งานเที่ยวโทโฮคุ ญี่ปุ่น !

ทำไมคนญี่ปุ่นจึงมีจิตใจอ่อนโยนและรักธรรมชาติ

คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่นับถือศาสนาใดๆเป็นหลักแต่คนญี่ปุ่นมีวิธีการฝึกเด็กให้เป็นคนที่มีจิตใจที่ดีและรักธรรมชาติด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

สังคมที่มีความเมตตากรุณาและเห็นคุณค่าของสิ่งเล็กๆน้อยๆ

เพื่อนญี่ปุ่นเล่าให้ฉันฟังว่าคนญี่ปุ่นไม่นิยมทำแท้งแม้ว่าทารกในครรภ์ถูกตรวจพบว่ามีความผิดปกติของโครโมโซมก็ตาม พวกเขาบอกว่าทารกในครรภ์มีชีวิตซึ่งน่าสงสารมากหากจะถูกหยุดชีวิตโดยที่เขาไม่มีความผิดใดๆ ไม่เฉพาะแต่มนุษย์คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับสิ่งเล็กๆน้อยๆไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือสิ่งของ คำว่า Kawaii so ที่แปลว่าน่าสงสารจังจึงมักจะออกจากปากของคนญี่ปุ่น

การเลี้ยงดูลูกด้วยความรักและความเอาใจใส่

ปัจจัยสำคัญที่สร้างจิตใจที่อ่อนโยนให้แก่เด็กคือการให้ความรักและความเอาใจใสในช่วงพัฒนาการการเจริญเติบโตที่สำคัญของลูกคือวัยตั้งแต่แรกเกิดถึง 2 ขวบ ซึ่งคุณแม่ญี่ปุ่นส่วนมากหยุดงานเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง (ประมาณ 1 ปี 2 เดือน) เพื่อเลี้ยงดูลูกโดยคงไว้ซึ่งตำแหน่งและเงินเดือนที่ 60 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนทั้งหมด หรือบางคนอาจหยุดเพิ่มโดยไม่รับเงินเดือนแต่คงไว้ซึ่งตำแหน่งงาน อย่างไรก็ตามมีคุณแม่จำนวนมากหยุดงานเป็นเวลานานเพื่อทำหน้าที่ดูแลลูกกอย่างใกล้ชิดในวัยอนุบาลจนจบประถมศึกษาและเริ่มหางานทำใหม่เมื่อลูกเข้าสู่วัยมัธยมศึกษา

การได้รับสิ่งดีๆจากสังคม

ตลอดปีผู้ใหญ่และองค์กรต่างๆในสังคมหมุนเวียนจัดกิจกรรมที่สร้างการเรียนรู้ สร้างความสนุกสนานและมอบสิ่งดีๆให้กับเด็กอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ช่วงเวลาวัยเด็กเป็นช่วงเวลาแห่งการมีความสุขอย่างเต็มที่และเมื่อโตขึ้นเด็กเหล่านั้นต่างมีความรู้สึกรักและอยากทำสิ่งดีๆให้กลับคืนแก่สังคม

IMG_5097

ธรรมชาติรอบตัว

ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าในสี่ฤดูกาลของญี่ปุ่นนั้นมีการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติมากมายทั้งต้นไม้ดอกไม้ นกต่างๆ แมลงและสัตว์เล็กๆมี่ไม่มีพิษที่กำเนิดขึ้นตามช่วงฤดูกาลล้วนมีผลในการสร้างจิตใจที่อ่อนโยนให้แก่คนญี่ปุ่นไม่น้อย คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ให้เด็กเติบโตกับธรรมชาติโดยให้เด็กได้เล่นและเรียนรู้สิ่งต่างๆในธรรมชาติ   เริ่มต้นจากปลายฤดูหนาวช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่เด็กๆสนุกกับการจับลูกอ๊อดที่อยู่ในสระน้ำตามสวนสาธารณะหรือโรงเรียน บ้างจับแล้วปล่อย บ้างจับแล้วนำไปเลี้ยงไว้ในอ่างเล็กๆที่บ้านเพื่อดูการเจริญเติบโต

