10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “นากาโนะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

จังหวัดนากาโนะ ตั้งอยู่ตอนกลางของเกาะฮอนชู เจ้าของฉายาหลังคาแห่งญี่ปุ่น เนื่องจากถูกล้อมรอบด้วยภูเขาสูงถึง 3,000 เมตร อีกทั้งจังหวัดนากาโนะยังเป็นเจ้าภาพในการจัดโอลิมปิกและพาราลิมปิคฤดูหนาวในปี 1998 นอกจากนี้เพื่อนๆยังสามารถชมเทือกเขาแอลป์ยี่ปุ่นได้อีกด้วย !? สำหรับเพื่อนๆที่ชื่นชอบหิมะ หรือการเล่นกีฬาฤดูหนาว อย่างสโนว์บอร์ด และสกี รับรองว่าที่นากาโนะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน ! ถ้าพร้อมแล้วละก็ไปชมสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอื่นๆพร้อมๆกันเลย !

1. ปราสาทมัตสึโมโตะ (松本城)

ปราสาทมัตสึโมโตะ หรือที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งว่า ปราสาทอีกา เนื่องจากมีหอคอยและป้อมปืนเชื่อมต่อกับโครงสร้างอาคารหลักที่เป็นสีดำคล้ายกับอีกา จึงให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่และสุขุม ถือเป็นปราสาทที่ได้รับการขนานนามว่าสวยที่สุดอันดับต้นๆของประเทศญี่ปุ่นด้วย ภายนอกปราสาทจะมีแอ่งน้ำตื้นล้อมรอบ พร้อมทั้งนิทรรศการรวบรวมภาพปราสาทจากทั่วญี่ปุ่น ให้เพื่อนๆได้ดูว่าแต่ละปราสาทมีที่ลักษณะอย่างไร ส่วนภายในปราสาทจะมีทั้งหมด 6 ชั้น ตัวอาคารทำจากไม้ทั้งหมด แต่ละชั้นจะใช้เป็นที่เก็บอาวุธต่างๆ ชุดเกราะซามูไร ศิลปะ ภาพเขียน เครื่องปั้นดินเผาโบราณต่างๆ ส่วนชั้นบนสุดจะเป็นจุดชมวิว 4 ทิศ พร้อมรูปถ่ายสมัยก่อน ให้เพื่อนๆได้เปรียบเทียบกับทิวทัศน์ปัจจุบัน ส่วนช่วงฤดูใบไม้ผลิที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดชมดอกซากุระยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งด้วยนะ

ปราสาทมัตสึโมโตะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 8.30-17.00 น. ปิดทำการช่วงวันหยุดสิ้นปี วิธีการเดินทางจากสถานี JR Matsumoto เดินไปประมาณ 15 นาที หรือนั่งรถบัส Town Sneaker Northern course bus loop line ประมาณ 5 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม matsumoto castle

2.อุทยานลิงหิมะจิโกกุดานิ (地獄谷野猿公苑)

การแช่ออนเซ็นถือเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของชาวญี่ปุ่น ที่แม้แต่ลิงก็ยังได้รับอิทธิพลนี้ไปด้วย เพราะที่จิโกกุดานิ ตั้งอยู่บริเวณกลางหุบเขาจิโกคุดานิที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นมาก อีกทั้งยังเป็นแหล่งอาศัยของฝูงลิงภูเขากว่า 200 ตัว และเนื่องจากใกล้ๆมีบ่อน้ำพุร้อนชิบุยุดานากะ ที่นี่จึงเปรียบเหมือนสวรรค์ของลิงภูเขาเหล่านี้ ซึ่งมักจะลงมาแช่น้ำคลายความหนาว เพื่อนๆจึงสามารถสังเกตพฤติกรรมของเจ้าลิงเหล่านี้ได้อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นสีหน้าที่อันมีผ่อนคลายยามลงแช่น้ำพุร้อน หยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ถึงแม้ลิงที่นี่จะมีความคุ้นเคยกับมนุษย์ แต่ห้ามเพื่อนๆสัมผัส หรือให้อาหารโดยเด็ดขาด เพราะอาจจะถูกทำร้ายเอาได้นะ  จะว่าไปแล้วพอเห็นเจ้าลิงพวกนี้แช่ออนเซ็นอย่างสบายใจเราก็อยากจะแช่บ้างเนอะ

