ญี่ปุ่นในมุมมองใหม่ เรื่องราวแปลกใหม่และน่าสนใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นที่หาอ่านจากที่อื่นไม่ได้

การทำงานในอุดมคติของ “ผู้บรรลุนิติภาวะ” รุ่นสุดท้ายแห่งยุคสมัยเฮเซ

วันที่ 14 มกราคมนี้ถือเป็นวันฉลองการบรรลุนิติภาวะของประเทศญี่ปุ่น หรือที่ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “Seijin no hi” (成人の日) เป็นวันที่หนุ่มสาวผู้มีอายุล่วงเข้า 20 ปีในปีนั้นจะมารวมตัวกันเข้าร่วมพิธีมอบประกาศนียบัตร และฟังโอวาทเพื่อให้หนุ่มสาวผู้ที่กำลังจะกลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวได้ตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบต่อจากนี้ไปในฐานะผู้ใหญ่ ความสำคัญของวันฉลองบรรลุนิติภาวะในปีนี้ก็คือ ปีนี้ถือเป็นปีสุดท้ายในสมัยเฮเซ และผู้บรรลุนิติภาวะในปีนี้ก็จะถือเป็นผู้บรรลุนิติภาวะรุ่นสุดท้ายของเฮเซด้วยเช่นกัน ยุคสมัยที่กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนนี้ แน่นอนว่าย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่รออยู่ในวันข้างหน้า เรามาฟังผลสำรวจเกี่ยวกับความเห็นของผู้บรรลุนิติภาวะในปีนี้กันดีกว่า ว่าพวกเขาอยากเป็นผู้ใหญ่ที่มีทัศนคติเกี่ยวกับการทำงานอย่างไรกันบ้าง

ตั้งแต่ยุคหลังสงครามในสมัยโชวะ ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำงานอย่างหนัก และทุ่มเททุกอย่างเพื่อองค์กรไม่ใช่เพื่อความสุขส่วนตัว เมื่อเข้าสู่ยุคเฮเซอันสงบสุข ความทุกข์อย่างของสงครามดูจะเป็นเรื่องที่ไกลตัวคนญี่ปุ่นยุคใหม่ การตรากตรำทำเพื่อส่วนรวมและองค์กรก็ดูเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยากสำหรับคนญี่ปุ่นสมัยใหม่ไปแล้ว ซึ่งผลสำรวจเกี่ยวกับวิถีการทำงานในฝันของผู้บรรลุนิติภาวะในปีนี้เปิดเผยว่า “การทำงานโดยให้ความสำคัญกับเวลาส่วนตัว” ถือเป็นรูปแบบการทำงานในฝันของพวกเขาด้วยเสียงโหวตกว่า (76.4%)ส่วนผู้ที่ตอบว่าการทำงานแบบ “ทุ่มเทสุดชีวิต” เป็นรูปแบบการทำงานในฝันมีเพียง 14.6% และมีผู้ที่ตอบว่า “ไม่อยากทำงาน” 9%)ถึงแม้ “การทำงานโดยให้ความสำคัญกับเวลาส่วนตัว” จะครองแชมป์วิถีการทำงานในฝันของคนรุ่นใหม่มาติดต่อกัน 4 ปีแล้วก็ตาม แต่ที่เปลี่ยนไปก็คือ มีอัตราส่วนของคนที่ตอบว่า “อยากทำงานแบบทุ่มเทสุดชีวิต” ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และมีผู้ที่ตอบว่าไม่อยากทำงานเพิ่มมากขึ้นกว่าปีก่อน ๆ

นอกจากนี้ผลสำรวจยังเปิดเผยอีกว่า สถานที่ที่ผู้บรรลุนิติภาวะอยากทำงานมากที่สุดก็คือ “บ้านเกิด” รองลงมาคือ “โตเกียว” ซึ่งเมื่อก่อนเคยเป็นเมืองในฝันที่คนรุ่นใหม่อยากเดินทางย้ายเข้ามาอยู่มากที่สุด ส่วนบริษัทที่ผู้นิติบรรลุภาวะอยากเข้าทำงานมากที่สุดก็คือ “บริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม” รองลงมาเป็น “บริษัทยักษ์ใหญ่” และตามด้วย “งานราชการและงานราชการท้องถิ่น”

ส่วนบรรยากาศสถานที่ทำงานในฝันก็คือ “ที่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงามดี” ส่วนลำดับต่อมาคือ “ที่ที่จะสามารถทำให้ตัวเองเติบโตได้” ตามมาด้วย “ที่ที่กลับบ้านได้ตรงตามเวลาเลิกงาน” ส่วนคำตอบยอดฮิตที่มักสอนให้พูดกันตอนไปสัมภาษณ์งานอย่าง “ที่ที่มีงานเยอะ ๆ เพื่อจะได้รู้สึกมีแรงกระตุ้นในการทำงาน” หรือ “ที่ที่สามารถทำให้ได้ลองท้าทายกับอะไรใหม่ ๆ” กลับเป็นคำตอบที่ติดเข้ามาในลำดับท้าย ๆ ของการสำรวจ

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปย่อมทำให้ความคิด ความเชื่อ และค่านิยมของคนในแต่ละรุ่นเปลี่ยนตามไปด้วย และนี่ก็คือทัศนคติของคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ที่มีต่อการทำงาน ยุคสมัยเฮเซเหลืออีกเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น ก็ต้องคอยตามดูกันว่าญี่ปุ่นในยุคใหม่ที่กำลังจะมาถึงจะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน ซึ่งคนที่จะเป็นผู้กำหนดอนาคตของชาติได้ก็คงจะหนีไม่พ้น “ผู้บรรลุนิติภาวะ” ในปีนี้ รวมไปถึงผู้บรรลุนิติภาวะทุก ๆ คนในปีต่อ ๆ ไปด้วย

ที่มา: niconico

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ

เมลแม็กกาซีน

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารและบทความล่าสุดของ anngle th ทางอีเมล โดยพิมพ์อีเมลของคุณส่งใน text box ด้านล่างแล้วคลิ้กปุ่ม “ลงทะเบียน”

การลงทะเบียนของคุณสำเร็จแล้ว ขณะนี้เราได้ส่งอีเมลเพื่อยืนยันการลงทะเบียนของคุณ กรุณาเปิดดูอีเมลแล้วคลิกปุ่มยืนยันเพื่อรับบทความล่าสุดจากเราได้เลย

Error