แกะกล่องความลับ 7 ประการของร้านไดโซะ ที่สายช้อปต้องรู้!

หากพูดถึงร้านขายของญี่ปุ่นที่อยู่ในใจคนทุกเพศทุกวัย คงมีร้าน 100 เยนอย่างไดโซะ (Daiso•ダイソー) เป็นหนึ่งในนั้น ด้วยราคาถูกแสนถูกเพียง 100 เยน แถมยังมีสินค้าให้เลือกมากมาย บางครั้งอยากเข้าไปซื้อของเพียงอย่างเดียว สุดท้ายพอกลับออกมาดันหยิบนั่นหยิบนี่ติดมือมาด้วยเสมอ เป็นร้านยอดฮิตถึงขนาดที่ว่าในบ้านของคนญี่ปุ่นแต่ละคน อย่างน้อยต้องมีสินค้าจากร้านไดโซะอย่างน้อย 1 ชิ้นแหละน่า!

ร้านไดโซะนั้น ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 1977 โดยคุณ Horotake Yano โดยเริ่มแรกเป็นการขายแบบเคลื่อนที่ และเพื่อความสะดวกในการค้าสินค้าขายจึงตั้งราคาสินค้าให้มีราคาเดียวกันทั้งหมด คือ 100 เยน

สิ่งที่ดึงดูดลูกค้าของไดโซะก็คือราคาสินค้าที่ต่ำ แต่ว่าคุณภาพกลับสูงอย่างน่าไม่เชื่อ และเต็มไปด้วยไอเดียที่ทำให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น ส่วนตัวผู้เขียนชอบอุปกรณ์ทำครัวจากไดโซะมากค่ะ มีของจุกจิกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ช่วยให้ขั้นตอนการทำอาหารที่ยุ่งยากนั้นง่ายขึ้น เหมาะสำหรับมือใหม่และคนที่ไม่ค่อยมีเวลาเป็นอย่างยิ่ง บวกกับราคาที่ถูกแสนถูกเพียง 100 เยน แม่บ้านอย่างเราก็หยิบไปจ่ายเงินได้แบบไม่ต้องคิดมากเลย

ในวันนี้ ANNGLE จะพาทุกท่านไปแกะกล่องความลับของทั้ง 7 ประการของร้านขายของแสนมหัศจรรย์นี้กันค่ะ

ความลับข้อที่ 1 : สินค้ายอดนิยมที่มาไวไปไว ทำสถิติขายหมดอย่างรวดเร็วแบบวินาทีต่อวินาที

พูดถึงสินค้าขายดีของไดโซะ หลายท่านคงจะนึกถึงเครื่องครัว, ขนม, เครื่องสำอาง, เครื่องเขียน หรืออุปกรณ์ประดิษฐ์ประดอยอื่น ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วสินค้าที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแบบวินาทีต่อวินาทีก็คือ “แบตเตอรี่” !!! ถือเป็นพระเอกของร้านที่ทำยอดขายทั่วประเทศญี่ปุ่นได้มากถึง 147,500,000 ก้อนต่อปี!

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีสินค้าอีกหลายรายการที่ทุบสถิติขายได้แบบวินาทีต่อวินาที

ในทุกๆ 1.3 วินาที ไดโซะจะขายขนตาปลอมได้ 1 ชิ้น

ในทุก ๆ 10 วินาที ไดโซะจะขายเกาลัดคั่วได้ 1 ถุง

และในทุก ๆ 15 วินาที ไดโซะจะขายเนคไทได้ 1 เส้น

ความลับข้อที่ 2 : สินค้าขายดีตลอดกาลของไดโซะ

จากการสอบถามพนักงานไดโซะถึงสิ้นค้าขายดีตลาดกาลของทางร้านจาก 70,000 กว่ารายการสินค้าทั้งหมดที่มีขายอยู่ พวกเขาได้แนะนำให้เรารู้จักกับเจ้า 2 สิ่งมหัศจรรย์ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นดังนี้

อันดับ 1 โกโตะ โกโตะตุง (Koto-Koto kun) 

