<บทสัมภาษณ์พิเศษ> รู้จักญี่ปุ่นผ่าน นะ Polycat นักร้องไทยที่ได้รับแรงบันดาลใจมากมายจากญี่ปุ่น!

เมื่อต้นเดือนตุลาคม แฟนๆ Polycat น่าจะได้ชมไลฟ์สดของคุณนะ นักร้องนำวง Polycat ผ่านทางเฟสบุคไลฟ์ของ ANNGLE แล้วใช่ไหมคะ แต่สำหรับคนที่พลาดไปก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะเราได้รวบรวมบทสัมภาษณ์สุด Exclusive มาฝากเพื่อนๆเป็นที่เรียบร้อยแล้ว! “ญี่ปุ่น” ที่นักเขียน ANNGLE ต่างคุ้นเคย สร้างแรงบันดาลใจอะไรให้กับคุณนะและวง Polycat บ้าง เรมาอ่านกันดูค่ะ

POLYCAT

ผา นะ เพียว (เรียงจากซ้ายไปขวา)

วง Polycat เป็นวงดนตรีแนวซินท์ป็อป หรือพูดง่ายๆ คือเป็นวงดนตรีที่ใช้เครื่องดนตรีที่เรียกว่า “ซินธิไซเซอร์” หน้าตาเหมือนคีย์บอร์ด สามารถปรับสังเคราะห์ให้มีเสียงที่หลากหลาย Polycat มีสมาชิกทั้งหมด 3 คนคือ นะ (นักร้องนำ) เพียว (คีย์บอร์ด) และพลากร (เบส) นอกจากนี้ทั้งสามคน ยังรับหน้าที่เล่นเครื่องสังเคราะห์เสียงซินธิไซเซอร์ด้วยล่ะ

ซินธิไซเซอร์

แต่เดิม Polycat มีชื่อว่า Ska Rangers เป็นวงที่เล่นตามผับ ไม่มีเพลงเป็นของตนเอง แต่มีวันหนึ่งทางวงได้ไปร่วมร้องเพลงในหนังฮอลลีวูดเรื่อง The Hangover 2 และค้นพบถึงเสน่ห์ของแนวเพลงซินท์ป๊อบ ทำให้ทางวงเริ่มเสนอเพลงแนวซินท์ป๊อบกับค่ายๆต่างๆ (จากเดิมที่ร้องแนวเรกเก้ สกา) จนเข้าตาค่าย Smallroom และเปลี่ยนเป็น Polycat วงดนตรีแนวซินท์ป๊อบเหมือนในปัจจุบัน

Polycat กับแนวเพลงที่แฝงความญี่ปุ่นอย่างเต็มเปี่ยม

Polycat เป็นวงดนตรีที่คอ J-POP ฟังแล้วน่าจะต้องรู้สึกสะดุด เพราะทำนองเพลงมักจะซ่อนความเป็นญี่ปุ่นไว้ไม่มากก็น้อย และนอกจากความเป็นญี่ปุ่นแล้วยังมีความเป็นยุค 80 ให้หวนคิดถึงด้วย เพราะอะไรกันนะ?

ทำไมเพลงของ Polycat ถึงมีความเป็นยุค 80 อยู่?
นะ: ปกติผมกับโต้งจะฟังเพลงใกล้กันอยู่แล้ว อย่างผมจะฟัง แนวโซล 70, ป๊อบ 80 ของไมเคิล แจ็กสัน โต้งก็จะฟังแนว 80 แนวอิเล็กทรอนิกส์จ๋าๆหน่อย หลังจากนั้นเพียวก็แนะนำวง Casiopea และ Yamashita Tatsuro ซึ่งเป็นแนวเพลงยุค 80 และพ่อของเพียวซึ่งเป็นคนญี่ปุ่น ก็แนะนำวงที่ทำเพลงยุค 80 ให้ผมอีก หลังจากนั้นเราจึงทำเพลงแนว 80 ที่มีความเอเชียด้วย อย่างเพลง “เพื่อนไม่จริง” ท่อนกลางจะมีความเป็นญี่ปุ่นซ่อนอยู่

ความเป็นญี่ปุ่น?
นะ: มันมีซิกเนเจอร์อยู่ เช่น วิธีการใช้คอร์ด วิธีการเรียบเรียงแต่วิธีการร้องไม่เกี่ยว อย่างการเปลี่ยน 3 คีย์ในท่อนเดียวของเพลงเพื่อนไม่จริงก็เป็นเอกลักษณ์ของซาวน์ 80 ญี่ปุ่นด้วย ถ้าให้คิดเอง วง Polycat คือวงที่พยายามเอาความยุค 80 ของเอเชียขึ้นมา

