งานเที่ยวโทโฮคุ ญี่ปุ่น !

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “ยามากาตะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

Last updated:

จังหวัดยามากาตะ หนึ่งในจังหวัดที่อยู่ในภูมิภาคโทโฮคุ และเมื่อพูดถึงจังหวัดยามากาตะก็ต้องนึกถึงภูเขาไฟซะโอะ และยามะเดะเระ วัดบนภูเขา รวมถึงเทศกาลดังอย่าง Hanagase Matsuri ในช่วงฤดูร้อนของที่นี่นั่นเอง มาเที่ยวชมธรรมชาติ และความเงียบสงบของเมืองชนบทแห่งนี้กันเถอะ !

1. ภูเขาฮากุโระซัง (羽黒山)

ภูเขาไฟฮากุโระซัง เป็นหนึ่งในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เรียกได้ว่าเป็นภูเขาตัวแทนการเกิดใหม่ของชาวญี่ปุ่น เนื่องจากบนยอดภูเขานั้นเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าฮากุโระซัง ซึ่งเป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้าฮากุโระซัง จึงมีนักพรตจำนวนมาก ขึ้นไปบำเพ็ญเพียรบนนั้น หรือแม้แต่เพื่อนๆเองก็สามารถมาเที่ยวชมที่ศาลเจ้าแห่งนี้ได้โดยการขึ้นบันไดหินที่มีถึง 2,446 ขั้น สองข้างทางมีรูปสลักหิน ซึ่งถูกล้อมรอบไปด้วยป่าไม้ซีดาร์ อีกทั้งเพื่อนๆยังสามารถชมเจดีย์ห้าชั้น ที่ถือเป็นสมบัติชาติญี่ปุ่นอีกแห่งหนึ่ง

หากเพื่อนๆคนไหนคิดว่าดูจากระยะทางแล้วไม่ไหวแน่ๆ ก็สามารถนั่งรถบัสขึ้นไปบนยอดเขาได้ หรือใครอยากท้าทายกำลังตัวเอง ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะสลบคาบันได เพราะตลอดทางมีศาลาให้พัก พร้อมของว่างหรือเครื่องดื่มคอยให้บริการด้วยค่ะ นอกจากนี้ก่อนจะถึงยอดเขายังมีบริการที่พักพร้อมอาหารเช้าและอาหารเย็นให้ด้วย แต่ที่พักนี้ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้นนะ เมื่อถึงยอดเขาแล้ว ข้างบนมีพิพิธภัณฑ์เดวะซังซัน ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับศาลเจ้าให้ได้ศึกษากัน และสำหรับผู้ที่ขึ้นไปถึงยอดเขาที่นี่เขามีประกาศนียบัตรมอบให้ด้วย ถ้าเพื่อนๆคนไหนมีโอกาสมาช่วงวันที่ 31 ธันวาคม ที่นี่มีการจัดเทศกาล Shoreisai ด้วยนะ

สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่สนใจเข้าชมพิพิธภัณฑ์เดวะซังซัน เปิดทำการตั้งแต่เวลา 8.30-16.30 น. และวันปิดทำการทุกวันพฤหัสบดี เสียค่าเข้าชมคนละ 300 เยน วิธีเดินทางหากนั่งรถบัส Shonai Kotsu จาก Tsuruoka Station หรือ Haguro Center (Zuishinmon bus stop) ไปถึงยอดเขาฮากุโระซัง ใช้เวลาประมาณ 55 นาที แต่ปิดให้บริการในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม

ข้อมูลเพิ่มเติม dewasanzan

2. วัดริชชะคุจิ (宝珠山 立石寺)

