นีกาตะไม่ได้มีดีแค่ข้าว! พบ 6 สถานที่ที่จะทำให้หลงรักและอยากกลับมาเยือนอีกครั้ง!

พูดถึงจังหวัดนีกาตะแล้ว คงไม่ใช่จังหวัดยอดฮิตที่คนไทยนิยมไปท่องเที่ยวอย่างโตเกียวหรือโอซาก้าเท่าใดนัก แม้จะห่างจากโตเกียวเพียง 70 นาที โดยการเดินทางด้วยรถไฟชินกันเซ็น แต่นีกาตะมักจะเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวหลาย ๆ คนมองข้ามไปอยู่ดี

รู้หรือไม่ว่านีกาตะนั้นเป็น 1ใน 5 เมืองท่าที่สำคัญของญี่ปุ่น ที่เปิดทำการค้ากับต่างชาติมาอย่างยาวนานถึง 150 ปี  และยังเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในฐานะแหล่งผลิตข้าวที่สำคัญของประเทศ ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เอื้อต่อการปลูกข้าว ข้าวจากจังหวัดนีกาตะจึงได้ชื่อว่าเป็นข้าวที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่น

นอกจากนั้น จังหวัดนีกาตะ ยังเป็นแหล่งบ่มสาเกชั้นดี เพราะมีข้าวและน้ำคุณภาพดีเป็นทุน สาเกของที่นี่จึงมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ จากข้อมูลของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม จังหวัดนีกาตะมีโรงบ่มสาเกมากกว่า 90 โรง และส่งออกสาเกไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลกเป็นจำนวนมากถึง 2,380 กิโลลิตร (ปี 2016)

นีกาตะในภาพจำของหลาย ๆ คนอาจจะเป็นเพียงบ้านนอกญี่ปุ่นที่ไม่มีอะไรให้เที่ยวมากมาย แต่ในวันนี้ ANNGLE ขอถือโอกาสพาทุกท่านไปรู้จักนีกาตะในมุมมองใหม่ ๆ ที่เที่ยวได้ทุกฤดู ผ่านแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 6 แห่งที่เราคัดสรรมานำเสนอค่ะ

พิพิธภัณฑ์เหล้าสาเกพอนชูคัง (ぽんしゅ館)

จังหวัดนีกาตะนั้น ถือเป็นจังหวัดที่เป็นหัวใจหลักของการส่งออกสาเกของญี่ปุ่นเลยทีเดียว แวะมาเยี่ยมเยือนถึงจังหวัดที่มี “ซาคากุระ” (โรงบ่มสาเก) มากที่สุดในญี่ปุ่นทั้งที พลาดไม่ได้เลยที่จะแวะมาที่พิพิธภัณฑ์เหล้าสาเกแห่งนีกาตะ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “พอนชูคัง”

ที่ทางเข้าพิพิธภัณฑ์ เพียงจ่ายเงิน 500 เยน คุณจะได้รับเหรียญสำหรับหยอดตู้สาเกจำนวน 5 เหรียญ พร้อมโอโชโกะ (จอกสำหรับดื่มสาเก) ขนาด 25cc 1 จอก ให้คุณลิ้มลองรสชาติสาเกได้ถึง 5 ชนิด ซึ่งในพอนชูคังนี้ มีสาเกให้เลือกชิมมากถึ ง117 ชนิดเลยทีเดียว

นอกจากจะดื่มด่ำกับสาเกญี่ปุ่นชั้นดีแล้ว ที่นี่ยังมีบริการแช่ออนเซ็นสาเกและร้านกาแฟไว้บริการ ให้คุณสามารถเพลิดเพลินและเข้าถึงจิตวิญญาณความเป็นนีกาตะได้ในที่เดียว

เวลาทำการ
เปิดบริการทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 9:00~18:00 (เดือนมกราคม-มีนาคม เปิดให้บริการถึง 20:00)
※ บริการชิมเหล้าสาเก จอกสุดท้ายก่อนร้านปิด 15 นาที
บริการออนเซ็นสาเก 「Yunozawa」
เปิดบริการ 10:30-17:30 (เดือนมกราคม-มีนาคม เปิดให้บริการถึง 19:30)