ดังไม่รู้ตัว

ผลตอบรับในตอนแรก?
นะ: ผลตอบรับตอนแรกเบาบางมาก แล้วค่อยๆดังเรื่อยๆ คนส่วนใหญ่มักจะมาบอกว่าวงดังแล้วนะ แต่พวกเรามักจะไม่รู้สึกเพราะวงค่อยๆดังขึ้นมาพวกเราก็ค่อยๆปรับตัวมาเรื่อยๆ แต่พอมีนักร้องดังๆ เช่น นิวจิ๋ว (สองสาวดูโอ เจ้าของเพลงดังๆ เช่น “ไม่รักไม่ต้องมาแคร์” และ “คนเจ้าน้ำตา”) เอาเพลงของเราไปร้องในคอนเสิร์ต เราก็รู้สึกว่า เออ เราเริ่มดังแล้วนะ

X Japan คือแรงบันดาลในการเล่นดนตรี

คุณนะชอบประเทศญี่ปุ่นอยู่แล้วหรือเปล่าคะ?
นะ: ใช่ครับ บางคนอาจจะมองว่าผมชอบฟังเพลงแนวฝรั่ง แต่ความจริงแล้ววงที่ทำให้เริ่มเล่นดนตรีจริงๆก็คือวง X Japan เพลงที่ชอบก็เช่น Weekend หรือ Crucify My Love นอกจากนี้ก็ชอบศิลปินเพลงป๊อบญี่ปุ่น เช่น Yamashita Tatsuro (山下達郎) และ Kubota Toshinobu (久保田利伸) ซึ่งคุณคุโบตะ คนไทยน่าจะคุ้นเพราะเพลง La La La Love Song ที่เขาร้องเป็นเพลงประกอบ Long Vacation ซีรี่ส์ญี่ปุ่นที่เคยฉายทางช่อง ITV เมื่อหลายปีที่แล้ว

Polycat กับการบุกตลาดญี่ปุ่นด้วยเพลงภาษาญี่ปุ่นล้วน 100%

เพื่อนๆรู้ไหมคะว่านอกจากเพลงฮิตอย่าง “มันเป็นใคร (← เพลงโปรดแอดมินค่ะ)” และเพลงใหม่ล่าสุดอย่าง “อาวรณ์” แล้ว Polycat ยังมีผลงานเป็นเพลงญี่ปุ่นที่มีเนื้อเพลงเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนด้วย!! เรามาพูดคุยกับคุณนะกันค่ะ ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ถึงได้มาร้องเพลงญี่ปุ่น และมีวิธีเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ทำไมถึงอยากร้องเพลงญี่ปุ่น?
นะ: ต้องบอกก่อนว่า พอทำ Polycat แนวซินท์ป๊อบไปสักพัก ตัวผมก็ได้ไปร่วมเล่นคอนเสิร์ตให้กับวงญี่ปุ่น ที่เล่นแนว “Shounan Sound (湘南サウンド)” ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากเมืองโชนัน จังหวัดคานากาวะ สถานที่ที่รวมกลุ่มวัยรุ่นและเป็นสถานที่ต้นแบบของ Slam Dunk การ์ตูนที่ผมชอบเป็นทุนเดิม โดยเพลง Sekaiga Owarumadewa (世界が終るまでは・・・) ของวง WANDS ที่ประกอบการ์ตูนเรื่องนี้ก็เป็นแนว Shounan Sound ซึ่งเป็นเพลงประมาณ ยุค 90 ตั้งแต่นั้นมาผมก็อินกับเพลงแนวนี้จนมารู้จักกับเพลงแนว City Pop

เมืองโชนัน จังหวัดคานากาวะ

City Pop?
นะ: City Pop คือแนวเพลงที่ใกล้เคียงกับ Shounan Sound เนื้อเพลงจะพูดถึงทะเล ชีวิตในเมือง ซึ่งเป็นแนวเพลงของญี่ปุ่นในช่วงยุค 80 ถ้าเทียบกับบ้านเราก็คือ พุ่มพวง ดวงจันทร์ เพลงเพราะด้วย (ชี้ไปที่เสื้อที่ใส่อยู่ เขียนว่า City Pop)