แหม ชื่อมาซะน่ารักเชียว เจ้าโกโตะ โกโตะคุงตัวนี้ สร้างขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาเล็ก ๆ แต่ยิ่งใหญ่สำหรับแม่บ้าน นั่นก็คือ การลวกเส้นสปาเก็ตตี้! ทุกคนที่เคยทำอาหารคงจะมีประสบการณ์ที่ว่าถ้าเราใช้หม้อขนาดเล็กลวกเส้นสปาเก็ตตี้นั้น หม้อจะเต็มไปด้วยฟองสีขาวฟูฟ่องจนล้นออกนอกหม้อทั้งที่เส้นยังไม่ทันจะสุก ไดโซะจึงได้คิดค้นเจ้าโกโตะโกโตะคุงขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาโลกแตกนี้ ไปมาดูผลการทดลองกันค่ะ

เริ่มจากการวางเจ้า “โกโตะ โกโตะคุง” ไว้ที่ก้นหม้อ ซึ่งเจ้าตัวนี้จะมีรูระบายอากาศอยู่ทั้งหมด 3 รู ที่ทำหน้าเหมือนกับช่องระบายอากาศสำหรับระบายความร้อน เมื่อเราใส่สปาเก็ตตี้ลงไปในหม้อที่มีน้ำเดือด เร่งความร้อนจากไฟปานกลางไปหาไฟแรงสุด ปรากฏว่า….

ฟองไม่ล้นเลย เย้!

อันดับ 2 คันตัน เกี๊ยวซ่า (Easy Gyoza)

เกี๊ยวซ่าญี่ปุ่น ของว่างยอดนิยมของญี่ปุ่นที่หลาย ๆ คนติดใจ เป็นเกี๊ยวซ่าแบบที่ทอดในกะทะแบน ๆ แต่สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในญี่ปุ่น การจะหาซื้อเกี๊ยวซ่าที่ห่อสำเร็จรูปแบบญี่ปุ่นก็ดูจะเป็นเรื่องยากไปซักหน่อย แต่ไม่เป็นไร ไดโซะได้คิดค้นนวัตกรรมการห่อแป้งเกี๊ยวซ่าที่เปลี่ยนเรื่องยากให้กลายเรื่องง่ายด้วย “คันตันเกี๊ยวซ่า” ซึ่งในภาษาญี่ปุ่น คำว่า คันตัน แปลว่า ‘ง่าย’ นั่นเอง ลองดูวิธีทำข้างล่างนี้แล้วจะพบว่าง่ายจนน่าประหลาดใจว่าขายกันในราคาแค่ 100 เยน!!

1. วางแผ่นแป้งเกี๊ยวซ่าไว้บนเจ้าตัวอุปกรณ์ “คันตันเกี๊ยวซ่า” แล้วหยอดไส้ขนาดพอดีคำไว้ตรงกลาง

2. ดึงคันโยกอีกฝั่งขึ้นมาพับครึ่งแล้วกดให้แน่น พอเปิดออกมาอีกทีก็จะพบกับตัวเกี๊ยวที่ห่อเรียบร้อยสวยงามประหนึ่งเชฟมือโปรมาทำเอง ไม่มีอะไรง่ายไปกว่านี้อีกแล้ว!

มาสร้างความประทับใจให้เพื่อน ๆ ด้วยการโชว์ทักษะการห่อแป้งเกี๊ยวซ่าอย่างเชี่ยวชาญของคุณกันเถอะ (ใครจะรู้ว่าความจริงมันง่ายขนาดนี้!)

ความลับข้อที่ 3 : ทุก ๆ ชั่วโมง ผู้คนกว่า 230,000 คนจากทั่วทุกมุมโลกกำลังจับจ่ายที่ไดโซะ

ร้านไดโซะที่สินค้าคุณภาพสูงแต่ราคาต่ำเพียง 100 เยนกำลังขยายตัวและมีมากกว่า 5,000 สาขาทั่วโลก โดยเป็นร้านที่ขายสินค้าแบบ multi-store ที่มีทุกสิ่งให้เลือกสรร เน้นอัตรากำไรขั้นต้นแบบ gross profit ซึ่งก็คือการถัวเฉลี่ยกำไร โดยการสต๊อกสินค้าในปริมาณมาก ๆ และหลากหลาย บางอย่างขายได้กำไรมาก บางอย่างได้กำไรน้อย แต่ยังคงราคาไว้ที่ 100 เยนได้ (โดยที่ยังมีกำไร)

