ถ้าสอบผ่านเรายังต้องมีอะไรให้กรอกอีกมากมาย นนบีริขอแนะนำให้ถ่ายเอกสารหรือถ่ายภาพใบสมัครเก็บไว้ด้วยค่ะ และที่สำคัญใครที่มีผลสอบวัดระดับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านภาษาญี่ปุ่น เช่น JLPT หรือภาษาอังกฤษ อย่างลืมกรอกลงในใบสมัครและแนบเอกสารให้ครบถ้วยด้วยนะคะ เอาแบบที่ว่า กรอกให้ดี มีให้ครบ เหมือนว่าจะได้ไปญี่ปุ่นตั้งแต่เริ่มกรอกใบสมัครเลยค่ะ! ตรงจุดนี้กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญมากนะคะ!!

สอบ 2 รอบ!?

การสอบจะมีทั้งหมด 2 รอบด้วยกันค่ะ แต่ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะคะ เพราะว่ารอบที่เราจะได้เจอกับการสอบข้อเขียนจริงๆ นั้นมีเพียงแค่ด่านสอบรอบแรกเท่านั้นค่ะ ส่วนการสอบรอบที่ 2 หมายถึงการ “สอบสัมภาษณ์” ค่ะ

และถ้าหากผ่านไปถึงขั้นตอนสอบสัมภาษณ์แล้ว หลังจากนั้นจะไม่มีการสอบอีกแล้วค่ะ (แต่มีอย่างอื่นแทน ฮ่าๆ) เดี๋ยวไว้นนบีริจะเล่าให้ฟังนะคะ

ไม่ต้องกลัว…ข้อสอบไม่ได้มีแต่ข้อเขียน

การ “สอบข้อเขียน” ที่ทางสถานทูตระบุไว้ ไม่ได้เป็นข้อสอบข้อเขียนที่ให้กระดาษเปล่าเรามาทั้งหน้า แต่ว่าก็มีข้อกาปะปนอยู่ด้วยค่ะ จากความรู้สึกของนนบีริ…ข้อกาดูจะเยอะกว่าเสียอีกค่ะ

ข้อสอบจะเรียงตั้งแต่ง่ายไปจนถึงยากที่สุด มีตั้งแต่ประมาณระดับ N5 ไปจนถึงช่วงท้ายข้อสอบที่อาจมีความยากถึงระดับ N2 แล้วแต่ข้อสอบในแต่ละปีค่ะ

ในส่วนของข้อเขียนที่จะต้องเขียนตัวหนังสือลงไปมักจะเป็น “ตัวอักษรคันจิ” และ “คำอ่าน” ค่ะ นอกนั้นก็จะมีทั้งข้อกาที่วัดผลด้านไวยากรณ์ บทสนทนา และการอ่าน แต่ไม่มีสอบการพูดค่ะ และอีกเรื่องที่ควรจะให้ความสำคัญในทุกๆ การสอบ ไม่จำกัดเฉพาะทุนรัฐบาลญี่ปุ่นก็คือเรื่อง “การบริหารเวลา” ค่ะ ถ้าใครไม่ชอบอ่านหนังสือ อาจจะลองจำลองสถานการณ์สอบ โดยการโหลดข้อสอบเก่าออกมานั่งทำพร้อมจับเวลาแทนดูค่ะ เพราะจะช่วยทั้งในเรื่องการบริหารเวลาและทำให้เราได้ทบทวนหนังสือไปในตัวค่ะ

ขั้นตอนคร่าวๆ หลังจากสอบข้อเขียน

อย่างที่เล่าไปด้านบนว่า เมื่อสอบข้อเขียนผ่านแล้วจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสัมภาษณ์ ซึ่งจะแจ้งให้ทราบหลังประกาศผลการสอบข้อเขียนแล้วค่ะ

ในขั้นตอนก่อนไปสอบสัมภาษณ์ ผู้สมัครสอบจะต้องกรอกเอกสารอีกมากมายมหาศาลเลยทีเดียว โดยเฉพาะ Study Plan หรือ 研究計画 (Kenkyuu-keikaku) เพื่อบอกว่าเราตั้งใจจะไปศึกษาเรื่องอะไรที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ อีกทั้งจะมีการให้เลือกอันดับมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นที่อยากเข้าไปเรียนด้วย และอาจถูกถามเหตุผลตอนสัมภาษณ์ค่ะ (โดนมาแล้ว…)

ส่วนขั้นตอนหลังสอบสัมภาษณ์เสร็จก็คือรอประกาศผลว่าผ่านสัมภาษณ์หรือไม่ จากสถานทูตญี่ปุ่นในไทย หากผ่านก็จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปคือ “รอผลพิจารณาจากสถานทูตที่ญี่ปุ่น” ซึ่งผลการคัดเลือกจะมาในรูปแบบของ “จดหมาย” ขอบอกเลยว่า…ถ้ารอจดหมายทุนมงฯ ได้ ชีวิตนี้จะให้รออะไรอีกก็ไม่สะทกสะท้านแล้วค่ะ

เดี๋ยวไว้คราวหน้า nonBri จะมาเล่าถึงการสอบสัมภาษณ์และ Study Plan ของตัวเองให้ทุกท่านได้ลองอ่านกันค่ะ ระหว่างนี้หากใครอยากทราบอะไรเพิ่มเติม ก็สามารถมาพูดคุยกันได้ใน Facebook Page : Anngle Thailand หรือที่เพจ NonBri ได้นะคะ

ขอบคุณภาพประกอบจาก : hubjapanswitch-blogpakutasophoto-ac

Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
【แชร์ประสบการณ์】สอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่นไม่ง่าย…แต่ไม่เกินความสามารถ