รู้หรือไม่? ญี่ปุ่นก็เคยเกิดการระบาดของไข้เลือดออก!

Last updated:

ตอนนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงหน้าฝนอย่างเต็มตัว ส่วนญี่ปุ่นก็อยู่ในช่วงหน้าร้อนแล้ว หากใครเคยไปญี่ปุ่นช่วงหน้าร้อนจะรู้สึกได้ว่าอากาศร้อนของเค้าไม่เหมือนบ้านเรา เดินแค่แป๊บเดียวเหงื่อก็ชุ่มตัวแล้ว ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ไม่มีข่าวเกี่ยวกับยุงลายและไข้เลือดออกให้ได้ยินเท่าไหร่ ด้วยความที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศ 4 ฤดู ทำให้มีช่วงที่อากาศร้อนชื้นซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไข้เลือดออกสั้นกว่าประเทศไทยหรือประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ว่าที่จริงญี่ปุ่นเองก็เคยมีไข้เลือดระบาดมาแล้วเช่นกัน

รู้หรือไม่ ปี 2014 ญี่ปุ่นก็เคยเกิดโรคระบาดไข้เลือดออกจนเป็นข่าวใหญ่!

เมื่อกลางฤดูร้อนเดือนสิงหาคมปี 2014 ได้เกิดโรคไข้เลือดออกระบาดในสวนสาธารณะโยโยงิ กรุงโตเกียวในรอบ 70 ปี การระบาดในครั้งนั้นมีผู้ติดเชื้อจำนวน 66 ราย โดยจากการตรวจสอบพบว่าผู้ที่ติดเชื้อมาจากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วญี่ปุ่น แต่ทุกคนเดินทางมาที่สวนสาธารณะโยโยงิในเวลาใกล้เคียงกันและจำได้ว่าถูกยุงกัดที่นี่ ส่งผลให้ทางการญี่ปุ่นต้องประกาศปิดสวนไประยะหนึ่งเพื่อกำจัดพาหะนำโรค นอกจากนี้ภายในสวนยังมีจุดที่เป็นบ่อน้ำซึ่งเอื้อต่อการขยายพันธุ์ของยุงด้วย

สวนสาธารณะโยโยงิ

มาตรการแก้ไขและป้องกันของญี่ปุ่น

ป้ายเตือนให้ระวังยุงที่สวนโยโยงิ

แม้ว่าไข้เลือดออกจะไม่ใช่โรคที่พบเจอได้บ่อยในญี่ปุ่น แต่เมื่อระบาดขึ้นครั้งหนึ่งแล้ว คนญี่ปุ่นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยกระทรวงสุขภาพ แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่นที่ได้ดำเนินการจัดการและป้องกันโรคไข้เลือดออกอย่างจริงจังในสวนสาธารณะโยโยงิโดยการฉีดพ่นยากำจัดยุง ระบายน้ำขัง และเปลี่ยนถ่ายน้ำในสระและบ่อน้ำในสวนใหม่ ซึ่งสามารถกำจัดยุงที่เป็นพาหะโรคไข้เลือดออกได้ทั้งหมด และนับแต่นั้นก็ไม่พบการระบาดซ้ำอีก

สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศไทย

จากข้อมูลของสำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทยพบว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศไทยล่าสุดเมื่อเดือน 18 มิถุนายน พ.ศ.2562 มีจำนวนผู้ป่วยสะสมมากถึง 31,843 ราย เสียชีวิตแล้ว 48 ราย เมื่อเทียบกับสถิติช่วงเดียวกันของปีที่แล้วพบว่า มีจำนวนผู้ป่วยสะสม 19,804 ราย เสียชีวิต 24 ราย จะเห็นได้ว่า มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 1.6 เท่า ซึ่งไทยเรายังไม่มีมาตรการจัดการกับไข้เลือดออกที่ครอบคลุมอย่างที่ญี่ปุ่น การป้องกันตัวเองและดูแลคนใกล้ตัวให้ห่างไกลจากโรคจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ลักษณะอาการของโรคไข้เลือดออก