จากข้อมูลเดือนกรกฎาคม ปี 2019 ร้านไดโซะมีสาขาในญี่ปุ่น 3,400 สาขา และในต่างประเทศอีกกว่า 2,100 สาขาใน 27 ประเทศทั่วโลก ทั้งในเอเชีย, อเมริกาเหนือ, อเมริกากลาง, อเมริกาใต้, ตะวันออกกลาง และโอเชียเนีย และจากข้อมูลเดือนตุลาคมปี 2017  ในหนึ่งปี ไดโซะมีลูกค้ากว่า 100 ล้านคนทั่วโลก คิดเป็น  2.3 ล้านคน/วัน และ 230,000 คน/ชั่วโมงเลยทีเดียว

ความลับข้อที่ 4 : คลังสินค้าของไดโซะมีขนาดใหญ่กว่าโตเกียวโดมถึง 16 เท่า!

ร้านไดโซะนั้นมีเครือข่ายโลจิสติกส์ขนาดใหญ่เป็นของตัวเอง ทำให้ส่งต่อสินค้าไปไปยังร้านสาขาต่าง ๆ ทั่วญี่ปุ่นและในต่างประเทศได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว โดยมีศูนย์กระจายสินค้าครบทั้ง 8 ภูมิภาคของญี่ปุ่น

“โกดังสินค้าอัตโนมัติ” นั้นเป็นหนึ่งในความภาคภูมิในของไดโซะ นอกจากรถเครนจะสามารถหยิบจับของได้โดยอัตโนมัติแล้ว ของเหล่านี้ยังสามารถจัดเรียงใส่กล่องได้เองที่ความเร็ว 4.8 กิโลเมตร/ชั่วโมงอีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอ เจ้าเครนอัตโนมัตินี้สามารถจัดเรียงสินค้าสำหรับ 150-200 ร้านได้ในเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งสามารถจำแนกสินค้าตามเส้นทางการจัดส่งได้ด้วย

เมื่อก่อนไดโซะได้จัดส่งสินค้าโดยใช้กล่องกระดาษแข็งแบบมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันไดโซะได้เปลี่ยนไปใช้กล่องแบบเรซิ่นที่สามารถพับเก็บได้ และมี smart tag เพื่อระบุร้านค้าที่รับของปลายทางด้วย โดยเหตุผลหลักไดโซะที่เปลี่ยนมาใช้กล่องแบบเรซิ่นก็คือ วัสดุเหล่านี้สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วยนั่นเอง

พื้นที่จัดเก็บสินค้าของร้านไดโซะมีทั้งหมด 800,000 ตารางเมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า “โตเกียวโดม” ถึง 16 เท่า โตเกียวโดมนั้นเป็นสถานที่จัดงานคอนเสิร์ตและอีเวนต์ใหญ่ ๆ ที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น เปรียบได้กับอิมแพคอารีน่า เมืองทองธานีของไทยเลยทีเดียว พอจะนึกภาพความยิ่งใหญ่อลังการของคลังสินค้านี้ออกมั้ยคะ? เท่านั้นยังไม่พอ ในทุก ๆ วันจะมีสินค้ากว่า 200 ตู้คอนเทนเนอร์จากโรงงานไดโซะทั่วโลกส่งมาที่ญี่ปุ่นอีกด้วย!!!

ความลับข้อที่ 5 : สินค้าที่มีขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น

ปัจจุบัน ไดโซะมีสินค้าทั้งหมด 15 หมวดหมู่ ได้แก่ สินค้าประเภทพลาสติก, เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก, ของตกแต่งภายใน, ของเล่น, อุปกรณ์ทำสวนเล็ก ๆ, อุปกรณ์ประดิษฐ์ประดอยแบบ DIY, เครื่องเขียน, เครื่องสำอาง,อุปกรณ์ทำผม, ของใช้ในครัว, ทัปเปอร์แวร์, กล่องเบนโตะ, สินค้าเบ็ดเตล็ด, อุปกรณ์ทำความสะอาดและซักรีด และสินค้าพวกอะไหล่ต่าง ๆ

