ปาฏิหาริย์แห่งทวิตเตอร์เอ๋ย…เกิดขึ้นแล้ว เรื่องราวอบอุ่นหัวใจของแม่บ้านญี่ปุ่นในวันฝนตก

โลกโซเชียลเป็นได้ทั้งยาและยาพิษนะครับ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้มันอย่างไร ในขณะที่มีการไซเบอร์บุลลี่และใช้คำหยาบคายแบบไม่มีขีดจำกัด อีกด้านหนึ่งก็มีคนใช้ตามหาใครบางคน และกลายเป็นเรื่องอบอุ่นหัวใจขึ้นมาได้เช่นกัน

เมื่อไม่นานนี้ คุณซาโต้ มามิ (@satomami0) วัย 30 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองคุโรชิ จังหวัดฮอกไกโด ได้เขียนเล่าลงในทวิตเตอร์ว่า ในเดือนนี้ ขณะที่เธอพาลูกเล็ก ๆ 2 คนออกไปเที่ยวเล่น อยู่ ๆ ฝนก็ตกลงมา และเพราะพยากรณ์อากาศบอกว่าวันนี้ไม่มีฝน เธอจึงไม่ได้เตรียมร่มหรืออุปกรณ์กันฝนออกไปเลยครับ (พยากรณ์อากาศญี่ปุ่นแม่นมากจริง ๆ นะครับ นาน ๆ ทีจึงจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นสักครั้ง) ในตอนที่กำลังพาลูก ๆ กลับบ้านและเปียกโชกไปหมดทั้งตัว ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งมาจอดรถแล้วมอบร่มให้ ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหันจนเธอไม่ได้ถามแม้แต่ชื่อหรือเบอร์โทรของผู้หญิงคนนั้นเอาไว้ครับ แล้วเธอก็ติดแฮชแท็กในทวิตเตอร์ว่า “#ปาฏิหาริย์แห่งทวิตเตอร์ #จะไม่เกิดขึ้นหรือ”

แต่หลังจากนั้นไม่นาน แฮชแท็กนั้นก็เปลี่ยนไปเป็น “#ปาฏิหาริย์แห่งทวิตเตอร์ #เกิดขึ้นแล้ว” เดี๋ยวผมจะเล่าเรื่องราวปาฏิหาริย์เล็ก ๆ ที่อบอุ่นหัวใจครั้งนี้ให้ฟังครับ

#ปาฏิหาริย์แห่งทวิตเตอร์ #เกิดขึ้นแล้ว

คุณซาโต้ มามิได้เขียนไว้ในทวิตเตอร์ว่า “ถึงคุณพี่สาวแว่นดำที่มอบร่มให้ฉันเมื่อวานขณะที่กำลังเดินเข็นรถเข็นเด็กและสะพายลูกอีกคนไว้ในเป้อุ้มเด็กกลางสายฝนตัวเปียกโชก ไม่ได้ถามชื่อหรือวิธีติดต่อเอาไว้เลย แต่คุณช่วยฉันไว้ได้มากจริง ๆ ค่ะ! ขอบคุณที่ทำให้ฉันคิดได้ว่า ฉันเองก็จะใจดีกับคนอื่นด้วยนะคะ” แล้วทวีตนั้นก็กระจายไปในชั่วพริบตาครับ

มีคนเข้ามาคอมเม้นต์เป็นทำนองว่า “ถ้ามีข่าวที่น่าขอบคุณแบบนี้เต็มโลกไปหมดก็ดีสิ” “น้ำตาไหลเลยนะเนี่ย” “การได้สัมผัสความอ่อนโยนจากการใจดีกับคนอื่นแบบนี้ทำให้อบอุ่นหัวใจจัง” “ยังมีคนใจดีแบบนี้อยู่ในโลกนะ วิเศษที่สุด เป็นแสงแห่งความหวังเลย” “เป็นเรื่องที่ดีจังเลยน้า” แบบนี้เยอะเลยละครับ

แล้วทวีตนี้ก็มีตอนต่อครับ คือมีการติดต่อจากคุณคุมาโอะ (@makibuhibuhi) หญิงสาววัย 30 ซึ่งเป็นผู้ที่ให้ยืมร่มเข้ามาครับ เธอทวีตว่า “สวัสดีค่ะ ได้เห็นเพื่อนในทวิตเตอร์รีทวีตเรื่องนี้มาแล้วตกใจเลยค่ะ!! คนที่ให้ร่มกับคุณกลางฝนคือฉันเองค่ะ จริง ๆ ขับรถเลยไปรอบหนึ่งแล้วเพราะคิดว่า จวนถึงบ้านแล้วมั้ง? จะเป็นภาระให้เขาหรือเปล่า? แต่มันคาใจก็เลยยัดเยียดให้ไปน่ะค่ะ ไม่เป็นหวัดกันใช่ไหมคะ?”