พอกลับมาจากญี่ปุ่นก็ติดใจเพลงแนวนี้มาก ตามเก็บแผ่นเสียงซีดีต่างๆ และอยากจะทำเพลงแนวนี้ ตอนนั้นแค่อยากจะร้องเป็นภาษาไทย แต่ทางค่ายบอกว่าถ้าอยากจะทำแนวนี้ต้องเป็นเพลงภาษาญี่ปุ่นด้วย ผมไม่รู้เลยว่าต้องทำยังไง ก็เลยลองแต่งเพลงแล้วส่งให้เพื่อนๆ แปลมา วิธีจำก็คือการท่องเป็นนกแก้วนกขุนทอง (ฮา) ท่องจำพวกโรมันจิ (คำอ่านภาษาอังกฤษ) และคาตาคานะเอา คือเมื่อก่อนชอบ X Japan เลยได้สกิลร้องมั่วๆจากตอนนั้นมา

ไปเปิดตลาดที่ญี่ปุ่น ยากไหม?
นะ: ไม่ได้คิดถึงส่วนนี้เลยครับ ตอนทำอัลบั้มภาษาญี่ปุ่นก็แค่อยากทำ แล้วค่อยมาคิดอีกว่าจะเอาอย่างไร ซึ่งถ้าตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้วคือผิดหลักมากๆ เราควรวางแผนก่อนแล้วค่อยติดต่อทางญี่ปุ่น แต่ผมทำแผ่นออกมาแล้วค่อยหาคนมาสนับสนุน ดังนั้นเลยไม่ได้กดดันว่าไปญี่ปุ่นแล้วจะไม่มีคนสนใจหรือไม่ดัง แต่พอไปถึงที่ผมดีใจมากที่เขาเอาเพลงไปอยู่ในโซนเพลงภาษาญี่ปุ่น ไม่ได้จัดอยู่ในเพลงต่างประเทศ
ความแตกต่างของการทำเพลงไทยและเพลงญี่ปุ่น?

ปกติเพลงไทยจะแปลจบเลย แต่จะใช้เวลานานหน่อย แต่เพลงญี่ปุ่นจะแต่งเนื้อหาคร่าวๆแล้วให้คนญี่ปุ่นเอาไปแปลเลย
อันนี้เข้าใจเอาเองว่าภาษาญี่ปุ่นไม่มีสระ วรรณยุกต์ เลยอาจจะง่ายกว่าหรือเปล่าในการเอาไปใส่เมโลดี้ ซึ่งผมก็ไม่รู้ เพราะไม่ใช่คนแต่ง (ฮา)

นะ Polycat กับบทบาทนักร้อง นักแต่งเพลงในคนคนเดียว

นอกจากคุณนะจะรับหน้าที่เป็นนักร้องนำแล้วยังรับหน้าที่แต่งเพลงด้วย! มีหลายหน้าที่ มาฟังกันดีกว่าว่าเขาแบ่งเวลาในการทำงานอย่างไร

ทั้งร้องเพลง และแต่งเพลงเองแบบนี้ลำบากไหม?
ลำบากครับ ส่วนใหญ่จะแต่งทำนองเก็บไว้ที่บ้านเยอะๆ พอไปทัวร์ต่างจังหวัด ก็จะหยิบเอาออกมาแต่งเนื้อร้อง ว่าตอนนี้มีฟีลแบบนี้อยากจะแต่งเพลงแบบนี้

มีวิธีบิวท์อารมณ์ไหม?
บางทีก็มีครับ แต่บางทีคนข้างนอกมองเข้ามามักคิดว่าเพลงที่แต่งต้องมาจากเรื่องจริงแน่เลย แต่บางทีมันเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยมาก เช่น เพลง “เป็นเพราะฝน” เนี่ย เป็นเรื่องของคนข้างห้อง เสียงข้างห้องมันดังมารบกวนห้องเรา ก็เลยเอาไปแต่งเพลงซะเลย

ปกติใช้เรื่องของตัวเองมาแต่งเพลงด้วยไหม?
มีครับ เช่น เพลง “เพื่อนไม่จริง” ก็แต่งมาจากเรื่องตอนมหาลัย สมัยนั้นจะมีการจับบัดดี้ แล้วผมมีบัดดี้เป็นผู้หญิง ผมกลัวว่าเขากลับบ้านคนเดียวจะอันตรายเลยไปส่งที่บ้าน เลยโดนแซวว่านี่เพื่อนไม่จริงนี่หว่า แล้วเราก็นำมาแต่งเพลง