อุทยานลิงหิมะจิโกกุดานิเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 8.30-17.00 น. เสียค่าเข้าชม 500 เยน วิธีเดินทางจากสถานี Yudanaka นั่งรถบัสไปยัง Kanbayashi Onsen หรือสถานี Nagano โดยรถบัส Yudanaka-Kanbayashi จะจอดที่ป้าย Kanbayashi Onsen แต่บัสสายอื่นๆจะจอดที่ป้าย Kanbayashi Onsen-guchi แล้วเดินต่ออีกนิดนึงก็ถึงค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม  jigokudani

3.คารุอิซาว่า (軽井沢町)

ถ้าพูดถึงเมืองรีสอร์ท ก็คงหนีไม่พ้นคารุอิซาว่าเมืองรีสอร์ทยอดนิยมของเหล่าผู้คนที่มักจะหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ มาพักผ่อนท่ามกลางภูเขาอาซามะที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือคารุอิซาว่า นอกจากธรรมชาติของป่าเขา และน้ำตกชิราโตะที่ล้อมรอบคารุอิซาว่าแห่งนี้แล้ว เพื่อนๆยังสามารถเดินเล่นช้อปปิ้งที่เอาท์เล็ท หรือเลือกซื้อสินค้าตามร้านค้าข้างทาง ร่วมทำกิจกรรมการเป่าแก้ว รวมถึงยังมีที่พักหรูๆ อย่างบ้านพักต่างอากาศสไตล์ตะวันตก รีสอร์ทวิวสวยๆ ให้เพื่อนๆได้เลือกใช้บริการอีกด้วย แถมยังสามารถปั่นจักรยานกินลมชมวิวบรรยากาศโดยรอบ เช่น สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างโบสถ์เชาแมมโมเรียล โบสถ์เซนต์ปอลคาธอลิค โรงแรมมิคาซ่า แหล่งช้อปปิ้งในฮารุนิเระ เทอเรสส์ ที่รวบรวมสินค้าแบรนด์ดังต่างๆเอาไว้มากมาย จนได้รับการขนานนามว่าเป็น ลิตเติ้ลกินซ่าแห่งนากาโนะ

วิธีเดินทางจากโตเกียว เพื่อนๆสามารถไปถึงคารุอิซาว่าได้ด้วยรถไฟหัวกระสุน โฮคุริคุชิงกังเซน ใช้เวลาประมาณ 75 นาทีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม karuizawa

4.ฮาคุบะ (白馬)

ใครชอบเล่นกีฬาฤดูหนาวละก็ฮาคุบะคือสวรรค์ของคุณเลยละ ! เพราะที่นี่ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น ด้วยพื้นที่อันกว้างขวางจึงเป็นที่ตั้งของเหล่าสกีรีสอร์ทขนาดใหญ่ และลานสกีอีกกว่า 7 ลาน ในปี 1998 ที่นี่ยังเป็นสถานที่จัดโอลิมปิกอีกด้วย เพื่อนๆสามารถสนุกสนานกับลานสกีอันกว้างขวาง ลานสกีกระโดด พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์หมู่บ้านโอลิมปิกฮาคุบะ แม้แต่ผู้ที่เริ่มหัดเล่นไปจนถึงระดับโปรก็สามารถท้าทายความสามารถของตนเองไปกับลานสกีแห่งนี้ได้ นอกจากนี้เพื่อนๆยังสามารถรับประทานอาหารที่สกีบาร์ Apres Ski ได้ด้วย หากเหนื่อยๆจากการเล่นสกีก็แวะพักผ่อนที่สกีรีสอร์ท ซึ่งมีบริการที่พัก และออนเซ็น รวมถึงร้านอาหารต่างๆ ให้เพื่อนๆได้ลิ้มลองกันด้วย สำหรับฤดูกาลเล่นสกีจะเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม-ต้นเดือนพฤษภาคมค่ะ

สกีรีสอร์ทที่ฮาคุบะกว่า 12 แห่งได้ร่วมมือกันทำแพ็คเก็จ Hakuba Valley Ticket ตั๋วส่วนลดสำหรับการเล่นสกี เช่น ตั๋ว 1 วัน 2 ใบ ต้องใช้ภายใน 3 วัน วิธีเดินทางจากสถานี Nagano ต่อ express bus ไปยัง Hakuba ได้เลย

