ญี่ปุ่นในมุมมองใหม่ เรื่องราวแปลกใหม่และน่าสนใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นที่หาอ่านจากที่อื่นไม่ได้

15 ที่เที่ยวรอบโตเกียว กิน เที่ยว ช้อป จบได้ในทริปนี้

“โตเกียว” เมืองหลวงของญี่ปุ่น หนึ่งจุดหมายปลายทางในใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลก จะพลาดไปเที่ยวญี่ปุ่นกันได้ยังไง เพราะมีที่เที่ยวทั้งธรรมชาติอันสวยงามตระการตาในทุก ๆ ฤดูกาล เรื่องอาหารการกินก็ไม่เป็นรองชาติใดในโลก ไม่ว่าจะของคาว ของหวาน ของสด เรียกว่าติดระดับมิชลินสตาร์กันเลยทีเดียว โตเกียวแหล่งช้อปปิ้งก็มีเยอะหลากหลายมากมายกันจนขนทรัพย์มาละลายเท่าไหร่ก็ไม่พอซักที สถานที่ท่องเที่ยวก็เยอะจนตามปักหมุด Check In กันไม่หวาดไม่หวั่น ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นเอง ที่เที่ยงเชิงวัฒนธรรม หรือ Landmark สุดฮิตตามยุคสมัย ก็มีให้เลือกครบทุกแบบทุกสไตล์ เรียกได้ว่านักเที่ยวสายไหนโตเกียวก็เอาอยู่ และที่สำคัญที่สุด คือ ฟรีวีซ่าสำหรับคนไทยอีกด้วย ส่วนใครที่กำลังวางแผนจะไป เที่ยวที่โตเกียว พลาดไม่ได้กับ 15 ที่เที่ยวโตเกียว ทั้ง กิน เที่ยว ช้อป จบได้ในทริปนี้

จองตั๋วเครื่องบินไปโตเกียวกับ Traveloka

1. พระราชวังโตเกียวอิมพีเรียล (Imperial Palace)

ที่ตั้งของปราสาทเอโดะในสมัยก่อน ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นที่ประทับของเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นและพระราชวงศ์ ตัวพระราชวังตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำ รายล้อมด้วยกำแพงหินสูงและคูน้ำ มีสะพานทางเข้าเพียง 2 ทาง คือ สะพาน Nijubashi และสะพาน Meganebashi หรือสะพานแว่นตา ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยว พระราชวังโตเกียวอิมพีเรียลไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ยกเว้นในวันปีใหม่ คือ วันที่ 2 มกราคม และวันที่ 23 ธันวาคมซึ่งเป็นเป็นวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ปัจจุบันเท่านั้น แต่สามารถเข้าเยี่ยมชมสวนด้านตะวันออก (Imperial Palace East Gardens) ซึ่งเป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่นและเป็นที่ตั้งเดิมของปราสาทเอโดะได้

การเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย Marunouchi Line ลงสถานี Tokyo ทางออก Marunouchi Central Exit

2. วัดเซนโซจิ (Sensoji Temple) หรือวัดอาซาสุกะ

วัดศักดิ์สิทธิ์อันมีประวัติอันยาวนาน และเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงโตเกียว ตั้งอยู่ในย่าอาซากุสะ ที่กลายมาเป็น Landmark ห้ามพลาดของกรุงโตเกียวแห่งนี้ ด้วยโคมญี่ปุ่นสีแดงขนาดใหญ่ยักษ์ด้านหน้าประตูคามินาริมง (Kaminarimon Gate) อันโดดเด่น ที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดคือ ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าหากได้มาขอพรที่วัดอาซาสุกะแห่งนี้แล้วจะสมหวังตามคำอธิษฐานอีกด้วย

การเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Ginza Line และ Toei Subway Asakusa Line สถานี Asakusa Station

3. ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu)