ซึ่งนี่ทำให้คุณซาโต้ มามิทวีตพร้อมติดแฮชแท็ก #ปาฏิหาริย์แห่งทวิตเตอร์ #เกิดขึ้นแล้ว ว่า “ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นแล้วค่ะ…ทวิตเตอร์นี่สุดยอดจริง ๆ เลย เพราะความใจดีของทุกคนที่ช่วยกระจายเรื่องราวของฉันที่ได้รับความอ่อนโยนออกไป ทำให้ได้ขอบคุณเจ้าตัวโดยตรงค่ะ! โลกนี้อ่อนโยนนะคะ” เป็นคำพูดที่ทำให้รู้สึกว่าโลกโซเชียลนี่กระจายไปได้ไกลและเร็วจริง ๆ นะครับ

บทสัมภาษณ์จากเว็บไซต์ข่าวญี่ปุ่น DAILY

—แล้วตอนที่คุณคุมาโอะให้ร่มรู้สึกอย่างไรครับ
“ก็รู้สึกระหว่างเกรงใจที่เราผิดเองที่ไม่เตรียมตัวแต่เขายังมีน้ำใจให้ และความประทับใจกับความใจดีที่มีต่อคนอื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนอะไรมาก ๆ ค่ะ”

—แล้วก็เลยถ่ายรูปร่มที่ได้รับมาลงทวิตเตอร์เหรอครับ
“เพราะไม่ได้ถามหนทางติดต่อไว้เลย เลยคิดแค่เผื่อว่าจะส่งความรู้สึกถึงเจ้าตัวได้…แต่ก็ไม่คิดนะคะว่าจะส่งไปถึงจริง ๆ”

—แล้ววันที่ 4 คุณคุมาโอะก็มาคุยด้วยสินะครับ
“ตกใจนะคะที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นจริง ๆ หลังจากทวีตไปก็เล่าให้สามีฟัง เขาก็ไม่สนใจนะคะ (ฮา) และคนที่เห็นการตอบกลับของคุมาโอะซังก่อนก็คือสามีนี่แหละค่ะ”

และเมื่อไปถามเรื่องราวจากคุณคุมาโอะ (@makibuhibuhi) หญิงสาววัย 30 ที่ให้ยืมร่ม

—ไปเห็นแม่ลูกเปียกฝนในสถานการณ์แบบไหนครับ
“วันนั้นฝนตกทั้งที่ไม่มีอยู่ในพยากรณ์อากาศค่ะ ฉันขับรถออกจากห้างและกำลังจะกลับบ้านก็เหลือบไปเห็นคุณแม่เข็นรถเข็นเด็กเดินอยู่บนทางเท้ามุ่งหน้าไปทางเดียวกัน แต่มันมีหญ้าบังอยู่เลยเห็นไม่ชัด ก็พอดีติดไฟแดงถึงได้เห็นว่าอุ้มเด็กเอาไว้ในเป้สะพายเด็กด้วย แถมคุณแม่ก็เปียกไปหมดทั้งตัวแล้ว ตอนแรกฉันอยู่ในเลนเลี้ยวขวาแล้วเลยไม่ได้กลับไปหาเขาทันที พอไฟเขียวก็เลี้ยวขวาไปก่อนแล้วค่อยยูเทิร์นกลับมาจอดตรงคุณแม่น่ะค่ะ”

—อุตส่าห์วนรถกลับมาเหรอครับ
“ก็คิดนะคะว่าอุ้มลูกด้วยแถมยังมีรถเข็นเด็กด้วย เอาร่มให้ไปจะเป็นภาระหรือเปล่า จะกลายเป็นความเดือดร้อนหรือเปล่า? แต่ก็คิดว่าถ้าเป็นตัวเองก็คงอยากได้ร่มเหมือนกัน ต่อให้บ้านอยู่ห่างไปอีกไม่กี่เมตรก็ยังดีน่ะค่ะ”

—แล้วคุณซาโต้ มามิก็มาตามหาคนให้ยืมร่มในทวิตเตอร์
“ฉันไม่ค่อยได้เล่นทวิตเตอร์หรอกค่ะ มีเพื่อนที่เป็นฟอลโลเวอร์นิดหน่อย แล้วหนึ่งในนั้นรีทวีตข้อความมาแล้วไปเห็นเข้าน่ะค่ะ”

คุณซาโต้ มามิเพิ่งจะย้ายตามสามีที่บอกว่า “อยากกลับไปทำงานที่บ้านเกิด” มาจากไซตามะเมื่อปีที่แล้วครับ แล้วก็ได้สัมผัสความอ่อนโยนจากคนในท้องถิ่นใหม่แห่งนี้ ได้ติดต่อกับคุณคุมาโอะที่อยู่ใกล้ ๆ โดยตรงและได้คืนร่มด้วย เมื่อย้อนกลับไปมองเรื่องราวในครั้งนี้ เธอก็กล่าวว่า “โลกโซเชียลมีทั้งด้านดีด้านไม่ดี แต่ก็ทำให้เกิดปาฏิหาริย์และได้พบกันอีกครั้งแบบนี้ด้วยนะคะ คิดว่าดีแล้วที่เกิดมาในยุคที่มีโซเชียลน่ะค่ะ”

เป็นเรื่องราวที่อบอุ่นหัวใจจริง ๆ นะครับ และผมเชื่อว่าการทำความดี มีน้ำใจให้คนอื่น ทำง่ายกว่าทำให้เกิดปาฏิหาริย์บนทวิตเตอร์อีกนะครับ

ที่มา: daily
ผู้เขียน: HAKURO

Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
ศิลปะตัวอักษรจากเทปกาว งานศิลปะในไซต์ก่อสร้างสถานีชินจูกุ