แองเกิ้ล
ญี่ปุ่นในมุมมองใหม่ เรื่องราวแปลกใหม่และน่าสนใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นที่หาอ่านจากที่อื่นไม่ได้

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “ชิซึโอกะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

วันนี้ ANNGLE พาเพื่อนๆไปเที่ยวจังหวัดชิซึโอกะ ซึ่งอยู่ระหว่างกรุงโตเกียวและโอซาก้า แถมยังเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิ คาบสมุครอิซุ และไร่ชาเขียวอันกว้างใหญ่ ที่มีใบชาเป็นผลิตภัณฑ์ประจำจังหวัด อีกทั้งยังเป็นสถานที่จัดเทศกาลแข่งว่าวยักษ์อันโด่งดังอีกด้วย ! ใครชื่นชอบธรรมชาติ อย่างภูเขา ทะเล ป่าไม้แล้วละก็ เตรียมเก็บกระเป๋า สะพายเป้กันให้ดี แล้วไปดูกันเลยว่าที่ชิซึโอกะมีอะไรน่าเที่ยวบ้าง !

1.ภูเขาไฟฟูจิ (富士山)

ภูเขาไฟฟูจิ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ภายในจังหวัดยามานาชิและจังหวัดชิซึโอกะ มีความสูงประมาณ 3,776 เมตร บริเวณเชิงเขายังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น Fuji Safari Park, Shiraito-no-taki Falls และ Fuji Reien Cemetery โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ปลายเดือนกรกฎาคมถึงปลายเดือนกันยายน ที่นี่จะเต็มไปด้วยเหล่านักปีนเขามากมาย ซึ่งเส้นทางปีนเขา Yoshida Trail จะปีนจากจังหวัดยามานาชิ ส่วนเส้นทาง Fujinomiya Trail, Subashiri Trail และ Gotenba Trail จะเริ่มที่จังหวัดชิซึโอกะ

หากเพื่อนคนไหนๆสนใจที่จะปีนภูเขาไฟฟูจิ สามารถรับแผนที่ และตารางเวลาออกเดินทาง ที่พักบนภูเขา และการเดินทางลง หรือใครอยากลองปีนภูเขาไฟฟูจิในช่วงกลางคืนเพื่อดูวิวพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า หรือเดินเล่นชมรอบๆปล่องภูเขาไฟ ที่นี่เขาก็มีบริการเส้นทางปีนเขาที่หลากหลายให้เพื่อนๆได้เลือกเดินกันด้วยเนื่องจากบนภูเขามีสภาพอากาศที่แปรปรวน ดังนั้นขอแนะนำให้เพื่อนๆเตรียมเสื้อกันฝน รองเท้าปีนเขา และอุปกรณ์อื่นๆสำหรับนักเดินทางไปด้วยนะคะ

วิธีเดินมายังภูเขาไฟฟูจิ มีหลากหลายเส้นทางมากๆ จากสถานี Fujisan รถไฟ Fujikyu Railway สาย Fujikyuko line ให้เพื่อนๆขึ้นรถบัสไต่เขาที่สถานี Gotenba ของรถไฟสาย JR Gotenba ได้เลย

ข้อมูลเพิ่มเติม mtfuji

2.ไร่ชานิฮนไดระ (日本平お茶会館)

จังหวัดชิซึโอกะเรียกได้ว่าเป็นดินแดนแห่งชาเลยละค่ะ เพราะที่นี่มีพื้นที่ไร่ชามากกว่า 40% ของพื้นที่ไร่ชาทั้งหมดในประเทศ และผลิตชามากเป็นอันดับหนึ่งในประเทศอีกด้วย ! พูดได้เลยว่าชาวชิซึโอกะส่วนใหญ่ไม่ดื่มชาอื่น นอกจากชาเขียวในท้องถิ่นที่พวกเขาปลูกเอง เพราะพวกเขารักและภูมิใจในใบชาของตนเองมาก ซึ่งไร่ชาเขียวที่นิฮนไดระเขาก็เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวอย่างเราเข้าไปเดินชม สัมผัสกับใบชาอย่างใกล้ชิด เพื่อเรียนรู้วิธีเก็บเกี่ยวใบชา ซึ่งใบชาที่นี่จะขึ้นเขียวชอุ่มในช่วงกลางเดือนเมษายนจนถึงเดือนตุลาคม เรียกได้ว่าเป็นฤดูกาลแห่งการเก็บเกี่ยวเลยละ นอกจากนี้ระหว่างที่เก็บชาเพื่อนๆยังสามารถมองเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิตัดกับสีเขียวของไร่ชาอีกด้วย ถือเป็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง ขากลับก็อย่าลืมแวะซื้อชาอบแห้งเป็นของที่ระลึกกันด้วยนะ