ศาลเจ้าแบบชินโตขนาดใหญ่อันเป็นที่เคารพนับถือของชาวญี่ปุ่น ถูกสร้างขึ้นเพื่อสักการะวิญญาณของจักรพรรดิเมจิและจักรพรรดินีโชเคน บนเนื้อที่กว่า 7 แสนตารางเมตรท่ามกลางต้นไม้ใหญ่นับร้อยต้นในแบบสวนป่าใจกลางเมือง โดยมีสัญลักษณ์อันเป็นกิมมิคของศาลเจ้าเมจิแห่งนี้อยู่ที่ “เสาโทริอิ” ขนาดใหญ่ตรงบริเวณทางเข้าด้านหน้า และการเขียนคำอวยพรลงในแผ่นไม้เล็ก ๆ หรือเอะมะ (Ema) และอธิษฐานแล้วนำไปแขวนในที่ ๆ ทางศาลเจ้าจัดไว้ให้

การเดินทาง : รถไฟ JR สาย Yamanote Line สถานี Harajuku ทางออก Omote-sando Exit หรือ รถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro สาย Chiyoda Line และ Fukutoshin Line สถานี Meiji jingu Mae Station

4. โตเกียวทาว์เวอร์ (Tokyo Tower)

หอส่งสัญญาณโทรทัศน์และวิทยุที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหอไอเฟลในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งกลายเป็น Landmark ของกรุงโตเกียวไปแล้ว จัดเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงเป็นอันดับสองของญี่ปุ่น ด้วยความสูง 333 เมตร ทั้งยังเป็นจุดชมวิวกรุงโตเกียวมุมสูงยอดนิยมอีกด้วย บนโตเกียวทาว์เวอร์มีจุดชมวิว 2 แห่งคือ จุดชมวิวแห่งแรกบนความสูง 150 เมตรที่ชั้น Main Observatory และจุดชมวิวชั้น Special Observatory ที่ความสูง 250 เมตร ในวันฟ้าโปร่งที่จุดชมวิวชั้น Special Observatory สามารถเห็นวิวแบบ 360 องศาได้ไกลสุดสายตา ไม่ว่าจะเป็นเกาะโอไดบะ สะพานสายรุ้ง และภูเขาไฟฟูจิด้วย

การเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย Mita Subway Line ลงสถานี Onarimon หรือ สาย Oedo Subway Line ลงสถานี Akabanebashi

5. โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)

จุดชมวิวมุมสู๊งสูงของโตเกียวที่ห้ามพลาดเด็ดขาด กับหอคอยสำหรับกระจายสัญญาณโทรทัศน์และวิทยุที่ความสูง 634 เมตร นับเป็นหอส่งสัญญาณโทรทัศน์และวิทยุที่สูงที่สุดของโลกอีกด้วย ด้านบนโตเกียวสกายทรีมีจุดชมวิวให้เลือก 2 ระดับ คือชั้นแรกที่จุดชมวิว Tempo Deck ในระดับความสูง 350 เมตร และที่จุดชมวิว Tembo Galleria ที่ความสูง 445 เมตร ที่ชั้นนี้หากใครไม่กลัวความสูงก็สามารถเดินต่อไปสัมผัสประสบการณ์การลอยอยู่กลางอากาศที่ Sorakara Point บนความสูง 450 เมตรได้อีกด้วย ขึ้นมาชมโตเกียวทาวเวอร์มุมสูงแบบ 360 องศาทั้งที การันตีว่าได้ Shot เด็ด รูปสวยปังอลังการแน่นอน

การเดินทาง : รถไฟใต้ดิน Toei สาย Asakusa สถานี Oshiage หรือรถไฟสาย Tobu Skytree สถานี Tokyo Skytree

6. โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland) และโตเกียวดิสนีย์ซี (Tokyo DisneySea)

สวนสนุกของบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์การ์ตูนดิสนีย์แลนด์แห่งแรกนอกประเทศสหรัฐอเมริกา โดยยึด Concept เดียวกันดิสนีย์แลนด์ของสหรัฐอเมริกา คือ มีการเดินขบวนพาเหรด มีการตกแต่งทั้งสวนสนุกตามฤดูกาล และแบ่งสวนสนุกออกเป็น Zone ที่มี Theme ไม่เหมือนกัน โดยที่โตเกียวดิสนีย์แลนด์แบ่งออกเป็น 7 ธีม ทุกโซนเพียบพร้อมไปด้วยความสนุกครบรสชาติ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ทั้งฉากจำลองในภาพยนตร์เรื่องดัง ขบวนพาเหรดสุดอลังการ การผจญภัยในดินแดนมหัศจรรย์ และเครื่องเล่นสุดมันส์

