งานเที่ยวโทโฮคุ ญี่ปุ่น !

Kanken VS anello เจาะประวัติเบื้องหลังเป้สองแบรนด์ดังที่ฮิตทั่วแดนญี่ปุ่น

ณ เวลานี้คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อกระเป๋า Kanken และ anello อย่างแน่นอน จากกระแสเป้ยอดฮิตที่ครองใจคนญี่ปุ่น (และคนไทยด้วย) มาตั้งแต่ปีสองปีที่แล้ว นำไปสู่คำถามที่ว่า “ทำไมมันถึงฮิตได้ขนาดนี้?” วันนี้ ANNGLE เลยจะพาไปดูประวัติของเป้ทั้งสองแบรนด์ ว่ากว่าจะกลายมาเป็นกระเป๋ายอดนิยมได้ขนาดนี้เนี่ย มันมีที่มาที่ไปยังไงบ้างนะ

เดิมทีภาพลักษณ์ของกระเป๋าเป้เป็นอะไรที่ไม่ได้ดูหรูหราอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นคนญี่ปุ่นจำนวนมากก็นิยมสะพายเป้กันเป็นปกติ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะความสะดวกสบายประกอบกับค่านิยมของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ยึดติดกับการแต่งตัวหรูเนี้ยบอย่างแต่ก่อน ทำให้กระเป๋าเป้สะพายหลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะสองแบรนด์ดังอย่าง anello และ Fjallraven ที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้

anello เป้ที่มาพร้อมโครงเหล็กอันเป็นเอกลักษณ์

เริ่มที่ anello แบรนด์กระเป๋าสะพายหลังที่มีจุดเด่นตรงโครงเหล็กบริเวณฝาเปิดปิด ที่ทำให้สามารถเปิดกระเป๋าออกเป็นทรงสี่เหลี่ยมได้อย่างกว้าง ออกแบบและผลิตโดยบริษัท Carrot บริษัทผลิตกระเป๋าที่ก่อตั้งในปี 1988 และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่โอซาก้า โดยเริ่มผลิตในปี 2005 และเริ่มวางจำหน่ายกระเป๋าเป้แบบมีโครงเหล็กอย่างที่นิยมในปัจจุบันตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2014 เป็นต้นมา

anello กลายเป็นกระเป๋าที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปี 2016 โดยมียอดขายมากถึง 2.8 ล้านใบ ทำรายได้ไป 8.8 ล้านเยนในเดือนมิถุนายนปี 2016 (มากกว่าปีก่อนหน้าสองเท่า) ซึ่งเป็นอะไรที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอุตสาหกรรมแฟชั่นของญี่ปุ่น เมื่อเทียบกับแบรนด์เนมที่ขายดีเป็นอันดับต้น ๆ ในญี่ปุ่นอย่าง Louis Vuitton หรือ Coach ที่ปีหนึ่งขายได้อย่างมาก 3-4 แสนใบเท่านั้น

นอกจากจะได้รับความนิยมในญี่ปุ่นแล้ว anello ยังบูมในหมู่ชาวต่างชาติที่ไปเที่ยวญี่ปุ่น และมีวางจำหน่ายในหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทยด้วย และคาดว่าจะยังคงได้รับความนิยมต่อไปอีกพักใหญ่ทีเดียว

นอกจากดีไซน์ที่สวยโดนใจวัยรุ่นแล้ว อีกเหตุผลที่ทำให้ anello ได้รับความนิยมก็คือราคาที่คนทั่วไปเอื้อมถึงได้ (3,200-6,500 เยน) บวกกับชื่อแบรนด์ anello ที่ดูอินเตอร์ ทำให้หลายคนไม่คิดว่าจะเป็นแบรนด์ของญี่ปุ่นนั่นเอง

ซ้าย: กระเป๋า Kanken ขวา: กระเป๋า anello

Kanken กระเป๋านำเข้าที่ไม่ได้มีดีแค่ดีไซน์

มาต่อกันที่ Fjallraven แบรนด์ผู้ผลิตสินค้า outdoor สัญชาติสวีเดนที่ก่อตั้งในปี 1960 เจ้าของกระเป๋าเป้ Kanken สุดฮิต โดยชื่อ “Kanken” ในภาษาสวีเดนแปลว่า “ถือ/หิ้ว” ซึ่งสื่อถึงเป้ที่สามารถใช้เป็นกระเป๋าถือได้ด้วย

ต้นกำเนิดของ Kanken ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว ย้อนกลับไปช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 1970 เด็กนักเรียนชั้นประถมในสวีเดนประสบปัญหาปวดหลังจากการใช้กระเป๋าสะพายไหล่ ทำให้ Kanken เกิดมาเพื่อแก้ปัญหานี้ ตัวกระเป๋ามีดีไซน์ที่เรียบง่าย ผลิตด้วยเส้นใย vinylon ของญี่ปุ่น ทำให้กระเป๋ามีนำ้หนักเบาเป็นพิเศษ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความคงทนสูง

vinylon เป็นวัสดุที่ย้อมสีได้ยาก ทำให้สีของกระเป๋า Kanken ออกแนวทึม ๆ จึงให้ภาพลักษณ์ที่ดูเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มาพร้อมกับโลโก้ทรงกลมที่มีภาพจิ้งจองอาร์กติกอยู่ตรงกลางเป็นแผ่นสะท้อนแสงได้เพื่อช่วยให้เด็ก ๆ เดินกลับบ้านตอนกลางคืนอย่างปลอดภัย นอกจากนี้รูปจิ้งจอกยังแสดงถึงการอนุรักษ์จิ้งจอกอาร์กติกที่ทางบริษัทมีส่วนร่วมอีกด้วย

และแล้วเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา Kanken ก็กลายเป็นกระเป๋ายอดนิยมในญี่ปุ่นอย่างคาดไม่ถึง โดยมีราคาอยู่ที่ราว ๆ 12,000 เยน ซึ่งเป็นราคาที่เหมาะสมสำหรับกระเป๋านักเรียนและราคาที่รับได้ในฐานะกระเป๋านำเข้า เรียกได้ว่าฮิตหนักมากก่อนที่ anello จะมาชิงกระแสไปในปีที่แล้ว

ทั้ง anello และ Kanken ต่างก็เป็นกระเป๋าเป้ที่มีความคงทนและราคาเอื้อมถึงได้ ประกอบกับค่านิยมการใช้กระเป๋าเป้ในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ทั้งสองแบรนด์ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นญี่ปุ่นและต่างชาติ จนกลายเป็นไอเทมมาแรงที่แทบทุกคนจะต้องมีไว้เป็นเจ้าของสักใบ

หลังจากนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีไอเทมใหม่อะไรมานำเทรนด์กันอีกบ้าง คงต้องรอดูกันต่อไป…

 

ที่มา: the-japan-news collectors-web

Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
นาฬิกาขั้นเทพ! ธีม “7 เทพเจ้าแห่งความโชคดี” ไอเทมใหม่จาก G – Shock