ค่าธรรมเนียม
บริการชิมเหล้าสาเก 500 เยน (ชิมสาเกได้ทั้งหมด 5 ชนิด)
บริการออนเซ็นสาเก 800 เยน (เด็กประถม 400 เยน)

การเดินทาง
โดยรถไฟ Joetsu Shinkansen / JR Joetsu ลงที่สถานี Echigo-Yuzawa พิพิธภัณฑ์มีอยู่ทั้งหมด 3 แห่งด้วยกัน

  • สาขา Echigo-Yuzawa : ตั้งอยู่ภายในสถานีรถไฟชินกันเซ็น อยู่ถัดจาก CocoLo shopping mall
  • สาขา Nagaoka : ตั้งอยู่ด้านขวาของเครื่องจำหน่ายตั๋ว
  • สาขา Niigata City : อยู่ใกล้กับทางออก south exit ภายในสถานี, อยู่ห่างจากร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นเล็กน้อย

โดยรถยนต์  ขับรถจากทางด่วน Kanetsu ทางออก Yuzawa Interchange ประมาณ 5 นาที

หุบเขาคิโยซึ (清津峡)

หุบเขาคิโยซึ คือ 1ใน3 หุบเขาที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ Joshinetsu Kogen ในเมือง Takamachi จังหวัดนีกาตะ เป็นหุบเขารูปตัว V ที่เกิดจากการแข็งตัวของลาวา ที่ทอดยาวถึง 12.5 กิโลเมตร ตรงกลางของหุบเขามีธารน้ำสีฟ้าสดใสจากแม่น้ำคิโยสึคาวะไหล่ผ่านด้วย

ทัศนียภาพที่โดดเด่นของหุบเขาคิโยซึก็คือกำแพงหินทั้ง 2 ด้านที่มีลักษณะการแข็งตัวของหินเป็นแท่ง ๆ เรียงกันอย่างมีระเบียบ อันเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟใต้ทะเลเมื่อ 16 ล้านปีก่อน เมื่อลาวาเย็นตัวลง จึงเกิดเป็นหุบเขาคิโยซึที่สวยงามอย่างที่เราเห็นกัน

นอกจากนี้ ที่นี่ยังมี Tunnel of Light สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่ออกแบบโดย คุณ Ma Yansong เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่า ศิลปะและธรรมชาตินั้นอยู่ร่วมกันได้ เป็นอุโมงที่มีความยาว 750 เมตร ตัดผ่านช่องเขาให้นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมทัศนียภาพของหุบเขาคิโยซึได้โดยรอบ

ค่าธรรมเนียมเช้าชม
ผู้ใหญ่ (อายุ 16 ปี ขึ้นไป) 600 เยน
เด็ก (อายุ 6-15 ปี) 300 เยน
เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และผู้พิการเข้าชมฟรี!
※ ส่วนลด 50 เยน/คน หากเข้าชมเป็นกรุ๊ปมากกว่า 20 คนขึ้นไป

เวลาทำการ
8:30-17:00

การเดินทาง
โดยรสบัส รถบัสมีจำนวน 4 เที่ยว/วัน คุณสามารถขึ้นรถบัสจากสถานี Echigo-Yuzawa ตรงทางออก East Exit ขึ้นสายที่เขียนว่า “To Morimiya no Hara station” แล้วลงที่สถานี Kiyo-tsukyo Iriguchi ใช้เวลา 25 นาที โดยประมาณ และจากสถานีนี้ ใช้เวลาเดินเท้าไปจนถึงหุบเขาอีก 30 นาทีโดยประมาณ ราคารถบัสสำหรับผู้ใหญ่ 470 เยน และเด็ก 235 เยน กรณีมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ต้องเพิ่มเงินอีก 100 เยน

โดยรถยนต์  หากรถเช่าของคุณมี GPS สามารถค้นหาเส้นทางได้ด้วยเบอร์โทรศัพท์ 025-763-4800
หุบเขาคิโยซึ ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 389 ถ้าหากขับรถมาจากโตเกียว คุณสามารถใช้ทางด่วน Kanetsu และออกตรง Shiozawa Ishiuchi I.C. ได้เลย จากนั้นขับไปตามทางหลวงหมายเลข 17 ก่อนจะเปลี่ยนไปใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 353 โดยหุบเขาคิโยซึจะห่างจาก Shiozawa Ishiuchi I.C. ประมาณ 12 กิโลเมตร