ข้อมูลเพิ่มเติม hakubavalley

5.คามิโคจิ (上高地)

คามิโคจิ หรือมงกุฎอัญมณี เป็นจุดชมทิวทัศน์อันสวยงามที่สุด ซึ่งมีฉากหลังเป็นเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น และแม่น้ำอาซุสะสีเขียวมรกต นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมสำหรับนักเดินป่า มีระยะทางยาวกว่า 15 กิโลเมตร โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่สระน้ำไทโชไปยังสะพานเมียวจินสะพาน แม้แต่เพื่อนๆที่ไม่มีประสบการณ์ในการเดินป่าก็สามารถเดินได้ ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงในการถึงจุดหมาย สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะเหมาะสมในการเดินป่ามากที่สุด คือ ประมาณกลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกันยายน ระหว่างทางเพื่อนๆจะได้เพลิดเพลินไปกับธรรมชาติโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นเทือกเขา สัตว์ป่าหายากบางชนิด และความสวยงามของเหล่าใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง นอกจากนี้บริเวณคามิโคจิยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆให้เพื่อนๆได้แวะชมกันด้วย อย่างสระน้ำทาชิ โรงแรมคามิโกจิอิมพีเรียล อนุสาวรีย์เวสต์ตัน และสะพานคัปปาบาชิโระ ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของคามิโคจิ นอกจากนี้ยังมีพนักงานคอยให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ สัตว์ป่า และพันธุ์ไม้ของที่นี่ด้วย

คามิโคจิเปิดบริการตั้งแต่กลางเดือนเมษายนจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ปิดให้บริการในช่วงฤดูหนาว ค่าเข้าชมจะเสียเป็นจุดๆแล้วแต่แหล่งท่องเที่ยวนั้นๆค่ะ การเข้าชม วิธีการเดินทางจากสถานี Matsumoto Station นั่งรถไฟ Matsumoto Electric Railway ไปลงที่ Shin-Shimashima Station แล้วต่อรถบัสไปยัง Kamikochi

ข้อมูลเพิ่มเติม kamikochi

6.ศาลเจ้าโทงาคุชิ (戸隠神社)

ศาลเจ้าโทงาคุชิ เป็นศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขาใจกลางเมืองนากาโนะ เรียกได้ว่าเป็นป่าสงวนที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมาส่องนก และชมความงามของดอกไม้ ตลอดสองข้างทางจะเต็มไปด้วยต้นสนซีดาร์ที่ตั้งสูงตระหง่าน ทำให้เรารู้สึกได้ถึงพลังธรรมชาติ เสมือนข้ามมาอีกโลกหนึ่งเลยละค่ะ จึงไม่แปลกที่ที่นี่จะกลายเป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่ง และเมื่อมาถึงที่นี่เพื่อนๆจะพบกับ Togakushi Hokosha ศาลเจ้าแรก หากเดินขึ้นบันไดหินไปอีกจะเป็นที่ตั้งของTogakushi Chusha รวมถึงร้านอาหาร อีกทั้งยังสามารถพักผ่อนชมน้ำตก และต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อายุกว่า 800 ปี สำหรับเส้นทางในการขึ้นไปชม Togakushi Okushairiguchi ด้านบน คือเส้นทางคางามิอิเกะ ซึ่งถือเป็นเส้นทางที่มีทัศนียภาพสวยงามมากที่สุด เชื่อกันว่าศาลเจ้า Togakushi Okushairiguchi เป็นที่ตั้งของประตูหินในตำนานเทพธิดาแห่งพระอาทิตย์ และยังเป็นที่สำหรับจัดการแสดงเต้นรำอีกด้วย

สำหรับที่นี่เปิดให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย วิธีเดินทางจากสถานี Nagano นั่งรถบัสเบอร์ 70 หรือ 71 ซึ่งเพื่อนๆสามารถลงได้ทั้งสามศาลเจ้าเลยค่ะ โดยป้ายแรกจะเริ่มที่ Togakushi Hokosha, Togakushi Chusha เรื่อยมาจนถึงTogakushi Okushairiguchi ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม togakushi-jinja

7.วัดเซนโคจิ (善光寺)