ที่สำคัญที่ไม่เหมือนดิสนีย์แลนด์อื่นคือ Theme Park ใหม่ที่มีเพียงที่โตเกียวเท่านั้น คือ โตเกียวดิสนีย์ซี (Tokyo DisneySea) ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทพนิยายที่เกี่ยวกับท้องทะเล เน้นกิจกรรมและการผจญภัยทางน้ำที่แอบแฝงความโรแมนติกเอาไว้ พื้นที่ส่วนใหญ่ของโตเกียวดิสนีย์ซีเกิดมาจากการถมทะเลเพื่อให้ได้โซนต่าง ๆ เช่น เกาะเมดิเตอร์เรเนียน เกาะลึกลับ ทะเลสาบนางเงือก และ American Waterfront นอกจาก Theme Park ทั้ง 2 แห่งแล้ว โตเกียวดิสนีย์แลนด์แห่งนี้ยังรวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ให้แบบพร้อมสรรพ ทั้งโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และรถไฟฟ้าสายดิสนีย์รีสอร์ท ที่จะทำให้คุณหลุดเข้าไปอยู่ในโลกดิสนีย์แบบลืมโลกกันไปเลย

การเดินทาง : รถไฟ JR สาย Keiyo line ลงสถานี JR Maihama

ซื้อบัตรเข้าชมโตเกียวดิสนีย์แลนด์ หรือ โตเกียวดิสนีย์ซี กับ Traveloka

7. สวนอุเอะโนะ (Ueno Park)

สวนสาธารณะขนาดใหญ่อันร่มรื่นย์บนเนื้อที่กว่า 530,000 ตารางเมตรใจกลางกรุงโตเกียว ทั้งยังเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของกรุงโตเกียวอีกด้วย นอกจากจะเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวโตเกียวแล้ว ยังเป็นสถานที่ ๆ ได้รับความนิยมอย่างมากในการชมดอกซากุระบาน เนื่องจากเป็นจุดชมดอกซากุระบานที่ใกล้กรุงโตเกียวที่สุด ในบริเวณสวนอุเอะโนะยังเป็นที่ตั้งของที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งด้วย ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกรุงโตเกียว (Tokyo National Museum) พิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตก (National Museum for Western Art) พิพิธภัณฑ์ศิลปะมหานครโตเกียว (Tokyo Metropolitan Art Museum) พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Science Museum) และสวนสัตว์อุเอโนะ (Ueno Zoo)

การเดินทาง : รถไฟ JR สาย Yamanote Line ลงสถานี Ueno

8. ย่านฮาราจูกุ (Harajuku)

ย่านชอปปิ้งชื่อดังที่มีระยะทางเพียง 400 เมตรแต่รวบรวมไว้ทั้งร้านอาหาร ร้านขนม คาเฟ่ชื่อดัง ร้านกิ๊ฟช็อป ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นสไตล์วัยรุ่น และไฮไลท์ของฮาราจูกุอย่างร้านเครป Original ต้นตำรับของญี่ปุ่น นอกจากจะเป็นแหล่งชอปปิ้งที่มีชื่อเสียงแล้ว ย่านฮาราจูกุนอกจากจะเป็นแหล่งชอปปิ้งชื่อดังแล้วยังเป็นแหล่งรวมตัวของวัยรุ่นญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงอีกด้วย เพราะย่านนี้เป็นพื้นที่ของวัยรุ่นญี่ปุ่นสุดแนว ไม่ว่าจะแนวพังค์ หรือแนวคอสเพลย์ที่จัดเต็มแบบหลุดมาจากตัวละครในการ์ตูนกันเลย

การเดินทาง : รถไฟ JR สาย Yamanote Line ลงสถานี Harajuku ทางออก Takeshita

9. ย่านชิบูย่า (Shibuya)

อีกหนึ่งย่านชิค ๆ ที่เป็นกิมมิคของโตเกียวไปแล้ว ไม่ว่าจะในซีรียส์ญี่ปุ่น หรือหนังดังระดับฮอลลีวู้ด ห้าแยกชิบูย่า ที่ผู้คนสัญจรไปมากันอย่างพลุงพล่านที่สุดจนเป็นฉากประจำในหนังที่แสดงถึงความเป็นเมืองโตเกียวอย่างถ่องแท้ ซึ่งเป็นทั้งแหล่งรวมความบันเทิง แหล่งรวมห้างสรรพสินค้า ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น และสินค้าแบรนด์เนม