ที่จอดรถ
ลานจอดรถ ที่ 1 (45 คัน)
ลานจอดรถที่ 2 (50 คัน)
ลานจอดรถที่ 3 (60 คัน)
ลานจอดรถบัส (7 คัน)

พายเรือกะละมัง Tarai Bune ตามรอยแอนิเมชั่น Spirited Away

กิจกรรมพายเรือกะละมังที่เกาะซาโดะ จังหวัดนีกาตะ เป็นฉากหนึ่งที่แฟน ๆ แอนิเมชั่นญี่ปุ่นคงเห็นผ่านตามาบ้างในแอนิเมชั่นชื่อดังของญี่ปุ่นอย่างเรื่อง Spirited Away ที่สร้างโดย Studio Ghibli ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์แอนิเมชั่นของญี่ปุ่น (อันดับ 1 คือ Your Name)

เดิมทีการพายเรือในกะละมังนี้ ในสมัยเมจิ ช่วงปีค.ศ. 1868 ชาวเกาะซาโดะใช้เพื่อออกหาปลาในพื้นที่ที่แคบและคดเคี้ยว ด้วยการออกแบบที่ค่อนข้างเสถียร ทำให้เรือกะละมังแบบนี้ทรงตัวได้ดีกว่าเรือแบบปกติในพื้นที่แคบ

คุณผู้อ่านสามารถขึ้นเรือกะละมังเพื่อดื่มด่ำทัศนียภาพอันสวยงามรอบเกาะซาโดะในเวลา 10 นาที/รอบ ได้ที่ท่าเรือ Ogi Port ตั้งแต่เวลา 8:20-15:00

ค่าธรรมเนียม
ผู้ใหญ่ 500 เยน
เด็ก 300 เยน

※ เปิดให้บริการเฉพาะช่วงเดือนเมษายน-พฤศจิกายน

แช่ออนเซ็นกลางแจ้งฟรี ที่ Tsubame Onsen

Tsubame Onsen เป็นบ่อน้ำร้อนที่ตั้งอยู่กลางป่า มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร รอบล้อมด้วยภูเขาเมียวโกะ (Myoko) ในอุทยานแห่งชาติ Myoko Takagushi Renzan ซึ่งเป็นแหล่งออนเซ็นที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

บ่อน้ำร้อนส่วนใหญ่ที่คลาคล่ำไปด้วยคนท้องถิ่นและชาวต่างชาตินั้น มักอยู่ในรูปแบบของเรียวกัง (โรงแรมแบบญี่ปุ่น) ซึ่งสืบทอดกันมาเป็นธุรกิจครอบครัว แต่ที่ Tsubame Onsen แห่งนี้ เป็นบ่อน้ำร้อนเพียงไม่กี่แห่งที่ไม่มีเจ้าของ จึงใช้บริการได้ฟรี

บ่อน้ำร้อนในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

Tsubame Onsen มีบ่อน้ำร้อนด้วยกัน 2 บ่อ คือ Ougon no Yu (แบบแยกเพศชาย-หญิง) และแบบ Kawara no Yu (บ่ออาบน้ำรวมแบบไม่แยกเพศ— บ่อนี้ใส่ชุดว่ายน้ำลงได้ค่ะ) ใช้เวลาเดินเท้าขึ้นไปบนภูเขาเมียวโกะประมาณ 15 นาที เอกลักษณ์ของบ่อน้ำร้อนที่  Tsubame Onsen ก็คือน้ำที่มีขาวขุ่นเหมือนน้ำนม ซึ่งประกอบไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย เช่น กำมะถัน (ช่วยรักษาอาการอักเสบทางผิวหนัง เช่น สิว ผดผื่น)  ไฮโดรเจนคาร์บอเนต (ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี) เป็นต้น บ่อน้ำร้อนแห่งนี้จึงเป็นที่นิยมของผู้ที่ชื่นชอบการแช่ออนเซ็นท่ามกลางธรรมชาติเป็นอย่างมาก

ค่าธรรมเนียม ฟรี

เวลาทำการ เปิดให้บริการเฉพาะเดือนมิถุนายน-ปลายตุลาคม (แล้วแต่ปริมาณหิมะ) ตั้งแต่เวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก

การเดินทาง
โดยรถไฟ คุณสามารถเดินทางมานี่บ่อน้ำร้อนนี่ได้ด้วยการนั่งรถไฟชินกันเซ็นจากโตเกียว ใช้เวลา 1.5-2 ชั่วโมง โดยประมาณ และลงสถานี Joetsumyoko จากนั้นขึ้นรถไฟท้องถิ่น Echigo Tokimeki Railway สาย Myoko Haneuma และลงที่สถานี Sekiyama จากนั้นต่อรถบัส (มีบริการเฉพาะวันธรรมดาเท่านั้น) เพื่อไปลงที่สถานี Tsubame Onsen

โดยรถยนต์ ใช้ทางด่วน Joshietsu Expressway แล้วออกตรง Myoko Kogen Interchange บ่อน้ำร้อน Tsubame Onsen ใช้เวลาขับรถหลังจากลงทางด่วนแล้วประมาณ 25 นาที โดยประมาณ

ที่อยู่ Tsubame Onsen, Sekiyama, Myoko City, Niigata Prefecture

Myoko City Tourist Association
โทร. 0255-86-3911

เหมืองทองซาโดะคินซัง (佐渡金山)

ซาโดะคินซัง เป็นเหมืองเงินและทองคำที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เปิดทำงานมายาวนานกว่า 400 ปี (สิ้นสุดลงเมื่อปีค.ศ. 1989) อีกทั้งยังเคยเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญของโชกุนโตกุกาวะ โชกุนคนสำคัญในสมัยเอโดะอีกด้วย ถึงกับมีการขนานนามว่า เหมืองแห่งนี้มีส่วนยกสถานะของญี่ปุ่นให้เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในยุคนั้นเลยทีเดียว

ซาโดะคินซัง ตั้งอยู่บนเกาะซาโดะ (Sado Island) จังหวัดนีกาตะ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ขอแนะนำว่าห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวที่นีกาตะค่ะ

เป็นที่ทราบกันว่าเกาะซาโดะนั้นมีชื่อเสียงมาก ๆ ในเรื่องของทองคำ ดังนั้นเมื่อมาเยือนเกาะซาโดะทั้งที จะพลาดการเที่ยวชมเหมืองทองคำไปได้ไง!

เหมืองที่ขุดด้วยมือในสมัยเอโดะ

ภายในเหมืองมีเส้นทางเดินผ่านอุโมงค์ทั้งหมด 2 เส้นทาง เส้นทางแรกนั้นเป็นอุโมงค์ที่ขุดด้วยมือในสมัยเอโดะ มีการจัดแสดงหุ่นคนงานเหมืองขนาดเท่าตัวจริง มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพการทำงาน เครื่องมือเครื่องใช้ และเทคนิคในการทำเหมืองในสมัยนั้น

ส่วนจัดแสดงเครื่องไม้เครื่องมือการทำเหมืองในสมัยเมจิ

อุโมงค์ที่สองเป็นอุโมงค์ที่สร้างใหม่ในสมัยเมจิ จนถึงช่วงที่เหมืองปิดตัวลงในปี ค.ศ. 1989 พื้นที่นี้จะแสดงเทคนิคการทำเหมืองที่ทันสมัย เครื่องมือและเครื่องจักรต่าง ๆ ที่ใช้ในยุคนั้น อีกทั้งยังมีโปรแกรมทัวร์พร้อมไกด์ภาษาญี่ปุ่น เพื่อเยี่ยมชมมรดกทางอุตสาหกรรม และทัวร์พิเศษยุคเอโดะก่อนที่จะเปิดเหมืองทอง โดยใช้ในการทัวร์เวลาประมาณ 80 นาที

เล่นสกีที่ GALA Yuzawa

สำหรับคนที่ชอบท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น คงเคยได้ยินชื่อลานสกีกาล่ายูซาวะมาบ้างไม่มากก็น้อย เพราะเป็นลานสกีที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1990 แถมอยู่ใกล้โตเกียว เดินทางสะดวกด้วยรถไฟชินกันเซ็นเพียงต่อเดียว นอกจากนั้นที่นี่ยังมีคอร์สฝึกสอนการเล่นสกีเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาไทยให้แก่นักท่องเที่ยวที่เล่นสกีไม่เป็นด้วย สำหรับเมืองร้อนอย่างบ้านเราที่ไม่มีลานสกีให้ฝึกฝนก็สามารถเริ่มต้นสนุกกับกีฬาชนิดนี้ที่กาล่ายูซาวะได้ไม่ยาก แถมที่นี่ยังมีบริการเช่าชุดสกีและอุปกรณ์สกีครบครัน ไม่ต้องแบกมาจากที่บ้านให้หนักเลย ค่าเช่าอุปกรณ์สกีอยู่ที่เซ็ตละ 4,900 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และ 2,500 เยนสำหรับเด็ก