วัดริชชะคุจิหรือยามะเดระ หนึ่งในวัดที่ตั้งอยู่บนเนินภูเขาสูง ที่ท้าทายกำลังให้เราขึ้นไปนั่นเอง เพราะวัดแห่งนี้มีบันไดกว่า 1,015 ขั้น จนมีอีกหนึ่งชื่อว่า วัดบันไดพันขั้น นอกจากเพื่อนๆจะได้เที่ยวชมวิวทิวทัศน์ของใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงระหว่างที่เดินขึ้นภูเขาแห่งนี้แล้ว ที่นี่ยังมีบรรยากาศเงียบสงบชวนให้เราสนุกไปกับการเดินขึ้นภูเขาเลยละค่ะ ที่สำคัญอาคารต่างๆของวัดยังเรียกเหงื่อจากผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมได้อีก เนื่องจากอาคารแต่ละหลังจะสร้างไล่ระดับความสูงขึ้นไป และตัวอาคารที่อยู่สูงที่สุดนั่นก็คือ วิหารโกไดโด ที่ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงจากประตูวัดขึ้นมาถึงที่นี่ ถือเป็นด่านยักษ์สุดหินเลยก็ว่าได้

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจมาที่นี่ละก็สามารถเดินทางโดยรถไฟ JR มาลงที่สถานียามะเดระ เพียง 7 นาทีเท่านั้นค่ะ เพื่อนๆก็จะพบกับประตูวัดที่ตั้งต้อนรับอยู่หน้าเนินเขานั่นเอง

ข้อมูลเพิ่มเติม rissyakuji

3. กินซังออนเซ็น (銀山温泉)


เสน่ห์ของเมืองน้ำพุร้อนที่คงความเป็นเรียวกังสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมเอาไว้ เมื่อเพื่อนๆมาถึงที่นี่จะสามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันเงียบสงบที่อยู่ท่ามกลางภูเขา สองข้างทางเป็นเรียวกังที่ทำจากไม้มี 3-4 ชั้น นอกจากนี้บริเวณกลางเมืองยังเปิดให้ผู้คนสัญจรเท้าโดยเฉพาะ พูดง่ายๆคือไม่ให้รถขับผ่านนั่นเองค่ะ เนื่องจากถนนแคบ และไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับจอดรถ ตอนเย็นแดดร่มลมตก เพื่อนๆสามารถมาเดินเล่นเก็บบรรยากาศได้ เพราะเรียวกังทั้งหลายจะพร้อมใจกันเปิดโคมไฟตะเกียงก๊าซสีส้ม ทำให้เราเหมือนหลุดไปยังอีกยุคหนึ่งเลยละค่ะ ยิ่งช่วงฤดูหนาวสองข้างทางเต็มไปด้วยหิมะแล้วละก็ ยิ่งทำให้เมืองนี้มีทัศนียภาพที่สวยงามเกินบรรยายจริงๆ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีบริการให้แช่เท้าฟรีทั่วเมืองด้วย ส่วนบริเวณด้านหลังของเมืองมีน้ำตกอุโมงค์ ที่เปิดให้เข้าชม เนื่องจากน้ำตกนี้เคยเป็นปากประตูเหมืองแร่มาก่อน

สำหรับเพื่อนๆที่ต้องการใช้บริการออนเซ็นที่นี่ มีห้องอาบน้ำสาธารณะเปิดให้บริการ 2 แห่ง ราคาประมาณ 300-500 เยน คือ ชิโรกาเนยุ และ โอโมคาเกยุ ที่เป็นห้องอาบน้ำแบบส่วนตัว ราคา 2,000 เยน ส่วนออนเซ็นแช่เท้ามีให้บริการฟรีดังที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ค่ะ วิธีเดินทางจากสถานี Oishida Station นั่งรถบัสไปยัง Ginzan Onsen ซึ่งบัสจะออกทุกๆ 60-90 นาที ใช้เวลาประมาณ 35 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม ginzanonsen

4. ลานสกีซะโอ (蔵王猿倉スキー場)