ไร่ชานิฮนไดระ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. เพื่อนๆสามารถเรียนรู้การเก็บใบชาได้ในราคา 500 เยน หรือถ้าจ่ายอีก 1,300 เยน ก็จะได้รับกระป๋องบรรจุชาอบแห้งที่เราจะตักใส่เท่าไหร่ก็ได้เป็นที่ระลึกด้วย วิธีเดินทางนั่งรถไฟ JR สาย Tokaido Line มาลงสถานี Shizuoka แล้วนั่งรถเมล์สาย 42 จากป้าย 11 หน้าสถานีรถไฟมาลงที่ป้าย Nihondaira Ropeway แล้วเดินต่ออีกประมาณ 15-20 นาทีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม ocha-kaikan

3.สะพานแห่งความฝัน (夢の吊橋)

สะพานแห่งความฝัน ตั้งอยู่ที่สุมาตะเคียว ออนเซ็น จังหวัดชิซึโอกะ ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 100 สะพานที่ควรข้ามสักครั้งก่อนตาย สะพานแห่งนี้มีความยาวประมาณ 90 เมตร และกว้างเพียง 30 เซนติเมตร จำกัดจำนวนคนข้ามไม่เกิน 10 คน เพื่อความปลอดภัยนั่นเอง เมื่อมาถึงที่นี่เราจะรู้สึกเหมือนได้อยู่สวรรค์จริงๆเลยละ เพราะรอบข้างสะพานแห่งนี้รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ทั้งป่าไม้และภูเขา เรียกได้ว่ามาถึงที่นี่เพื่อนๆต้องได้รับออกซิเจนไปสูดกันเต็มปอดอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นข้างล่างของสะพานยังเป็นทะเลสาบที่มีสีสันสวยงามแตกต่างกันไป บางครั้งเราก็จะเห็นเป็นสีฟ้าอ่อน หรือสีฟ้าเข้ม อีกทั้งที่นี่ยังมีความเชื่อที่ว่า หากข้ามสะพานไปจนถึงกลางสะพานแล้วอธิษฐานขอพรเกี่ยวกับความรัก พรนั้นจะเป็นจริงด้วยละ !

วิธีเดินทางเพื่อนๆสามารถนั่งรถไฟ JR สาย Tokaido Line มาลงสถานี Kanaya แล้วนั่งรถไฟ SL หรือรถไฟหัวจักรไอน้ำ Oigawa Railway ต่อประมาณ 40 นาทีเพื่อมาลงสถานี Senzu แล้วต่อรถบัสอีก 20 นาที จากนั้นเดินต่ออีก 30 นาทีเพื่อไปยังจุดข้ามสะพาน เดินเที่ยวชมฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม sumatakyo-spa

4.มินามิแอลป์ อะปูโตะ ไลน์ (南アルプスあぷとライン)

โออิงาวะ เท็ตสึโด อิคาวะเซ็น ทางรถไฟที่วิ่งผ่านหุบเขาโอคุโออิในจังหวัดชิซึโอกะ หรือที่เรียกกันว่ามินามิแอลป์ อะปูโตะ ไลน์ เป็นเส้นทางรถไฟที่แล่นขึ้นไปยังหน้าผาสูงชัน จากสถานีเซ็นซูไปยังสถานีอิงาวะ นับว่าเป็นหนึ่งในทางรถไฟสะพานเหล็กยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเลยละค่ะ เพราะระหว่างทางเพื่อนๆสามารถชมวิวธรรมชาติอันสวยงามท่ามกลางภูเขา ยิ่งช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีทิวทัศน์ที่นี่จะสวยงามมากๆค่ะ เพราะเหล่าใบไม้สีแดง สีเหลือง จะผลัดใบตัดกับสีฟ้าอ่อนของทะเลสาบด้านล่าง ใครได้มีโอกาสมาที่นี่ละก็อย่าลืมแชะภาพสวยๆเก็บไว้เป็นที่ระลึกกันด้วยนะ สำหรับค่าโดยสารก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสถานีที่ขึ้นและลง แต่โดยทั่วไปแล้วราคาต่อคนผู้ใหญ่อยู่ที่ 150 เยน เด็ก 80 เยน