วัดเซนโคจิ ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ในปี 1707 เป็นหนึ่งในวัดที่มีความสำคัญ เพราะเป็นวัดพุทธแห่งแรก อีกทั้งยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปองค์แรกที่เข้ามายังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งพระพุทธรูปของจริงจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกๆ 6 ปี โดยรอบถัดไปจะเป็นปี 2021 นั่นเอง นอกจากนี้ภายในวัด เพื่อนๆยังสามารถเดินชมความสวยงามของห้องโถงกลาง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปต่างๆ รวมถึงห้องใต้ดินที่มืดสนิท ที่เวลาเดินต้องใช้มือคลำหาทางจนกว่าเจอห่วงประตู โดยเชื่อกันว่าหากใครหาห่วงประตูเจอจะพบแต่สิ่งที่ดีๆ เสมือนเจอแสงสว่างนำทางในชีวิต ส่วนด้านหลังของห้องโถงกลาง มีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของวัดเซนโคจิ ที่จัดแสดงรูปปั้นแกะสลักพระพุทธรูป และสาวกราคัง หลังจากเข้าไปสักการะไหว้พระกันเสร็จแล้ว เพื่อนๆสามารถแวะช้อปปิ้งที่ถนนนากามิเสะ บริเวณถนนหน้าซุ้มประตู ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านอาหาร ร้ายขายขนมและของที่ระลึกต่างๆ

วัดเซนโคจิเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00-16.00 น. เสียค่าเข้าชม 500 เยน ซึ่งสามารถชมได้ในส่วนของห้องโถงกลาง (ห้องภายใน, ห้องใต้ดิน และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์) วิธีการเดินทางจากสถานีรถไฟ JR Nagano นั่งรถบัสไปประมาณ 10 นาที หรือจากสถานีรถไฟใต้ดิน Nagaden Nagano ไปลงที่สถานี Zenkojishita จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 5-10 นาทีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม zenkoji

8.ย่านเมืองเก่านาราอิ (奈良井宿)

เมืองนาราอิ เป็นย่านเมืองเก่าตั้งแต่สมัยเอโดะ ในสมัยก่อนถูกใช้เป็นเส้นทางนากะเซนโดะสำหรับผู้คนที่ต้องการเดินทางสัญจรระหว่างเกียวโตและโตเกียว ถือเป็นหมู่บ้านที่คึกคักและรุ่งเรืองที่สุดในหุบเขาคิโซะ จากฉายาพันเรือนแห่งนาราอิ เพื่อนๆจึงสามารถเดินเล่มชมบ้านเรือนดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่นโบราณที่สร้างเรียงรายติดกันยาวกว่า 1 กิโลเมตร และยังคงถูกอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพดี บ้านบางหลังก็เปิดให้เข้าชม บางหลังก็เป็นโฮมสเตย์ ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร บางหลังก็ตกแต่งสวยงามเหมาะแก่เดินเล่นถ่ายรูป โดยเฉพาะสะพานคิโซะโอฮาชิ ที่ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่นด้วยนะ ใครชอบเดินเล่นชมบรรยากาศเก่าๆละก็ที่นี่เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ห้ามพลาดเลยละ

วิธีเดินทางจากสถานี Kiso-Fukushima นั่งรถไฟสาย JR Chuo แล้วลงที่สถานี Narai หรือจาก Nagoya นั่งรถไฟ limited express ไปลงที่ Nagano แล้วเปลี่ยนเป็น local train ที่สถานี Shiojiri หรือ Kiso-Fukushima

ข้อมูลเพิ่มเติม naraijuku

9.บ้านท่านโฮคุไซ (一般財団法人 北斎館)