ลานสกีซะโอ สุดยอดลานสกีที่เป็นแหล่งรวมตัวของ Snow Monster เพราะเมื่อถึงช่วงฤดูหนาว เพื่อนๆจะได้พบกับเหล่าต้นไม้สูงใหญ่ที่ถูกหิมะขาวโพลนแช่แข็งจนกลายเป็นรูปร่างต่างๆ จนทำให้คนแถวนั้นเรียกกันว่า Snow  Monster หรือ ปีศาจหิมะ นั่นเอง ถือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่แปลกประหลาดอีกอย่างหนึ่ง ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อนๆยังสามารถนั่งกระเช้าโรปเวย์เพื่อชมบรรยากาศโดยรอบของภูเขาซะโอ และเหล่า Snow Monster ได้ด้วย นอกจากนี้ในตอนกลางคืนที่นี่ยังถูกประดับประดาด้วยไฟ สร้างความสวยงาม แปลกตาให้กับนักท่องเที่ยวมากๆเลยละค่ะ  หรือถ้าใครอยากสัมผัสกับเหล่า Snow Monster อย่างใกล้ชิด ต้องนั่งรถขบวนพิเศษอย่าง Night Cruiser ซึ่งจะพาเพื่อนๆไปชมความงดงามอย่างใกล้ชิด แถมในรถยังมีฮีทเตอร์ให้ความอบอุ่นอีกด้วย ไหนๆก็มาถึงแล้วลองมาเล่นสกีกันสักหน่อย ถึงแม้จะเล่นไม่เป็นที่นี่ก็มีคอร์สและอุปกรณ์ให้เช่าด้วยค่ะ ส่วนใครที่โปรแล้วที่นี่ก็มีลานสำหรับนักเล่นสกีให้ได้ท้าดวลกันด้วย

ลานสกีซะโอเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 8.15-17.00 น. สำหรับคนที่ต้องการล่นสกีเหมาทั้งวัน  5,000 เยน ส่วนตอนกลางคืน 17.00-21.00 น.  2,000 เยน หรือถ้าใครอยากมาชม Snow Monste 2,600 เยนค่ะ วิธีเดินทางจากโตเกียวนั่ง JR Yamagata Shinkansen แล้วเปลี่ยนไปนั่งรถบัสที่ผ่าน  Zao Onsen

ข้อมูลเพิ่มเติม zao-ski

5. ซะโอออนเซ็น (蔵王温泉)

ภูเขาซะโอถือเป็นภูเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดในจังหวัดยามากาตะ นอกจากจะเป็นสถานที่เล่นสกีอันโด่งดังแล้ว บนเนินเขายังมีเมืองออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นตั้งอยู่ด้วย เพื่อนๆจะได้ชมบรรยากาศของเหล่าทิวทัศน์ที่งดงาม และบำบัดสุขภาพของร่างกายไปด้วย เพราะเมื่อถึงฤดูหนาวเหล่านักท่องเที่ยวที่เหน็ดเหนื่อยจากการเล่นสกีก็จะพากันมาพักผ่อนที่ออนเซ็นแห่งนี้นั่นเอง ด้วยสภาพแวดล้อมกลางป่าเขาที่เงียบสงบ และน้ำแร่ออนเซ็นที่มีส่วนประกอบของกำมะถันค่อนข้างสูง จะช่วยบำบัดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย แถมยังบำรุงผิวพรรณให้อ่อนนุ่ม เปล่งปลั่งอยู่เสมอด้วย นอกจากนี้ในตัวเมืองยังมีออนเซ็นน้ำแร่อีกมากมาย ที่ถึงแม้จะไม่ได้เข้าพักก็สามารถเข้าไปแช่กันได้ ไม่ว่าจะเป็น โรงอาบน้ำสาธารณะในซะโอออนเซน,โรงอาบน้ำซะโอ ไดโรเทมบูโระ ,ห้องอาบน้ำชิโมยุ

สำหรับโรงอาบน้ำซะโอ ไดโรเทมบูโระ เปิดตั้งแต่เวลา 6:00-19:00 น. เสียค่าเข้าคนละ 470 เยน 200 เยน ห้องอาบน้ำชิโมยุ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 6.00-22.00 น. การเดินทางจาก Tokyo นั่ง JR Yamagata Shinkansen แล้วเปลี่ยนไปนั่งรถบัสที่ผ่าน Zao Onsen