โออิงาวะ เท็ตสึโด อิคาวะเซ็น เปิดทำการตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. การเดินทางเพื่อนๆสามารถขึ้นรถไฟ JR สายโทไคโดะไปยังสถานีคานายะ แล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสายหลักโออิงาวะ เท็ตสึโด ที่ซึ่งสถานีแรกของมินามิแอลป์ อะปูโตะ ไลน์ คือ สถานีเซ็นซู

ข้อมูลเพิ่มเติม oigawa-railway

5.แหลมอิโรซากิ (石廊崎)

เพื่อนๆสามารถเที่ยวชมทิวทัศน์ความสวยงามของชายฝั่งทะเลรอบๆแหลมอิโรซากิ ที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งของคาบสมุทรอิซุ ซึ่งที่นี่เพื่อนๆสามารถล่องเรือสูดอากาศบริสุทธิ์ เที่ยวชมบรรยากาศรอบชายฝั่ง และโขดหินรูปร่างแปลกๆ รวมถึงสักการะศาลเจ้าอิโระที่ตั้งของเทพเจ้าผู้ปกป้องท้องทะเล หรือชมประภาคารอิโรซากิที่ตั้งอยู่บริเวณแหลมแห่งนี้ได้อีกด้วย อีกทั้งบริเวณใกล้เคียงยังเป็นที่ตั้งของแหลมทาไร ซึ่งมีชายหาดหิน แหล่งศึกษาธรรมชาติ และถ้ำทะเลริวกุ ที่เมืองโทจิ ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ รูปร่างคล้ายกับหัวใจ ที่นั่นเพื่อนๆสามารถเล่นสกีที่ลานทราย และเช่าอุปกรณ์เล่นบอร์ดได้ด้วย

ล่องเรือชมแหลมอิโรซากิ เปิดให้ใช้บริการตั้งแต่เวลา 9.30-15.30 น. ปิดทำการช่วงอากาศแปรปรวน หรือน้ำขึ้น ค่าใช้จ่าย 1,400 เยน วิธีการเดินทางจากสถานี Izukyu-Shimoda นั่งรถบัสสาย Tokai ไปลงที่ Irozakiko-guchi  แล้วเดินไปตามทางที่ไปยังท่าเรือประมาณ 5 นาที แหลมทาไร เดินไปทางทิศตะวันออกของป้ายบัส Kyukamura หรือ นั่งรถบัส Irozaki bound bus ส่วนถ้ำทะเล จากสถานี Izukyu-Shimoda นั่ง Toji bound bus ไปลงที่ป้าย Toji แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาทีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม minami-izu

6.ชายหาดมิโฮ (三保の松原)

ชายหาดมิโฮ หนึ่งในสถานที่ชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเพื่อนๆสามารถทอดสายตามองทิวทัศน์ของทะเลที่ยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา เดินเล่นกินลมชมอากาศ ซึ่งข้างๆยังเป็นที่ตั้งของ Hagaromo Park ที่เต็มไปด้วยต้นสนรายล้อม ทำให้อากาศบริเวณนี้เย็นสบาย เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนอย่างยิ่งเลยละค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่ยังมีตำนานต้นสน Hagoromo no Matsu  ซึ่งมีอายุกว่า 650 ปี ว่ากันว่ามีชายชาวประมงคนหนึ่งพบเชือกที่นางฟ้าทำหล่นจากสวรรค์แขวนอยู่บนกิ่งต้นสน ทำให้ต้นสนต้นนี้โดดเด่นกว่าต้นอื่น และกลายเป็นความสวยงามของที่นี่อีกอย่างหนึ่ง นอกจากนี้เพื่อนๆยังสามารถเห็นภูเขาไฟฟูจิ สัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นตั้งตระหง่านอยู่ฝั่งตรงข้ามอีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ในการมาพักผ่อนหย่อนใจไม่ว่าจะเป็นเดินเล่น ว่ายน้ำ ปิกนิก หรือปั่นจักรยาน

วิธีเดินทางเพื่อนๆสามารถนั่งรถไฟ JR สาย Shizuoka Tetsudo Line มาลงสถานี Shin-Shimizu แล้วนั่งรถบัส Miho Yamanote Line ต่ออีกประมาณ 25 นาที แล้วเดินต่ออีก 20 นาทีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม visit-shizuoka