ความแตกต่างของคนไทยและคนญี่ปุ่นในความคิดของนะ Polycat

ทำงานกับคนญี่ปุ่น เป็นอย่างไรบ้าง?
เขาจริงจังเกิน แต่ผมว่าดีนะ อีกอย่างคือเขาเคารพการตัดสินใจของเรา ถ้าเป็นคนไทยในการทำเพลงร่วมกับโปรดิวเซอร์คนอื่น เขาอาจจะเสนอไอเดียมาให้เรา แต่ถ้าคนญี่ปุ่นถึงแม้จะมีไอเดียแต่เขาจะให้อิสระเราในการทำเพลง ในการทำงานร่วมกันจะต้องมี Output จากทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายเดียว
แล้วแฟนเพลงคนญี่ปุ่น ต่างกับคนไทยไหม?
แตกต่าง ขี้เมาก็มี (ฮา) ที่น่ารักสุดๆเลยก็คือ ถึงแม้เขาจะไม่เข้าใจภาษาไทยแต่เขาจะเฮฮาตามเราไปด้วย

ความคิดของ นะ Polycat ต่อวงการเพลงในปัจจุบัน

ระหว่างทำเพลงที่อยากทำหรือทำเพลงที่คนอยากฟัง เลือกแบบไหน?
ทำเพลงเพราะอยากทำ พี่อุ๋ย Buddha Bless เคยบอกว่าถ้าเราทำเพลงอย่างที่คนอยากฟัง จะเป็นการขายวิญญาณ คือไม่มีความสุขไปแล้วต่อหนึ่ง แล้วถ้าเพลงไม่ดังอีกก็ไม่มีความสุขไปอีกสองต่อ แต่ถ้าเราทำในสิ่งที่เราอยากทำอาจจะแฮปปี้สองต่อ ซึ่งตอนนี้ผมก็รู้สึกว่าตนเองแฮปปี้สี่ห้าต่อ (ฮา)

ชอบเพลงไหนของ Polycat มากที่สุด?
ตอนนี้ชอบ “อาวรณ์” แต่ถ้าไม่นับเพลงนี้ก็จะเป็นเพลง “ภักดี” คือเพลงอาวรณ์ได้ใส่สิ่งที่อยากเขียนลงไปจริง ได้ใส่คำที่ Unique ไม่ซ้ำกับเพลงอื่น สะใจ ชอบมาก

แต่ถ้าไม่ใช่เพลงนี้ก็จะเป็นเพลงภักดีเพราะเนื้อเรื่องและที่มาแปลก ที่มาก็คือชอบมีคนมาถามว่าเรียนคณะอะไร ก็ตอบไปว่าสถาปัตย์ เรียนหนักมาก อย่าส่งลูกมาเรียน ถึงจะพูดไปอย่างนั้นแต่เราก็ภูมิใจเล็กๆ ซึ่งก็เหมือนกับความรักที่ถึงแม้ว่าเราจะบอกว่าอย่าเป็นเลยคนที่จงรักภักดีรักเดียวใจเดียว รักคนที่รักเราดีกว่า แต่ใจลึกๆเราก็ไม่ได้คิดแบบนั้น

ทาง ANNGLE ต้องขอขอบคุณคุณนะ Polycat ที่อุตส่าห์สละเวลามาพูดคุยกับเรา พอได้คุยกับคุณนะแล้ว ก็ทำให้ได้รู้ว่า “ญี่ปุ่น” นั้นเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนหลายๆคนมากจริงๆ สำหรับเพื่อนๆที่อยากดูคลิปสัมภาษณ์ฉบับเต็มก็สามารถคลิกได้ที่นี่เลยค่ะ

และสุดท้ายทางทีมงานต้องขอขอบคุณร้าน Greyhound Coffee สาขาเอกมัย ที่เอื้อเฟื้อสถานที่และชงกาแฟสุดอร่อย ทำให้เราสามารถสัมภาษณ์ได้อย่างราบรื่น ขอบคุณมากค่าาา

ทางทีมงานก็ขอลาไปพร้อมกับเพลง Takusan No Hana (たくさんの花) ซิงเกิลเพลงญี่ปุ่นของ Polycat ค่ะ เพลงฟังง่าย และเนื้อหาน่ารักมากๆ แนะนำสุดๆค่า

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
เปิดโพยคำศัพท์ วิธีดูป้ายสินค้าญี่ปุ่น Shopping เมื่อไหร่รับรองไม่พลาด! เซฟเก็บกันไว้ได้เลย!!