การเดินทาง : รถไฟใต้ดินหรือรถไฟ JR ลงสถานี ShinJuku

10. ย่านกินซ่า (Ginza)

Location สุดไพร์มของญี่ปุ่น ณ ตอนนี้ ที่ติดอันดับราคาที่ดินสูงลิ่วที่สุดญี่ปุ่น เพราะเป็นย่านชอปปิ้งสุดหรูหรา ที่มาพร้อมอาคารสไตล์ยุโรปซึ่งกลายเป็นไฮไลท์ของย่านนี้ไปแล้ว นอกจากจะรวบรวมห้างสรรพสินค้าและร้านแบรนด์เนมชั้นนำระดับโลกมาไว้ในย่านนี้แล้ว ที่นอกจากความหรูหรา ยังมีความสุนทรีรย์อย่างแกลลอรี่ และศิลปะแบบดั้งเดิม อย่างโรงละครคาบูกิสะ (Kabukiza Theater) ซึ่งเป็นโรงละครญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น มีการจัดแสดงต่อสู้ ซูโม่ และกายกรรมในแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่หาชมได้ยาก

การเดินทาง : รถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Ginza Line ลงสถานี Ginza หรือสาย Asakusa Line ลงสถานี Higashi-ginza

11. ย่านโอไดบะ (Odaiba)

เกาะปากอ่าวโตเกียวที่เกิดจากการถมทะเลให้เป็นเกาะ นอกจะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญแห่งใหม่ที่รวบรวมไว้ทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านกิน ดื่ม ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่ง ทั้งสะพานสายรุ้ง สะพานแขวน 2 ชั้นที่เชื่อมระหว่างเมืองโตเกียวและเกาะโอไดบะซึ่งมีการจัดแสดงแสงสี จนถือเป็นสีสันของเกาะโอไดบะไปแล้ว รูปปั้นเทพีเสรีภาพจำลองเหมือนในประเทศอเมริกา และยังเป็นที่ตั้งของชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในโลกด้วยความสูง 115 เมตร และไฮไลท์ที่ขาดไม่ได้อย่างหุ่นกันดั้มยักษ์ที่เพิ่งเปิดตัวไปในปี 2017 ที่กลายเป็นจุดสนใจพลาดไม่ได้ของหนุ่ม ๆ สายรักหุ่นยนต์ไปแล้ว

การเดินทาง : รถไฟสายยูริคาโมะเมะ (Yurikamome line) จากสถานีชิมบาชิ (Shimbashi)

12. ย่านชินจุกุ (Shinjuku)

ศูนย์กลางการปกครอง การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมของกรุงโตเกียว มาพร้อมอาคารตึกรามสูงระฟ้า ที่ตั้งของอาคารว่าการเมือง มีสถานีชินจูกุ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานีรถไฟที่มีความวุ่นวายที่สุดในโลก และมีที่เที่ยวน่าสนใจอื่นๆ เช่น โรงละครแห่งชาติโตเกียว สวนสาธารณะชินจูกุ เกียวเอ็น (Shinjuku Gyoen) ตรอกร้านอาหารโอโมยิเดะ (Omoide Yokocho) โดยเฉพาะร้านสไตล์อิซากายะของญี่ปุ่นในแบบต้นตำรับ ศาลเจ้าฮะนะโซะโนะ แหล่งรวมร้านกินดื่มศูนย์รวมนักคิดโกลเด้นทาวน์ (Golden Gai) และแหล่งร้านเกาหลี (Shin-Okubo Koreatown)

การเดินทาง : สถานีรถไฟชินจูกุ อันเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อไปยังทางรถไฟสายอื่น ๆ มากกว่า 10 สาย

13. ตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji Fish Market)