7.ศาลเจ้าฟุจิซังเซนเงน (富士山本宮浅間大社)

ศาลเจ้าฟุจิซังเซนเงน มีอายุกว่า 1,000 ปี แม้โครงสร้างเดิมจะถูกทำลายลงจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เหลือไว้เพียงศาลเจ้าชั้นใน ศาลเจ้าชั้นนอก และประตู แต่ศาลเจ้านี้ก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมเซนเอาไว้ อย่างฮอนเดน หอประชุมใหญ่ของศาลเจ้าที่ยังคงโดดเด่นด้วยเซนเกนซูคูริ ซึ่งเป็นประตูหอสองชั้น ทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในสมบัติของชาติอีกด้วย เมื่อมาถึงที่นี่ต้องมาสักการะเจ้าหญิงโคโนะฮานะซากุยะฮิเมะ เทพธิดาของภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งปัจจุบันศาลเจ้าแห่งนี้ก็ได้ถูกบันทึกลงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมฟูจิซังด้วย

นอกจากนี้รอบๆศาลเจ้ายังมีต้นซากุระอีกกว่า 500 ต้น ที่พร้อมจะผลิดอกบานในช่วงปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน อีกทั้งยังมีเส้นทางที่ใช้สำหรับเทศกาลขี่ม้ายิงธนูที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันที่ 5 พฤษภาคม และฤดูกาลปีนภูเขาไฟฟูจิในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม และต้นเดือนกันยายน ใครมีโอกาสมาเที่ยวช่วงนี้ละก็ ห้ามพลาดเชียว !

ศาลเจ้าฟุจิซังเซนเงน เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 5. 30-19.00 น. ยกเว้นจุดสวดมนต์ด้านหน้า และร้านขายเครื่องราง การเดินทาง เพื่อนๆสามารถเดินเท้าจากสถานีฟูจิโนะมิยะไปทางสาย มิโนบู ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม fuji-hongu

8.ศาลเจ้าคุโนะซัง โทชูกุ (久能山東照宮)

ศาลเจ้าคุโนะซัง โทชูกุ เป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่ท่านโชกุนโทคุกาวะ อิเอะยะสุ มีสถาปัตยกรรมสวยงามจนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกของชาติ ด้วยความโดดเด่นของสีแดงสดใส และสีทองอร่าม ประกอบกับผลงานแกะสลักอันสวยงาม รวมถึงภาพวาดบนประตูโรมอน ซึ่งสถาปัตยกรรมของศาลเจ้าที่นี่ยังคล้ายกับนิกโก้อีกด้วย เมื่อเข้ามาภายในศาลเจ้า เพื่อนๆจะพบกับหอกลอง และโคมไฟทองแดง ที่นำไปสู่ห้องโถงหลัก หากเดินลึกเข้าไปข้างหลังจะเป็นที่ตั้งของหลุมฝังศพท่านโชกุนอิเอะยะสุ นอกจากนี้ไม่ไกลจากศาลเจ้ามากนัก เพื่อนๆยังสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ของท่านโชกุนคุโนซัง ที่มีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว สมบัติอื่นๆ อย่างเสื้อผ้าในสมัยนั้น และอาวุธที่ใช้ในการรบอีกด้วย

ศาลเจ้าคุโนะซัง โทชูกุ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. สามารถเข้าชมได้ครั้งละไม่เกิน 2 ชั่วโมง ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 200 เยน ส่วนค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ผู้ใหญ่ 800 เยน เด็ก 300 เยน วิธีเดินทางเพื่อนๆสามารถนั่งรถไฟ JR สาย Tokaido Line มาลงที่สถานี Shizuoka แล้วนั่งรถบัส Shizutetsu Justline Bus ฟรีมาลงที่ Nihondaira Ropeway เพื่อขึ้นกระเช้าต่อ ระหว่างทางที่ขึ้นกระเช้า เพื่อนๆยังสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามได้ด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม toshogu

9.จิบิ มารุโกะจัง แลนด์ (ちびまる子ちゃんランド)