ข้อมูลเพิ่มเติม zao-spa

6.โมงามิงะวะ (最上川)

เก็บบรรยากาศสองข้างทางของป่าไม้ที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ด้วยการล่องเรือชมแม่น้ำโมงามิงะวะ แม่น้ำสายหลักของจังหวัดยามากาตะ หากเพื่อนๆได้มาล่องเรือช่วงใบไม้ผลิ จะได้ชมดอกสึสึจิสีเเดงสีชมพู และซากุระที่พร้อมใจกันบานทั่วทั้งภูเขา พอช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพื่อนๆจะได้พบกับความงามของเหล่าใบที่แข่งกันเปลี่ยนสี ส่วนช่วงฤดูหนาว วิวทิวทัศน์ที่มีสีสันจะพลันเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนในพริบตา สำหรับเรือที่ใช้นำชม มีทั้งโต๊ะโคทัตสึ และหลังคาคอยกันหิมะและแสงแดดให้ด้วย อีกทั้งบนเรือยังมีไกด์คอยอธิบายความเป็นมาของแม่น้ำแห่งนี้ด้วย แต่สำหรับพวกเราชาวต่างชาติไม่ต้องกลัวว่าจะฟังไม่รู้เรื่อง เพราะเขามีไกด์ที่พูดภาษาอังกฤษได้ มาช่วยอธิบายด้วยค่ะ แถมที่นี่ยังเคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องสงครามชีวิตโอชินด้วยนะ

เพื่อนๆสามารถล่องเรือชมแม่น้ำโมงามิงาวะได้ตั้งแต่เวลา 9.30-15.30 น. เสียค่าธรรมเนียมคนละ 2,030 เยน เด็ก 1,020 เยน วิธีเดินทางจากสถานียามากาตะ นั่งรถไฟชินคันเซ็นมาลงที่สถานี ชินโจ แล้วเปลี่ยนมานั่งรถไฟ JR สาย Rikuu West Line ลงที่สถานี JR Furukuchi ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

ข้อมูลเพิ่มเติม blf.co.jp

7. สวนสาธารณะโมงามิงาวะฟุรุซาโตะ (最上川ふるさと総合公園)

สวนสาธารณโมงามิงาวะฟุรุซาโตะ เป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสีเลยละ เพราะถ้าหากมาที่สวนสาธารณะแห่งนี้ เพื่อนๆจะได้เจอกับต้นเมเปิ้ลขนาดใหญ่ ที่จะผลัดใบเป็นสีแดงในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ภายในเพื่อนๆจะได้ร่วมชงชาแบบญี่ปุ่น และจิบชาพลางดูเหล่าใบไม้ที่กำลังร่วงโรย ถือเป็นการสัมผัสกับฤดูใบไม้ร่วงที่แท้จริงเลยละ นอกจากนี้ในช่วงวันคริสต์มาสที่สวนสาธารณะโมงามิงาวะฟุรุซาโตะ ยังมีอุโมงค์แห่งแสง ที่มีความยาวกว่า 20 เมตร ให้ๆเพื่อนได้เดินชมไฟประดับ รวมถึงยังเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลหิมะยามากาตะครั้งแรกในปี 2016 ที่ผ่านมาด้วย ซึ่งที่นั่นมีการประดับตุ๊กตาหิมะตัวใหญ่สูง 6 เมตร เป็นสัญลักษณ์ของงาน ภายในงานยังมีกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ไฟ ไฟประดับ และการแสดงสดจากเหล่าศิลปินที่มาร่วมบรรเลงเพลงราวกับอยู่ในความฝันเลยละค่ะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นที่นิยมในการจัดงานอีเว้นท์ต่างๆอีกด้วย ไม่แน่ว่าวันที่เพื่อนๆมาเที่ยวอาจมีอีเว้นท์สนุกๆรออยู่ก็ได้นะ

