ตามดูผลลัพธ์หลังร้านอาหารในญี่ปุ่นรวมพลังก้าวสู่การเป็นร้านไร้ควันบุหรี่

สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนรู้สึกไม่สบอารมณ์กับประเทศญี่ปุ่นเท่าไรมาตลอดก็คือ ปัญหาเรื่องบุหรี่มือสอง นั่นเป็นเพราะที่ประเทศญี่ปุ่นมีอัตราผู้สูบบุหรี่สูง และร้านอาหารที่สถานที่สาธารณะต่าง ๆ เช่น ร้านอาหาร ถึงจะแยกโซนสูบบุหรี่กับงดสูบบุหรี่ก็จริง แต่ก็อยู่ใกล้กันมากจนควันลอยมาถึงได้อยู่ดี แต่หลายปีมานี้หลายองค์กรของญี่ปุ่นก็ตื่นตัวกับการสร้างสังคมไร้ควันบุหรี่ขึ้นเป็นอย่างมาก ตามอาคารต่าง ๆ เริ่มย้ายห้องบุหรี่ไปไว้นอกตัวอาคาร ที่เห็นได้ชัดก็คือ แฟรนไชส์ร้านอาหารสำหรับครอบครัว รวมไปถึงร้านกินดื่มสำหรับผู้ใหญ่หลายรายหันมาห้ามสูบบุหรี่ภายในร้านแบบ 100% ในตอนที่นโยบายดังกล่าวออกมา หลายเสียงต่างพากันกังวลถึงยอดขายของร้านว่าจะลดลงเนื่องจากลูกค้ากลุ่มที่สูบบุหรี่อาจหายไป หลังจากเริ่มใช้นโยบายดังกล่าวไปสักพักแล้ว เราไปดูกันดีกว่าว่า ณ ตอนนี้ร้านค้าต่าง ๆ ได้รับเสียงตอบรับอย่างไรกันบ้าง

บริษัท Cookbiz ประกาศผลสำรวจเกี่ยวกับกฎการห้ามสูบหรี่ในร้านอาหาร ผลสำรวจดังกล่าวทำให้ทราบว่า จากผู้เกี่ยวข้องกับวงการร้านอาหารจำนวน 213 คน มีผู้ที่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว 49.3% และผู้ที่ไม่เห็นด้วย 25.4% โดยเมื่อดูลึกไปถึงพื้นที่ ชาวโตเกียวคือกลุ่มคนส่วนใหญ่ที่เห็นด้วยกับการห้ามสูบบุหรี่ในร้านอาหารมากที่สุดที่ 50% รองลงมาคือ โอซาก้า (48%) โดยผู้ที่เห็นด้วยส่วนใหญ่นั้นให้เหตุผลเรื่องการป้องกันการรับควันบุหรี่มือสองซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของลูกค้าที่ไม่สูบบุหรี่รวมถึงพนักงานในร้าน ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วยนั้นส่วนใหญ่จะให้เหตุผลไปในทางที่เป็นกังวลต่อยอดขายของร้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกฮอล์และร้านที่มีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นกลุ่มคนทำงาน

ทีนี้เรามาลองดูกันดีกว่าว่าจริง ๆ แล้วยอดขายของร้านอาหารต่าง ๆ ลดลงหรือไม่หลังจากเริ่มใช้นโยบายห้ามสูบบุหรี่ ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นว่า มีร้านที่ยอดขายไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายดังกล่าวเลยถึง 60% แถมยังมีร้านที่ยอดขายเพิ่มสูงขึ้นเป็นจำนวนถึง 12% อีกต่างหาก โดยผู้ประกอบการให้เหตุผลว่า การห้ามสูบบุหรี่ภายในร้านอาจทำให้จำนวนลูกค้าที่สูบบุหรี่ลดลงก็จริงอยู่ แต่ก็ทำให้ลูกค้ากลุ่มที่นั่งนาน ๆ ลดลง จนมีลูกค้าหมุนเวียนเข้าร้านเป็นจำนวนเพิ่มมากขึ้น ส่วนบางร้านแต่เดิมก็มีลูกค้าที่สูบบุหรี่น้อยอยู่แล้ว เมื่อได้ที่นั่งเพิ่มจากการยกเลิกโซนสูบบุหรี่จึงทำให้สามารถรองรับลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

ในขณะนี้ 55% ของร้านอาหารที่เปิดให้บริการแบบสูบบุหรี่ได้ทุกที่นั่งกับแยกโซนสูบและไม่สูบบุหรี่กำลังพิจารณาที่จะเปลี่ยนเป็นร้านห้ามสูบบุหรี่เต็มรูปแบบในอนาคต ถือเป็นสัญญาณที่ดีของสังคมที่เอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน เพราะปัญหาบุหรี่มือสองเป็นปัญหาด้านสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม ยิ่งไปกว่านั้นในปีหน้าญี่ปุ่นก็จะเป็นเจ้าภาพการจัดงานโตเกียวโอลิมปิกอีกด้วยต่างหาก การแก้ปัญหาในจุดนี้คงทำให้โตเกียวได้ใจนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มมากขึ้นไปอีกไม่มากก็น้อยเลยว่าไหมละคะ?

ที่มา: careerconnection, Rocketnews, asahi

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
ระบบโรงเรียนประถมศึกษาญี่ปุ่นที่ใส่ใจต่อความปลอดภัยของเด็ก ๆ