Gen11

Gen9

Ge4

ถัดจากปลายฤดูหนาวก็เป็นช่วงที่แมลงเต่าทองวางไข่และสามารถมองเห็นตัวอ่อนของแมลงเต่าทองที่พร้อมจะลอกคราบเป็นแมลงเต่าทองในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม

เข้าปลายเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงที่ผีเสื้อวางไข่และพัฒนากลายเป็นหนอน เด็กๆก็มักนำหนอนมาเลี้ยงและดูพัฒนาการการเปลี่ยนแปลงขั้นต่างๆจนกลายเป็นผีเสื้อและปล่อยผีเสื้อออกสู่ธรรมชาติ ช่วงนี้ในหนองน้ำก็มักมีกุ้งก้ามกรามป่าที่เจริญเป็นตัวเต็มวัยออกมาให้เด็กได้ตกเล่นสร้างความสนุกสนาน

Ge7

เดือนมิถุนายนเป็นช่วงฤดูฝนและหลังฝนตกมักมีสัตว์เล็กที่ไม่มีพิษให้เด็กๆตื่นเต้นและสนุกที่จะไปจับได้แก่ ตัวกะปิ ตัวทากและหอยทาก เป็นต้น เด็กญี่ปุ่นส่วนใหญ่ให้ความสนใจตัวกะปิมากๆเนื่องจากตัวกะปิมีลักษณะพิเศษคือเมื่อเด็กเอานิ้วไปสัมผัสตัวกะปิจะม้วนตัวกลมๆ สร้างความสนุกตื่นเต้นให้กับเด็ก  ตัวกะปิไม่เป็นสัตว์ที่ก่อให้เกิดโรคหรือเป็นพิษเมื่อสัมผัส พ่อแม่ญี่ปุ่นจึงมักจะปล่อยลูกจับและเล่นกับตัวกะปิจนกว่าลูกจะเบื่อและหันไปเล่นอย่างอื่น

IMG_2793

ตั้งแต่กลางเดือนกรกฏาคมไปจนถึงต้นเดือนกันยายนเด็กๆต่างสนุกกับการตามหาและจับจั๊กจั่น บ้างก็เก็บสะสมคราบจั๊กจั่นไว้เป็นของมีค่า  นอกจากจั๊กจั่นแล้วเด็กญี่ปุ่นก็ชื่นชอบการเลี้ยงด้วงกว่างหรือ Kabuto Mushi

Ge0

Ge5

gen12

ด้วยการรักษาไว้ซึ่งธรรมชาติจากรุ่นต่อรุ่นทำให้พ่อแม่ญี่ปุ่นสนับสนุนให้ลูกได้สัมผัสและเรียนรู้การเจริญเติบโตของแมลงและสิ่งมีชีวิตดังกล่าวข้างต้นเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ญี่ปุ่นมีสถานที่ให้เด็กได้เรียนรู้และสัมผัสกับสัตว์ต่างๆกระจายไปตามเมืองต่างๆ นอกจากนี้ในโรงเรียนก็ใช้ระบบการให้เด็กเรียนธรรมชาติโดยการให้เด็กปลูกต้นไม้และบันทึกการเจริญเติบโตของต้นไม้ การนำเด็กไปเรียนรู้นอกห้องเรียนตามฤดูกาลต่างๆ และการให้เด็กเรียนรู้วงจรชีวิตของสัตว์ต่างๆ เช่นกุ้งก้ามกรามป่า ฝีเสื้อ ปลาตัวเล็กๆและด้วง เป็นต้น สร้างความใกล้ชิดระหว่างเด็กและสิ่งมีชีวิต

IMG_5205

 

ที่มารูป:

road-station.com

japaniums.blogspot.jp

dinakarr.blogspot.jp

en.gmw.cn

www.pinterest.com

www.hiraganatimes.com

Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
โครงการดีๆของคนญี่ปุ่น: ฝาขวดพลาสติก PET ที่สร้างรอยยิ้มให้เด็กยากจนทั่วโลกได้