ลูกค้าของไดโซะสามารถเพลิดเพลินกับสินค้าต่าง ๆ จากไดโซะได้ที่ร้านไดโซะทั่วโลก แต่จะมีเพียงสินค้าบางชนิดที่มีขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นพวกสินค้าเบ็ดเตล็ด, สินค้าประเภทข้าวกล่อง และของตกแต่งน่ารักกุ๊กกิ๊กต่าง ๆ ที่นักท่องเที่ยวสามารถซื้อหาเป็นของฝากให้แก่เพื่อนฝูงได้ในราคาเบา ๆ

ถุงผ้ารูปปลาคาร์ฟญี่ปุ่น

ถุงผ้ารูปปลาคาร์ฟญี่ปุ่นสีสันสดใส เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งมีและร่ำรวยของชาวญี่ปุ่น มีขนาด 14.5 ซม. × 14.5 ซม. ประดับด้วยผ้าลายดอกไม้ญี่ปุ่นทั้งด้านหน้าด้านหลัง

มาเนกิเนะโกะ: แมวกวักนำโชคจากพลังแสงอาทิตย์

แมวควักนำโชคสีขาว กวักโชคกวักลาภ กวักลูกค้าเข้าร้าน ที่มักพบได้ตามร้านรวงต่าง ๆ คล้าย ๆ กับนางกวักบ้านเราค่ะ สินค้าค้าชิ้นนี้มีขนาดพอดีมือ น่ารักจนอดยิ้มไม่เลย แถมน้องยังกวักมือด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ไม่เปลืองแบตเตอรี่อีกต่างหาก ด้านล่างมีเทปกาว 2 หน้าเพื่อความสะดวกของลูกค้าในการติดตั้งด้วยค่ะ สมกับเป็นสินค้าจากญี่ปุ่นจริง ๆ

ยางลบรูปซูชิ

ยางลบน่ารัก ๆ เหล่านี้เหมือนจริงซะจนคุณเห็นแล้วต้องหิว! มีขนาดประมาณ 2.5 ซม. ทำเป็นรูปซูชิหน้าต่าง ๆ มีความละเอียดสมจริงซูมเห็นข้าวเป็นเม็ด ๆ เลยทีเดียว ถือเป็นสินค้าชั้นเยี่ยมอีกชิ้นหนึ่งที่สามารถพบได้ที่ร้านไดโซะ

ความลับข้อที่ 6 : ในแต่ละเดือนไดโซะจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ กว่า 700 รายการ

สินค้าของไดโซะมีมากกว่า 70,000 รายการ และในแต่ละเดือนยังมีการพัฒนาสินค้าใหม่อยู่ตลอด เฉลี่ยเดือนละกว่า 700 รายการ! โดยที่ของเบ็ดเตล็ดส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่พัฒนาโดยไดโซะเอง สุดยอดมาก ๆ เป็นไปได้ยังไง?

ที่มาของการพัฒนาสินค้าได้เป็นร้อย ๆ รายการในหนึ่งเดือนนั้นมาจากการที่ไดโซะร่วมมือกับผู้ผลิตกว่า 1,400 ราย และโรงงานกว่า 8,000 โรงงานใน 45 ประเทศ โดยเฉพาะในจีนและเกาหลี ผู้ผลิตหลากหลายเชื้อชาติต่างมีสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับไดโซะ ที่เป็นเหมือนตัวกลางเชื่อมต่อบริษัทกับโรงงานในท้องถิ่นเข้าด้วยกัน

ด้วยความที่มีสินค้ามากว่า 70,000 รายการ การควบคุมคลังสินค้าของไดโซะจึงเป็นเรื่องท้าทาย เพราะมีสินค้าออกใหม่ทุกเดือน พนักงานของร้านไดโซะจึงต้องคอยเช็คตลอดว่าสินค้าชิ้นไหนที่ไม่ค่อยเป็นนิยม และต้องเช็คแบบนี้ทุก ๆ วัน เพื่อปรับเปลี่ยนและพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด

ความลับข้อที่ 7 : สำนักงานใหญ่ของไดโซะอยู่ที่ฮิโรชิม่า

อาจะเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอยู่บ้าง ถ้าจะบอกว่าสำนักงานใหญ่ของไดโซะนั้นตั้งอยู่ที่เมืองฮิโรชิม่า จังหวัดฮิโรชิม่า ไม่ใช่เมืองหลวงอย่างโตเกียว