ตลาดปลาแห่งแรกในโตเกียว ที่เป็นที่รู้จักในนามของตลาดค้าส่งปลาและผักผลไม้ ทั้งยังเป็นหนึ่งในตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย ภายในพื้นที่ของตลาดปลาซึกิจิแบ่งออกเป็น 2 โซน คือโซนภายในสำหรับการค้าส่ง และการประมูลปลา ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมการประมูลปลาหลังเวลา 9.00 น. และการประมูลปลาทูน่าวันละ 2 รอบ คือเวลา 5.25 น. และ 5.50 น. ส่วนโซนของตลาดนอกจะเป็นร้านค้าปลีก และร้านอาหารชื่อดังมากมาย มาที่นี่ที่เดียวได้ทั้งเที่ยว ได้ทั้งชิม แถมแต่ละอย่างอร่อย สด ถูก รสชาติดีเว่อร์อีกด้วย

การเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย Hibiya ลงสถานี Tsukiji หรือ รถไฟใต้ดินสาย Oedo ลงสถานี Tsukiji Shijo Station

14. ฮาโกเน่ (Hakone)

พื้นที่ส่วนหนึ่งของภูเขาไฟในอุทยานแห่งชาติ Fuji-Azu-Hakone อยู่ไม่ไกลจากโตเกียวเพียงประมาณ 100 กิโลเมตร สามารถไปเช้าเย็นกลับได้ ทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแช่ออนเซ็นที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นการล่องเรือชมทะเลสาบ Ashino ชมวิวภูเขาไฟฟูจิสุดอลังการ ชิมไข่ต้มสีดำจากน้ำแร่ภูเขาไฟ และนั่งกระเช้าขึ้นแหล่งแช่ออนเซ็นยอดนิยม Owakudani

15. เมืองมรดกโลก นิกโก้ (Nikko)

เมืองเล็ก ๆ ท่ามกลางหุบเขา ห่างจากกรุงโตเกียวทางทิศเหนือประมาณ 140 กิโลเมตร เคยเป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธนิกายชินโต ตั้งอยู่ก่อนถึงทางเข้าอุทยานแห่งชาตินิกโก้ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ด้วยความงดงามของธรรมชาติที่สวยปังอลังการ และสถานที่ท่องเที่ยวอันทรงเสน่ห์ด้วยเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นของญี่ปุ่นดั้งเดิม อาทิ ศาลเจ้านิกโกโทโชงู สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge) ในบริเวณศาลเจ้านิกโกฟุตะระซัง ทะเลสาบชูเซ็นจิโกะ น้ำตกเคะงน และย้อนเวลากลับไปสมัยเอโดะที่หมู่บ้านนิกโกเอโดะ

ครบจบในทริปเดียวกันไปแล้วกันกับ “15 ที่เที่ยวรอบโตเกียว กิน เที่ยว ช้อป จบได้ในทริปนี้” แต่จะจบให้ดีเว่อร์ ต้องนี่เลย จองตั๋วเครื่องบินไปโตเกียวง่าย ๆ กับ Traveloka เพราะนอกจากจะมีสายการบิน และไฟลท์บินให้เลือกเกือบทุกไฟลท์แล้ว ยังมีโปรโมชั่นและส่วนลด On Top ให้อีกด้วย ฟินเว่อร์แบบนี้แล้ว ก็พร้อมออกเดินทางได้

อ่ะ … แต่เดี๋ยวก่อน ! เพื่อความคุ้มค่าในการเดินทาง ขอไกด์เพิ่มอีกนิดนึง หากใครวางแผนจะเดินทางในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม อย่าลืมเช็คช่วงเวลาที่ดอกซากุระบานในแต่ละเมืองไว้ด้วย เพราะถ้าได้เดินทางไปโตเกียวทริปเดียว แล้วได้ชมความงามของดอกซากุระบานด้วยแล้วละก็ ทั้งคุ้มทั้งฟินเว่อร์แน่นอน

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ

เมลแม็กกาซีน

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารและบทความล่าสุดของ anngle th ทางอีเมล โดยพิมพ์อีเมลของคุณส่งใน text box ด้านล่างแล้วคลิ้กปุ่ม “ลงทะเบียน”

การลงทะเบียนของคุณสำเร็จแล้ว ขณะนี้เราได้ส่งอีเมลเพื่อยืนยันการลงทะเบียนของคุณ กรุณาเปิดดูอีเมลแล้วคลิกปุ่มยืนยันเพื่อรับบทความล่าสุดจากเราได้เลย

Error