การ์ตูนอนิเมชั่นขวัญใจเด็กๆอย่างจิบิ มะรุโกะจัง ได้เปิดพิพิธภัณฑ์ จิบิ มารุโกะจัง แลนด์ ขึ้นที่ S Pulse Dream Plaza เมืองชิมิสึ จังหวัดชิซึโอกะ ซึ่งพิพิธภัณฑ์นี้จะแบ่งออกเป็นสองโซน คือโซนเข้าฟรีที่มีร้านจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับจิบิมารุโกะจังให้เลือกซื้อกัน และโซนเสียเงินที่มีกิจกรรมเช่าชุดคอสตูม ซึ่งเพื่อนๆสามารถใส่ชุดคอสตูมตัวละครตามการ์ตูน เพื่อถ่ายรูปกับภาพพื้นหลังตามฉากละครที่สตูดิโอ อีกทั้งยังสามารถเลือกชมอนิเมะมารุโกะจัง ที่มีให้เลือกกว่า 5 ภาษา รวมถึงภาษาไทยด้วย

สำหรับโซนเสียเงินผู้ใหญ่ 600 เยน เด็ก 400 ส่วนค่าเช่าชุดคอสตูมอยู่ที่ราคา 300 เยน การเดินทางไป S-Pulse Dream Plaza สามารถเดินทางด้วยรถรับส่งฟรีที่วิ่งจากประตูตะวันออกของสถานี JR Shimizu Station ซึ่ง ทุกชั่วโมงจะมีรถบัส 2-4 คัน ระหว่างเวลา 9.00 น. และ 22.00 น. ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

ข้อมูลเพิ่มเติม chibimarukochan

10. พิพิธภัณฑ์ศิลปะเซริซาวะ เคอิสุเกะ (静岡市立芹沢銈介美術館)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเซริซาวะ เคอิสุเกะ สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับช่างย้อมที่ชื่อว่า เซริซาวะ เคอิสุเกะ เนื่องจากเป็นคนที่มีรสนิยมไม่เหมือนใคร เขาจึงได้สร้างสรรค์ผลงานหัตถกรรมที่มีเอกลักษณ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นชุดกิโมโน ชุดโอบิ แผ่นกั้นห้อง ซึ่งที่นี่เพื่อนๆสามารถเดินชมห้องทำงาน และผลงานตลอดระยะเวลา 88 ปีในช่วงชีวิตของเขา โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการทั้งแบบถาวร และตามฤดูกาล ปัจจุบันที่นี่มีผลงานทางศิลปะกว่า 800 ชิ้น และเนื่องจากเซริซาวะเองก็เป็นนักสะสมเช่นกัน ที่นี่จึงได้มีการจัดแสดงของสะสมส่วนตัวกว่า 4,500 ชิ้น อย่างงานศิลปะ งานหัตถกรรม งานเซรามิก งานไม้ ภาพเขียนต่างๆ นอกจากนี้เพื่อนๆยังสามารถซื้อผลงานการออกแบบของเซริซาวะได้อีกด้วย

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเซริซาวะ เคอิสุเกะ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. หยุดวันจันทร์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และช่วงวันปีใหม่ เสียค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 420 เยนนักเรียนมัธยมปลาย นักศึกษา 250 เยน และนักเรียนประถมไปจนถึงมัธยมต้น 100 เยน การเดินทางจากสถานีชิโซกะของรถไฟ JR ให้ขึ้นรถโดยสารสายชิซูเท็ตสึที่มุ่งหน้าไปยังโทโรอิเซกิ แล้วลงที่ป้ายโทโรอิเซกิ

ข้อมูลเพิ่มเติม seribi


นอกจากภูเขาไฟฟูจิที่เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่นแล้ว จังหวัดชิซึโอกะยังมีภูเขาอะชิทากะและภูเขาโทกะสะ ลากยาวไปจนถึงคาบสมุทรอิซุ และเนื่องจากเป็นบริเวณของเขตภูเขาไฟ ที่นี่จึงเต็มไปด้วยแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ อย่าง อะตะมิ อิโต ชูเซ็นจิ เมืองน้ำพุร้อนเก่าแก่ และบ่อน้ำพุร้อนคันซันจิ จุดชมพระจันทร์เต็มดวงยอดนิยม ใครอยากหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองก็แวะมาเที่ยวชมธรรมชาติกันได้ที่ชิซึโอกะนะ !

ที่มา chillchilljapan/japanhoppers/livedoor/ochakaikan/ganref/sakuravillage/
japanican/wikipedia/live3/photohito/minkara.carview/iiduna/
ผู้เขียน baiosfalim

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ

Get real time updates directly on you device, subscribe now.

ความคิดเห็น
Loading...