จังหวัดฮิโรชิม่าตั้งอยู่ในภูมิภาคชิโกกุ ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าอิสึคุชิมะ, อะตอมมิกบอมบ์โดม และมีอาหารเลื่องชื่ออย่างโอโคโนมิยากิและขนมมันจูรูปใบเมเปิ้ล นอกจากนั้นจังหวัดฮิโรชิม่ายังเป็นบ้านเกิดของแบรนด์ดังหลายแบรนด์ในญี่ปุ่นที่เอ่ยชื่อขึ้นมาแล้วทุกคนต้องร้องอ๋อ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทรถยนต์ชื่อดังอย่างมาสด้า (Mazda) หรือขนมขบเคี้ยวคาลบี้ (Calbee) หรือจะเป็นร้านขายเสื้อผ้าที่ได้รับความนิยมอย่างยูนิโคล่ (Uniqlo) ต่างก็มีต้นกำเนิดในจังหวัดฮิโรชิม่าทั้งนั้นค่ะ

ร้านไดโซะนั้น เดิมทีชื่อว่า “ยาโนะโชเต็น” จำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องใช้ในครัวเรือน และกลายมาเป็นบริษัทไดโซะซังเกียวหรือ Daiso Industries Co.,Ltd. ในปี 1977

ร้านไดโซะแห่งแรกนั้น เปิดตัวเมืองทาคามัตสึ จังหวัดคากาวะ ในปี 1991 และจากนั้นอีก 10 ปีต่อมาก็เปิดสาขาแรกในต่างประเทศที่ไต้หวันในเดือนสิงหาคม ปี 2001 และที่เกาหลีใต้ในเดือนกันยายน 2001 ในเวลาห่างกันไม่ถึงเดือน จากวันนั้นจนวันนี้ ไดโซะจะเปิดร้านสาขาในต่างประเทศเพิ่มทุก ๆ ปี มีเพียงปีเดียวที่ไดโซะไม่ได้ขยายสาขาในต่างประเทศเพิ่มเลยก็คือปี 2013

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะในระหว่างปี 2012-2014 ไดโซะได้เริ่มก่อสร้างศูนย์กระจายทั่วภูมิภาคญี่ปุ่นทั้ง 8 แห่ง โดย 5 แห่งนั้นเริ่มเปิดทำการในปี 2013 ไดโซะจึงทุ่มเทความพยายามทั้งหมดให้แก่ศูนย์กระจายสินค้าเหล่านี้ในปีนั้น และกลายมาเป็นรากฐานทางการขนส่งและกระจายสินค้าที่สำคัญของไดโซะจนถึงทุกวันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์การพัฒนาบริษัทของไดโซะที่เป็นไปแบบก้าวกระโดดและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหยั้งความพยายามนี้

เราได้สอบถามโฆษกของบริษัทไดโซะซังเกียว ว่าทำไมผู้คนจึงหลงรักร้าน 100 เยน? คำตอบของเขานั้นช่างแสนธรรมดา “เพราะเราพัฒนาร้านค้าและสินค้าของเราอยู่เสมอ ทำให้ผู้บริโภคไม่รู้สึกเบื่อ”

ไดโซะนั้นถือเป็นร้านค้าที่มีสีสัน สร้างความสะดวกสบาย แถมยังช่วยให้คนญี่ปุ่นในหลาย ๆ ครัวเรือนประหยัดเงินได้เป็นอย่างมาก สินค้าของไดโซะเต็มไปด้วยไอเดียใหม่ ๆ ไม่ซ้ำใคร ทำให้ลูกค้าไม่เบื่อ สิ่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงกลยุทธ์ทางการขาย แต่ยังเป็นการสร้างความผูกพันธ์ของลูกค้ากับแบรนด์ทางอ้อมอีกด้วย

ที่มา: livejapan, NNA
(Main image credit: Swedishnomad.com – Alex W / Shutterstock.com)
ผู้เขียน: A Housewife Wannabe

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
บริษัท เนสท์เล่ ประเทศญี่ปุ่น เตรียมเปลี่ยนแพคเกจ “Kitkat” จากห่อพลาสติกเป็นกระดาษ