อาการของโรคไข้เลือดออกมีความรุนแรงมากน้อยแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล โดยลักษณะอาการทั่วไปจะได้แก่ มีไข้สูง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดเมื่อยตัว ปวดตา ปวดข้อหรือกระดูก หากอาการรุนแรงจะมีเลือดออกเป็นจุด ๆ ตามผิวหนังหรือทางจมูก รวมถึงอวัยวะภายใน และมีโอกาสเกิดภาวะช็อกร่วมด้วยซึ่งอันตรายมาก

การดูแลผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเบื้องต้น

ปัจจุบันยังไม่มียาสำหรับรักษาโรคไข้เลือดออก การรักษาจึงเป็นไปตามอาการเพื่อประคับประคองให้ร่างกายของผู้ป่วยกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกส่วนใหญ่จะมีไข้และมีอาการเบื่ออาหารรวมทั้งอาเจียนทำให้ร่างกายเกิดการขาดน้ำในปริมาณมากกว่าปกติ จึงควรให้ผู้ป่วยดื่มน้ำให้พอเหมาะและจิบเครื่องดื่มชดเชยน้ำและแร่ธาตุเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ

การป้องกันโรคไข้เลือดออก

เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนสำหรับป้องกันโรคไข้เลือดออกเช่นเดียวกับที่ไม่มียารักษา การป้องกันที่เราสามารถทำได้จึงได้แก่การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงรอบบ้าน หมั่นเปลี่ยนน้ำในถัง แจกัน หรือถ้วยน้ำรองขาโต๊ะบ่อย ๆ เพราะยุงชอบวางไข่ในน้ำนิ่ง หากรู้ตัวว่าจำเป็นต้องไปในที่ ๆ ยุงชุมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้ทายากันยุงหรือใช้สเปรย์ไล่ยุง และเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าสีเข้มหรืออยู่ในที่มืดปิดทึบ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะติดโรคไข้เลือดออกได้

วิธีป้องกันการขาดน้ำจากโรคไข้เลือดออก

จากที่ได้กล่าวมาในเบื้องต้น ผู้ป่วยไข้เลือดออกจะมีไข้สูง และอาเจียน ทำให้ร่างกายมีความเสี่ยงที่จะเกิดการขาดน้ำได้มากกว่าปกติ ผู้ป่วยจึงควรเติมน้ำและแร่ธาตุให้กับร่างกายอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ เช่น การดื่มเครื่องดื่มที่ช่วยเติมน้ำและแร่ธาตุให้กับร่างกาย อย่างเช่น โพคารี่สเวท ซึ่งเป็นเฮลท์ตี้ดริ๊งก์จากญี่ปุ่นที่มีคุณสมบัติชดเชยน้ำและแร่ธาตุให้กับร่างกาย แม้ว่าปกติแล้วโพคารี่สเวทจะได้รับความนิยมในหมู่ผู้ที่ออกกำลังกายหรือทำ กิจกรรมกลางแจ้งเพื่อป้องกันโรคลมแดด แต่ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกก็สามารถดื่มเพื่อฟื้นฟูร่างกายได้เช่นกัน เพราะโพคารี่สเวทเป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของแร่ธาตุใกล้เคียงกับของเหลวในร่างกายเรา ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว โดยในประเทศที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดบ่อยอย่างอินโดนีเซีย แพทย์ในโรงพยาบาลก็มีการแนะนำให้ผู้ป่วยดื่มโพคารี่สเวทเพื่อรักษาสมดุลของน้ำในร่างกายจากอาการขาดน้ำที่เกิดจากไข้เลือดออกอีกด้วย

ที่มา: niid, business.nikkei, honestdocs, atm.eisai, bumrungrad, idsc.tokyo-eiken, matome.naverhealthhub

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
อย่าทิ้ง! เอาถุงน่องเก่ามาใช้ประโยชน์แบบคนญี่ปุ่นกันดีกว่า