10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “คาโกชิมะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

จังหวัดคาโกชิมะตั้งอยู่ทางตอนใต้ของภูมิภาคคิวชู ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกมากมายโดยเฉพาะภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ ทำให้มีสภาพอากาศที่อบอุ่น และมีสิ่งที่ธรรมชาติสร้างไว้ให้เราได้ประหลาดใจอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่มนุษย์เราได้สร้างไว้เอง แถมน่าสนใจด้วยนะ ANNGLE จะพาเพื่อนๆทุกคนไปทำความรู้จักกับจังหวัดคาโกชิมะกันค่ะ

1. ภูเขาชิโรยามะ (城山)

เป็นจุดชมวิวที่ตั้งอยู่บนยอดเขาชิโรยามะ จากจุดนี้จะสามารถมองเห็นอ่าวคาโกชิมะและภูเขาไฟซากุระชิมะที่ห่างจากตัวเมืองได้ ยังมองเห็นเมืองคาโกชิมะได้โดยรอบ ก่อนที่จะถึงจุดชมวิวนั้นยังมีถ้ำไซโกะที่เกี่ยวข้องกับท่านไซโกะ ทาคาโมริอีกด้วย ถ้าวันไหนที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งจะสามารถมองเห็นภูเขาไฟไคมอนดาเกะได้เลย ที่สำคัญที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่องวิวยามค่ำคืนที่สวยงามด้วยนะ

เวลาเปิด – ปิด : เปิด 24 ชั่วโมงจ้า
ค่าเข้าชม : ฟรีจ้า
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Kagoshima Chuo ให้นั่งรถบัสสาย Kagishima City View มาลงที่ป้าย Shiroyama เลย

2. สวนเซนกังเอ็น (仙巌園)

เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ภายในเมืองคาโกชิมะ แต่ก่อนเป็นที่ตั้งคฤหาสน์ของตระกูลชิมัตสึอดีตผู้ปกครองบริเวณนี้ แต่ในปัจจุบันเปิดเป็นสวนสาธารณะให้ผู้คนได้เข้าไปชมความสวยงามของจัดสวนสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีการรวมเอาสระน้ำเล็กๆ ธารน้ำ ศาลเจ้า และทางเดินใต้เงาของต้นไผ่และต้นไม้ใหญ่เอาไว้ด้วย ตรงกลางสวนยังมีคฤาสน์ตที่ยังคงสภาพเดิมเอาไว้และสามารถเข้าชมได้ด้วย นอกจากนี้ข้างๆสวนยังอยู่ติดกับอ่าวคาโกชิมะและภูเขาไฟซากุระจิมะจึงทำให้วิวเนี่ยสวยงามมากยิ่งขึ้น จนได้รับการจดทะเบียนให้เป็นสถานที่ที่มีทัศนียภาพที่สวยงามของญี่ปุ่นเลยล่ะ

เวลาเปิด – ปิด : 08.30 น. – 17.30 น.
ค่าเข้าชม : 1,000 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Kagoshima Chuo ให้นั่งรถบัสสาย Kagishima City View มาลงที่ป้าย Senganen Mae เลย
ข้อมูล senganen

3. ศาลเจ้าเทรุคุนิ (照国神社)

ศาลเจ้าชินโตเก่าแก่แห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่อบูชา ชิมัตสึ นาริอากิระ แห่งตระกูลชิมัตสึรุ่นที่ 28 ที่สร้างคุณงานความดีมาตลอด ภายในศาลเจ้าเป็นสถานที่จัดพิธีดั้งเดิมของญี่ปุ่นมากมาย เช่น พิธีแต่งงานแบบญี่ปุ่น และที่สำคัญเดือนกรกฎาคมของทุกปีจะมีการจัดงานที่ชื่อว่า “โรคุกัตสึโด” ที่จะมีการตกแต่งโคมไฟเรียงรายตลอดทางของศาลเจ้าในช่วงเย็นทุกวันไปจนสิ้นเดือน ถือเป็นงานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามามหาศาลเลย

เวลาเปิด – ปิด : 08.30 น. – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรีจ้า
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Kagoshima Chuo เดินอีกประมาณ 20 นาที

4. ซากปราสาทคาโกชิมะ (鹿児島城)