กาล่ายูซาวะ ตั้งอยู่ที่เมืองยูซาวะ จังหวัดนีกาตะ เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของลานสกี แค่เมืองเดียวลานสกีก็ปาเข้าไป 13 ลานแล้ว! แต่ในบรรดาลานสกีทั้งหมด กาล่ายูซาวะถือเป็นลานสกีที่มีชื่อเสียงมากที่สุด

ผู้ที่สนใจสามารถนั่งรถไฟชินกันเซ็นสาย Joetsu มาลงที่สถานี Gala Yuzawa ซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงกับลานสกี หรือหากใครลงที่สถานี Echigo Yuzawa ก็สามารถนั่ง shuttle bus ซึ่งให้บริการรับ-ส่งฟรีอยู่ที่ทางออก East Exit หรือสามารถคลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเป็นภาษาไทยได้ที่เว็บไซต์หลักของ Gala Yuzawa

เดินทางด้วย JR EAST PASS

คุณผู้อ่านสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดนีกาตะได้ง่าย ๆ ด้วยรถไฟชินกันเซ็น เพียง 70 นาทีจากโตเกียวเท่านั้น โดยใช้บัตรโดยสารรถไฟราคาพิเศษ JR EAST PAS: Nagano Niigata Area ซึ่งเป็นบัตรโดยสารที่มีอายุ 14 วัน สามารถเลือกวันใช้งานได้อย่างอิสระจำนวน 5 วัน โดยวันที่เริ่มใช้งานวันแรกเจ้าหน้าที่ประทับตราที่ตั๋วจำนวน 1 ดวง เมื่อครบ 5 ดวงแล้ว ตั๋วจะไม่สามารถใช้งานได้อีก

วิธีการซื้อบัตร JR EAST PASS: Nagano Niigata Area

นักท่องเที่ยวสามารถซื้อบัตรโดยสารรถไฟ JR EAST PASS: Nagano Niigata Area ได้ผ่านทาง 3 ช่องทางหลักคือ ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย, เว็บไซต์ของ JR EAST หรือช่องทางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น (ราคาจะแพงกว่าซื้อนอกญี่ปุ่น)

※ สำหรับผู้ที่ถือพาสปอร์ตนอกเหนือจากพาสปอร์ตญี่ปุ่น และมีวีซ่าพำนักระยะสั้นในญี่ปุ่นไม่เกิน 90 วัน เท่านั้น

ถ้าซื้อจากบริษัทตัวแทนจำหน่ายจะได้รับใบสำหรับแลกพาส ถ้าซื้อทางออนไลน์จะได้รับหมายเลขการจอง เมื่อเดินทางถึงญี่ปุ่นแล้ว ให้นำไปแลกเป็น JR EAST PASS ตามจุดที่กำหนดไว้ เช่น JR EAST Travel Service Center, Information Center, View Plaza โดยจะเริ่มนับการใช้งาน 14 วัน เริ่มวันแรกตั้งแต่วันที่ทำการแลกพาส ต้องแสดงพาสปอร์ต (ไม่สามารถใช้สำเนาได้) และใบแลกพาส หรือหมายเลขการจอง สำหรับการซื้อในญี่ปุ่นนอกเหนือจากพาสปอร์ต จะต้องแสดงตั๋วเครื่องบินขากลับและแผนการเดินทาง ทั้งนี้จุดจำหน่ายและจุดทำการแลกอาจจะไม่ใช่จุดเดียวกัน

ที่มา: week, JNTO, Rakutentravel, Ponshukan, Sadokinzan, Yuzawa, Kiyotsu, Tunneloflight
ผู้เขียน: A Housewife Wannabe

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
จริงเหรอ!? แค่ให้ขนนกเส้นเดียวก็ติดคุกที่ญี่ปุ่นได้