เอาใจคนชอบศิลปะ มาเดินเล่นชมผลงานศิลปะของท่านโฮคุไซ ที่เมืองโอบุเสะ ศิลปินชื่อดังผู้สร้างสรรค์ผลงานมีชื่อเสียงมากมาย สำหรับใครที่อยากปลีกตัวออกจากเมืองที่คนพลุกพล่าน บ้านพักท่านโฮคุไซที่เปรียบเสมือนหอรำลึกแห่งนี้ มีบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างแท้จริง เดินอ้อมไปข้างหลังจะเป็นเส้นทางเกาลัดที่เชื่อมต่อไปยังพิพิธภัณฑ์ของท่านโฮคุไซ ภายในพิพิธภัณฑ์เพื่อนๆสามารถชมผลงานของท่านโฮคุไซ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวแทนของสัญลักษณ์แห่งดินแดนอาทิตย์อุทัย อย่างภูเขาไฟฟูจิจาก 36 มุมมอง ถือเป็นผลงานภาพจิตรกรรมฝาผนังที่มีชื่อเสียงมากๆ นอกจากนี้ที่เมืองโอบุเสะ ยังได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองแห่งเกาลัด เพราะเพื่อนๆจะได้กลิ่นเกาลัดคั่วสดๆหอมฟุ้งไปทั่วทั้งเมือง อีกทั้งยังมีสินค้าเกี่ยวกับเกาลัดขายทั่วเมืองด้วย ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีมเกาลัด เกาลัดคั่ว รับรองว่ารสชาติหวานมัน ถูกใจเพื่อนๆแน่นอนค่ะ

บ้านท่านโฮคุไซเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. ปิดทำการช่วงวันหยุดปีใหม่ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 1,000 เยน เด็ก 700 เยน วิธีเดินทางจากสถานี Nagano (JR) ให้เปลี่ยนรถไฟเป็นสาย Nagano Dentetsu Line (สายสีแดง) ซึ่งเป็นสาย Local เพื่อไปยัง สถานี Obuse ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม  hokusai-kan

10.ชิราโฮเนะออนเซ็น (白骨温泉)

บริเวณทิศเหนือของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น เป็นที่ตั้งของเหล่าที่พักและเรียวกังมากมาย อย่างหมู่บ้านชิราโฮเนะ หนึ่งในออนเซ็นเล็กๆที่ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำยูกาว่า ทว่าออนเซ็นชิราโฮเนะแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 400 ปี ตามความเชื่อที่ว่าสามารถช่วยรักษาโรคได้ ตามความหมายของชื่อ คือ ชิโระ สีขาว และโฮเนะ กระดูก เนื่องมาจากน้ำแร่ที่นี่เป็นสีขาว เพราะมีส่วนผสมของแร่ธาตุแคลเซียมและแมกนีเซียมสูง จึงเชื่อกันว่าหากดื่มน้ำที่ออนเซ็นแห่งนี้จะสามารถช่วยบรรเทาโรคทางเดินอาหารได้ นอกจากเพื่อนๆจะได้นอนแช่ออนเซ็นให้ร่างกายผ่อนคลายแล้ว ยังสามารถเพลินกับธรรมชาติโดยรอบอย่างภูเขาโนริกุระที่ตั้งเด่นเป็นฉากหลังอีกด้วย สำหรับเพื่อนๆที่ต้องการแช่ออนเซ็นอย่างเดียว ที่อาวาโนยุเรียวกังและห้องอาบน้ำสาธารณะชิราโฮเนะ ได้เปิดห้องอาบน้ำให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ค้างคืนใช้บริการด้วย

วิธีเดินทางจาก Matsumoto นั่งสาย Matsumoto Electric Railway ไปลงที่สถานี Shin-Shimashima แล้วเปลี่ยนไปนั่ง Alpico bus เพื่อมุ่งไปยัง Shirahone Onsen

ข้อมูลเพิ่มเติม shirahone

จังหวัดนากาโนะตั้งอยู่ใกล้กับโตเกียวมาก ใช้เวลาเดินทางเพียง 3 ชม. เพื่อนๆก็สามารถหลีกหนีจากความวุ่นวายมาสัมผัสกับธรรมชาติได้แล้ว ยิ่งช่วงฤดูหนาวนักท่องเที่ยวจะเยอะมากๆเลยละ เพราะจังหวัดนากาโนะมีสภาพความกดอากาศต่ำ ที่นี่จึงมีหิมะตกหนักตลอดปี ดังนั้นเมื่อมาถึงที่นี่แล้วอย่าพลาดมาเล่นกีฬาฤดูหนาวเชียว !

ที่มา tictokyoth/go-nagano/talonjapan/livinglanguage/japanguide/photoeverywhere/
snow-forecast/totallyhistory/viator/gaijinpot/wikipedia/onlynativejapan/
ผู้เขียน baiosfalim

Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
ชมความงามของวิวใบไม้เปลี่ยนสีสุดลูกหูลูกตาที่ HAKUBA MOUNTAIN HARBOR จ.นากาโนะ