ปราสาทคาโกชิมะหรือที่ทุกคนอาจจะรู้จักกันในชื่อ ปราสาทสึรุมารุ เป็นร่องรอยปราสาทที่สร้างในปี 1601 ที่เหลือแค่ร่องรอยเพราะถูกไฟไหม้ทำลายไปในปี 1874 และไม่มีการบูรณะซ่อมแซมจึงทำให้เหลือแค่กำแพงหิน คูน้ำ และสะพานหิน แต่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเจริญรุ่งเรืองในสมัยก่อนจากบริเวณต่างที่อันสง่างามของปราสาทได้อย่างชัดเจน

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 น. – 17.00 น. *หยุดทุกวันจันทร์ และช่วงปีใหม่
ค่าเข้าชม : ฟรีจ้า
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Kagoshima Chou ให้นั่งรถบัสสาย Kagishima City View มาลงที่ป้าย Satsuma Gishi Hi Mae เลย

5. ซากุระจิมะ (桜島)

ภูเขาซากุระจิมะ คือภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของจังหวัดคาโกชิมะเลย ถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดคาโกชิมะ แม้ว่าในปัจจุบันจะยังคงมีการปะทุอยู่บ่อยครั้งและมีควันพุ่งออกมาจากปล่องภูเขาไฟอยู่ และบริเวณรอบๆก็มีถ่านหินภูเขาไฟตกลงมา แต่ก็ยังมีผู้คนกว่า 5,000 ชีวิตอาศัยอยู่ที่บริเวณแห่งนี้อยู่ ถึงจะได้รับความเดือดร้อนจากภูเขาไฟอยู่บ้าง แต่ก็ยังมีข้อดีคือมีสภาพอากาศที่อบอุ่น และเถ้าภูเขาไฟที่ช่วยในเรื่องการเกษตร บรรยากาศแบบนี้มีเฉพาะที่จังหวัดคาโกชิมะเท่านั้นนะ นอกจากนี้ยังมีภาพเงาสะท้อนในน้ำที่สะท้อนภูเขาไฟกับท้องฟ้าสวยงามมากๆ

เวลาเปิด – ปิด : เปิดตลอดจ้า
ค่าเข้าชม : ฟรีจ้า
การเดินทาง : นั่งเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือคาโกชิม่ามาถึงท่าเรือซากุระจิมะได้ โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที

6. พิพิธัภัณฑ์ปฏิรูปเมจิ (維新ふるさと館)

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีการอธิบายถึงเหตุการณ์การปฏิรูปการปกครองในสมัยเมจิ นอกจากจะมีข้าวของเครื่องใช้ในสมัยนั้นและแบบบ้านจำลองแล้ว ก็ยังมีโมเดลหุ่นบุคคลสำคัญต่างๆในเหตุการณ์ตอนนั้น มาอธิบายเล่าเรื่องให้ฟังเหมือนกับยังมีชีวิตอยู่เลย และยังมีหนังประมาณ 20 นาทีเกี่ยวกับเด็กๆ ตระกูลซัตซึมะที่ติดเรืออังกฤษได้ไปศึกษาวัฒนธรรมและเทคโนโลยีต่างชาติให้ดูอีกด้วย มาที่นี่ที่เดียวสามารถเข้าใจเรื่องการปฏิรูปสมัยเมจิได้อย่างสนุกสนาน

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 น. – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 300 เยน เด็ก 150 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Kagoshima Chuo เดินอีกประมาณ 8 นาที

7. สวนอิชิบาชิ (石橋公園)

เป็นสะพานหินเก่าแก่ที่ยังหลงเหลืออยู่จากในบรรดาสะพานหินทั้งหมด 5 แห่งที่ทอดข้ามผ่านสะพานแม่น้ำโคสึกิ ซึ่งคนในท้องถิ่นใช้สะพานแห่งนี้มายาวนานถึง 150 ปีแล้ว และได้รับการบูรณะแล้วย้ายมาสร้างอยู่ที่สวนแห่งนี้ และในปัจจุบันนี้แอ่งน้ำใต้สะพานกลายเป็นลานเด็กเล่นสำหรับพักผ่อนหย่อนใจประจำท้องถิ่นไปแล้ว

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 น.​ – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรีจ้า
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Kagoshima เดินอีกประมาณ 15 นาที

8. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคาโกชิมะ (いおワールドかごしま水族館)

