จัดอันดับ Kira-Kira Name ที่อ่านได้ยากที่สุด

ชื่อ เปรียบเสมือนสิ่งที่เป็นตัวแทนของคนคนนั้น ชื่อที่มีความหมายดี ก็เชื่อว่าจะช่วยเสริมให้ชีวิตของคนคนนั้นดียิ่งขึ้นไปด้วย แต่ชื่อของคนเราก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัฒนธรรมและยุคสมัย อย่างชื่อในสมัยปู่ย่าตายาย ก็มักจะมีแค่ไม่กี่พยางค์ สื่อความหมายง่าย ๆ แต่พอเป็นยุคสมัยใหม่ เหล่าพ่อแม่ก็มักจะตั้งชื่อลูก ๆ ให้อลังการดาวล้านดวงมากขึ้น อย่างการมี 4-5 พยางค์ หรือใช้ตัวอักษรยาก ๆ เพื่อให้อ่านได้ยากมากขึ้น

ชาวญี่ปุ่นก็เช่นกันค่ะ ในอดีตก็มักจะใช้ชื่อที่อ่านง่าย เขียนด้วยตัวคันจิง่าย ๆ และมีคำอ่านตรงตามตัวคันจินั้น ๆ แต่ในยุคสมัยปัจจุบัน ที่ญี่ปุ่นได้เกิดเทรนด์ในการตั้งชื่อลูกหลานให้ดูวิลิศมาหรามากขึ้น เทรนด์ที่เป็นที่นิยมในการตั้งชื่อนั้นเรียกว่า Kira-Kira Name นั่นเองค่ะ

Kira-Kira Name

ก่อนอื่นจะอธิบายสักนิดนึงก่อนนะคะว่า Kira-Kira Name คืออะไร อย่างที่เราทราบกันหรือเคยเห็นกัน ส่วนใหญ่ชื่อของคนญี่ปุ่นจะใช้ตัวคันจิหลาย ๆ ตัวรวมกัน แต่จริง ๆ แล้วตัวคันจิ 1 ตัวก็สามารถอ่านได้หลายเสียง ในจุดนี้ทำให้คนญี่ปุ่นสามารถผสมตัวคันจิและคิดค้นวิธีการอ่านที่หลากหลายได้ด้วยตนเอง ซึ่งชื่อที่มีวิธีอ่านแปลก ๆ นี่แหละค่ะ ที่เรียกว่า Kira-Kira Name

ตัวอย่างชื่อที่เป็น Kira-Kira Name เช่น 柔風 คันจิตัว 柔 อ่านว่า jyu หรือ yawaraka หมายถึงนุ่มนิ่ม ส่วนคันจิตัว 風 อ่านว่า fu หรือ kaze หมายถึงลม แต่มีการครีเอทวิธีการอ่านใหม่เป็น “Fuwa” หมายถึงนุ่มฟู

ได้ทราบความหมายและตัวอย่างของ Kira-Kira Name กันไปแล้ว ต่อไปเราไปดูการ จัดอันดับ Kira-Kira Name ที่อ่านได้ยากที่สุด กันเลยค่าา

อันดับ 1「男」

บ้านไหนที่มีลูกชาย พ่อแม่ย่อมจะต้องอยากให้ลูกเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงทั้งกายและใจ ให้สมกับเป็นลูกผู้ชาย จึงมีบางคนที่ตั้งชื่อลูกด้วยตัวคันจิตัวเดียวนี้ว่า「男」ปกติแล้วจะอ่านว่า otoko หมายถึงผู้ชาย แต่ก็มีคนที่คิดคำอ่านขึ้นมาใหม่เป็น “Adamu” มีที่มาจากคำภาษาอังกฤษว่า Adam มนุษย์คนแรกที่พระเจ้าสร้างขึ้นตามที่เขียนในพระคัมภีร์นั่นเอง ลึกซึ้งขนาดนี้ ที่ 1 ก็ต้องยกให้เขาล่ะค่ะ

อันดับ 2「心姫」

บ้านที่มีลูกสาว ก็มักจะตั้งชื่อลูกให้มีคันจิตัว「心」อ่านว่า kokoro หมายถึงหัวใจ หรือไม่ก็มีตัว「姫」อ่านว่า hime หมายถึงเจ้าหญิง หรือบางคนก็รวมเอาทั้ง 2 ตัวมาเป็นชื่อว่า「心姫」ซึ่งมีวิธีการอ่านที่หลากหลาย ทั้ง kokome, kohime, kokona แต่ยังมีคำอ่านนึงที่คิดไม่ถึง นั่นคือ “Haato” แบบนี้แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ไปไม่เป็นเช่นกันค่ะ ไม่ได้ตรงกับคำอ่านของตัวคันจิเลยแม้แต่นิดเดียว จึงได้อันดับที่ 2 ไปครอง

อันดับ 3「紅葉」

ใบเมเปิ้ลที่กลายเป็นสีแดงในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เป็นภาพที่สวยงามเสียจนนิยมนำมาตั้งเป็นชื่อเด็ก ๆ ในปัจจุบันก็มีบางคนที่ชอบชื่อสไตล์เก่า ๆ อย่าง momo หรือ sakura ส่วนคำว่า「紅葉」ปกติจะอ่านว่า momiji หมายถึงใบเมเปิ้ล แต่พอมาเป็นชื่อคน ก็มีอีกคำอ่านนึงคือ “Me-puru” ซึ่งก็มาจากภาษาอังกฤษว่า maple นั่นเอง เก๋มากเลยนะคะ เขียนเป็นตัวคันจิ แต่อ่านออกเสียงเป็นภาษาอังกฤษได้ด้วย

อันดับที่ 4-10 มีดังนี้ค่ะ

อันดับ 4 : 桃花 Pinku

อันดับ 5 : 夢姫 Purin, Yurari

อันดับ 
6 : 天音 Sopura

อันดับ 7 (คะแนนเท่ากัน 3 ชื่อ) : 奏夢 Rizumu, 愛翔 Rabuha, 愛羅 Tiara

อันดับ 10 : 一心 Pyua

จะเห็นได้ว่าเป็นชื่อที่มีการออกเสียงแปลก ๆ หรือออกเสียงให้เหมือนภาษาอังกฤษซะเยอะ ไม่เหมือนคนในสมัยก่อนที่ชื่อจะอ่านได้ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน แต่ภาษาก็เป็นสิ่งที่ไม่ตายตัว มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปตามยุคสมัย การตั้งชื่อก็เช่นกัน ไม่แน่ว่าในอนาคต ทั้งไทยและญี่ปุ่นอาจจะเกิดเทรนด์ในการตั้งชื่อแบบใหม่ ๆ ขึ้นมาอีกเรื่อย ๆ ก็เป็นได้นะคะ ^^

ที่มาและรูปภาพ : ranking.goo, jpninfo, curazy, photo-ac
ผู้เขียน : AsmarCat

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
ครั้งแรกในญี่ปุ่น! ไอศกรีมแท่งรสมายองเนส อ้วนแค่ไหนก็ยอม