สำหรับที่นี่เปิดให้บริการทุกวัน สำหรับงานเทศกาลไฟประดับจะจัดขึ้นตั้งแต่เวลา 16.30-21.00 น. สำหรับวิธีการเดินทางเพื่อนๆสามารถเดินจากสถานี JR Sagae Station ได้เลย

ข้อมูลเพิ่มเติม furusatopark

8. น้ำตกทามะสุดาเระ (玉簾の滝)

น้ำตกทามะสุดาเระ เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในจังหวัดยามากาตะ ว่ากันว่าเป็นน้ำตกแห่งเดียวในยามากาตะที่มีน้ำไหลลงมาขนานกับผาหิน ภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่หลังน้ำตกด้วย ที่นี่จึงกลายเป็น power spot อีกแห่งหนึ่ง เมื่อเพื่อนๆมาถึงที่นี่สามารถชมธรรมชาติรอบๆน้ำตกที่ล้อมรอบไปด้วยป่าเขียวขจี โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว ที่อากาศหนาวจัด ถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยละค่ะ เพราะน้ำตกแห่งนี้จะกลายเป็นน้ำแข็งละ !? นอกจากนี้ในช่วงฤดูหนาวยังมีการประดับไฟ LED บริเวณน้ำตกด้วย ทำให้สะท้อนแสงออกมาเป็นอะไรที่แปลกตาและสวยงามมากจริงๆ ปัจจุบันที่นี่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงโกลเด้นวีค ทำให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้องน้ำ และลานจอดรถเพิ่มเข้ามาให้นักท่องเที่ยวใช้บริการด้วย

จากสถานีรถไฟ JR Sakata ขึ้นทางด่วน Nihonkai Tohoku Expressway ใช้เวลาประมาณ 30 นาที  ขอแนะนำให้เพื่อนๆเช่ารถยนต์ไปจะสะดวกกว่านะคะ

ข้อมูลเพิ่มเติม city.sakata

9. พิพิธภัณฑ์เท็นโดโชกิ (天童市将棋資料館)

เพื่อนๆทราบไหมคะว่า เมืองเท็นโด จังหวัดยามากาตะ เป็นแหล่งผลิตหมากรุกอันดับหนึ่งในญี่ปุ่นเชียวนะ ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยละที่ที่นี่จะมีพิพิธภัณฑ์หมากรุก หรือที่เรียกกันว่าพิพิธภัณฑ์เท็นโดโชกิ ซึ่งภายในเพื่อนๆสามารถชื่นชมกับหมากรุกจากทั่วโลกที่ขนมาจัดแสดงกัน ไม่ว่าจะเป็นหมากรุกจีน หมากรุกญี่ปุ่น หมากรุกไทย และหมากรุกอัญมณีแสนสวย รวมถึงจตุรังกา หมากรุกจากประเทศอินเดีย ที่ว่ากันว่าเป็นหมากรุกดั้งเดิม หาชมได้ยากมากๆเลยละ ใครชอบเล่นหมากรุกละก็อย่าได้พลาดมาเที่ยวชมที่นี่เชียว นอกจากนี้ยังมีประวัติหมากรุก รวมถึงวิธีการเล่นต่างๆ ให้เพื่อนๆได้ศึกษากันด้วย อีกทั้งที่นี่ยังมีการจัดอีเว้นท์เกี่ยวกับหมากรุกอย่างเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีการจัดอีเว้นท์เกี่ยวกับ STAR WARS ซึ่งเพื่อนๆจะได้เห็นเหล่าตัวละครจาก STAR WARS มาโลดแล่นบนกระดานหมากรุก

สำหรับที่นี่เปิดทำการตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน และช่วงวันหยุดสิ้นปี สำหรับค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 300 เยน นักเรียนมัธยมปลาย 200 เยน มัธยมต้นและประถมคนละ 100 เยนค่ะ วิธีเดินทางเพื่อนๆสามารถนั่งรถไฟ JR มาลงที่สถานนีเท็นโดได้เลยค่ะ หลังจากนั้นเดินต่ออีกนิดนึงก็ถึงแล้ว เพราะพิพิธภัณพ์อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟเลย