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ตั้งอยู๋ใกล้กับอ่าวคาโกชิมะ ก่อนที่จะเข้าไปภายในตัวอาคารเราก็จะเจอกับโซนด้านนอกที่มีคลองที่เชื่อมต่อกับทะเละมีปลาโลมาแสนน่ารักแหวกว่ายทักทายผู้คนที่เข้ามาเยือนยังที่แห่งนี้(แถมยังชมได้แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วยนะ) ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะถูกตกแต่งให้ความรู้สึกเหมือนเราอยู่ใต้ท้องทะเล ด้วยการใช้แสงไฟสีฟ้า ตู้ปลาขนาดยักษ์ใหญ่ที่ภายในจะมีทั้ง ปลาฉลามวาฬ กระเบน ฝูงปลาทูน่าและปลาชนิดอื่นๆที่แหวกว่ายไปมา นอกจากจะมีบรรดาสัตว์ใต้ท้องทะเลแล้วยังมีสัตว์หายากอีกมากมาย และสัตว์ในแม่น้ำและป่าชายเลนอีกด้วย

เวลาเปิด – ปิด : 09.30 น. – 18.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 1,500 เยน นักเรียน 750 เยน เด็ก 350 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Kagoshima Chuo ให้นั่งรถบัสสาย Kagishima City View มาลงที่ป้าย Kagoshima Suizokukan Mae เลย
ข้อมูลเพิ่มเติม http://ioworld.jp/

9. หอดูดาวและอวกาศอุจิโนะอุระ (内之浦宇宙空間観測所)

เป็นสถานที่ศึกษาความก้าวหน้าของนวัตกรรมเทคโนโลยีได้แบบใกล้ชิดเลย ดูเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับจรวดและดาวเทียมสังเกตการณ์ดาวเคราะห์ต่างๆมากมาย โดยจะมี “โอสุมิ” ดาวเทียมดวงแรกของญี่ปุ่นที่มีจานรับสัญญาณขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 เมตรเลย และ “ฮายาบูสะ” ยานสำรวจดาวเคราะห์ยุคใหม่ นอกจากนี้ภายในยังมีประวัติความเป็นมาของการวิจัยอวกาศและโครงสร้างของจรวดและยังมีการจัดแสดงโมเดลดาวเทียมวิทยาศาสตร์และจรวดอีกด้วย

เวลาเปิด – ปิด : 08.30 น. – 16.30 น.
ค่าเข้าชม : ฟรีจ้า
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Kagoshima Chuo มาลงที่สถานีท่าเรือ Kamoike และนั่งรถบัสสาย Rosen ประมาณ 20 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติม www.jaxa.jp

10. สุนะมุชิออนเซน (砂むし温泉)

หาดทรายน้ำพุร้อนสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นและสร้างความน่าประหลาดใจให้กับผู้คนที่ได้ไปสัมผัส เป็นหาดทรายแห่งเพียงไม่กี่แห่งในญี่ปุ่นที่มีการออนเซนที่ไม่ใช่การแช่ตัวลงในน้ำ แต่เป็นการใส่ชุดยูคาตะแล้วนอนลงบนพื้นทรายแล้วเจ้าหน้าที่จะมีช่วยตักทรายอุ่นๆมาถมตัวเราเอาไว้ เชื่อว่าจะเป็นการดีท๊อกซ์ร่างกายของเราให้คลายจากอาการเมื่อยล้า และยังช่วยในเรื่องผิวพรรณด้วย ถ้าอยากจะลองออนเซนทรายก็จะต้องไปที่เมืองอิบุสุกิ จังหวัดคาโกชิมะเลย

เวลาเปิด – ปิด : 08.30 น. – 12.00 น. และ 13.00 น. – 21.00 น.
ค่าเข้า : 300 – 1,080 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Ibusuki และเดินอีกประมาณ 20 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.ibusuki.or.jp/

เป็นยังไงบ้างคะกับจังหวัดคาโกชิมะ น่าไปเที่ยวเนอะ มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่รอเพื่อนๆไปเยือนอยู่ และที่สำคัญอย่าลืมไปบำรุงผิวพรรณกันที่ทรายน้ำพุร้อนนะจ๊ะ

อ้างอิง : Kagoshima Yokanavi Kankou Makarazuya Ngdryo Yahoo Alfabeat Onsenkyusyu Biznot
ผู้เขียน : JEENTT

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
เที่ยวคิวชู (ฮากาตะ-คุมาโมะโตะ-คาโกชิม่า) ไปกับชินคันเซ็น “มิกกี้ เม้าส์” แสนน่ารัก!