ข้อมูลเพิ่มเติม city.tendo

10. ยุ้งข้าวซันเกียว (山居倉庫)

มีเพื่อนๆคนไหนเคยดูละครเรื่องสงครามชีวิตโอชินบ้างไหมคะ ? เพราะที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ใช้ถ่ายทำละครโอชินนั่นเอง เมื่อเพื่อนๆก้าวขาเข้ามาที่นี่ จะพบอาคารประมาณ 9 หลังเรียงติดกัน โดยภายในอาคารจะเก็บข้าวเอาไว้กว่า 10,800 ตัน ที่นี่จึงเปรียบเสมือนยุ้งข้าว ส่วนต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ปลูกอยู่ข้างๆนั้นคือ ต้นเซลโควา ที่ช่วยในการรักษาอุณหภูมิในยุ้งข้าว ภายในอาคารนี้มีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับข้าว ที่บอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาของข้าวกับวิถีชีวิตของผู้คนในละแวกนี้ นอกจากนี้เพื่อนๆยังสามารถเข้าไปเลือกซื้อพันธุ์ข้าวชนิดต่างๆ รวมถึงของที่ระลึกภายในอาคารได้ด้วย ถ้าใครหิวละก็ที่นี่เขามีร้านอาหารให้บริการด้วย ที่สำคัญข้าวที่เราจะได้ทานก็มาจากยุ้งข้าวนี้นั่นเอง ชักอยากรู้แล้วสิว่าจะมีรสชาติยังไงนะ

ยุ้งข้าวซันเกียวเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. เสียค่าเข้าชมคนละ 300 เยน วิธีเดินทางจากสถานีรถไฟ JR Sakata ให้ขึ้นรถซิตี้บัสรันรันสาย ซาคาทาเอกิ ไดงาคุเซ็น แล้วลงที่ป้าย วันเกียว-มาจิ ฮิกาก็จะถึงแล้วค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม sakata-kankou

มาถึงจังหวัดยามากาตะแล้ว เพื่อนๆอย่าลืมลองทานเชอร์รี่ของที่นี่นะ ว่ากันว่ามีรสชาติเปรี้ยวอมหวานกำลังพอดีเลยละค่ะ ถือเป็นของดีประจำเมืองยามากาตะที่ต้องมาชิมให้ได้ รวมถึงแวะเดินเล่นสถานี JR Yamagata ที่ละแวกนั้นมีร้านอาหาร ร้านขายของเรียงรายอยู่ โดยถนนแห่งนี้มีมาตั้งแต่สมัยเอโดะแล้วด้วย ถือเป็นโลเคชั่นถ่ายภาพย้อนยุคได้ดีเลยละค่ะ

ขอเชิญร่วมงานเที่ยวโทโฮคุ ญี่ปุ่น 24-25 สิงหาคมนี้


ภูมิภาคโทโฮคุยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย ถ้าอยากจะรู้จักจังหวัดต่าง ๆ ในโทโฮคุให้มากขึ้น ต้องไม่พลาดงานเที่ยวโทโฮคุ ญี่ปุ่น วันที่ 24-25 สิงหาคมนี้ ที่ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์นะ!

ชื่องาน: งานเที่ยวโทโฮคุ ญี่ปุ่น
สถานที่: Quartier Gallery ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ชั้น M (BTS พร้อมพงษ์)
วัน – เวลา: 24-25 สิงหาคม 2562 เวลา 10:00 – 22:00 น.
เว็บไซต์ งานเที่ยวโทโฮคุ ญี่ปุ่น

ผู้เขียน baiosfalim

ที่มา jamesjijapan/yamagatajapan/lakescientist/matome.naver/travel.biglobe/news.gardesh/zaoropeway/japan-guide/zovr2kf4an90i/cocolog-nifty/yu-cherry/jpninfo/japantravel/japan555/wikiwand/yamagatakanko/

Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
ร้านพุดดิ้งเปิดใหม่ ของฝากน่ารักน่าทานจากยามากาตะ