เป้แบกบ่าหาเสน่ห์แห่งเซ็น ณ เอเฮจิ: วันที่ 8 ปราสาทในสายหมอก โทจินโบ และอาวาระออนเซ็น

วันนี้วันสุดท้ายของทริปเมืองเอเฮจิ (永平寺町) ซึ่งเราจะปิดท้ายทริปนี้อย่างสวยงามด้วยการไปเที่ยวรอบจังหวัดฟุคุอิ (福井県) ในวันเดียวกันค่ะ แต่ก่อนจะไปเราก็มาถ่ายรูปกับหิมะหน้ามัตสึโอกะซาวน่า (松岡サウナ) ที่พักของเราตลอดทริปนี้กันค่ะ

และแน่นอนว่าก่อนไป เราต้องเติมพลังงานกันด้วยอาหารเช้าฝีมือโอคามิซังค่ะ

ป้ายแรก ปราสาทมารุโอกะ (丸岡城)

ปราสาทมารุโอกะถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1576 โดยชิบาตะ คัตสึโทโยะ (柴田 勝豊) ซามูไรและหลานลุงของชิบาตะ คัตสึอิเอะ (柴田 勝家) หนึ่งในแม่ทัพของโอดะ โนบุนางะ (織田信長) ค่ะ ปราสาทนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของป้อมปราการที่ว่ากันว่าเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นและตำนานที่ว่าจะมีหมอกมาปกคลุมซ่อนตัวปราสาททุกครั้งที่มีข้าศึกบุกเข้ามา จนเป็นที่มาของอีกชื่อว่า “คาสุมิงะโจ (霞ヶ城) ” หรือปราสาทในสายหมอกนั่นเองค่ะ ปัจจุบันพื้นที่ปราสาทถูกใช้เป็นที่จัดงานเทศกาลต่างๆ เช่นเทศกาลชมดอกซากุระค่ะ

บนทางขึ้นไปยังตัวปราสาทก็จะหนาวนิดนึงค่ะ

ที่นี่ไม่ได้มีแค่สถาปัตยกรรมให้เราได้ชมเท่านั้นแต่ยังมีปริศนาให้เราค้นหาด้วยค่ะ ปริศนาที่ว่านี้คือให้เราหาสิ่งของสามสิ่งนี้ ได้แก่  นินจา (忍者) 3 คน คุโนะอิจิ (くノ一:นินจาหญิง) 2 คน ไก่ 11 ตัว และสุนัข 2 ตัวค่ะ คำใบ้คือสัตว์อาจจะไม่ได้มีขนาดเท่าตัวจริงเสมอไปค่ะ น่าเสีบดายที่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เจอสักอย่าง บวกกับเวลาเรามีไม่มากเลยต้องล้มเลิกไปค่ะ แต่สิ่งที่ได้มาแทนคือภาพวิวสวยๆ จากบนปราสาทค่ะ เพื่อนๆ ที่ได้ไปเยี่ยมปราสาทมารุโอกะลองไปตามหากันดูนะคะ

ข้างๆ ปราสาทมีมุมที่จัดเป็นสวนน้ำตกสวยๆ ให้เรานั่งจิบชามองจากร้านคาเฟ่ได้ด้วยค่ะ

ป้ายที่สอง โทจินโบ (東尋坊)

มารู้ตัวว่าจะไปที่โทจินโบก็ตอนที่รถบัสมาจอดแล้วค่ะ พอก้าวลงปุ๊บ ลมแรงพัดวูบ หนาวววว หนาวจนอยากกลับขึ้นไปห่อตัวในรถทันที แต่ไม่ได้ค่ะ มาถึงที่นี่แล้ว ก็ต้องไปเที่ยวชมหน่อยค่ะ (ถึงเพื่อนคนญี่ปุ่นจะบอกว่าคนปกติเขาไม่มาโทจินโบกันตอนหน้าหนาวก็ตาม)

นอกจากโทจินโบจะโด่งดังในฐานะสถานที่ที่คนมักมาฆ่าตัวตายแล้ว ที่นี่ยังมีตำนานที่มาของชื่อโทจินโบด้วยค่ะ นั่นคือในอดีตมีพระรูปหนึ่งชื่อโทจินโบซึ่งเป็นพระที่ทำผิดศีลและถูกจับโยนลงทะเลที่หน้าผาแห่งนี้ค่ะ อีกตำนานเล่าว่าโทจินโบหลงรักเจ้าหญิงองค์หนึ่งชื่อว่าอายะ ทำให้คนอื่นที่หวังจะแต่งงานกับเจ้าหญิงหลอกโทจินโบมาที่หน้าผาแห่งนี้แล้วผลักเขาตกทะเลไปค่ะ และว่ากันว่าวิญญาณของโทจินโบก็ยังอยู่ที่หน้าผาโทจินโบนี้ค่ะ

อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องฟังตำนานนี้พวกเราก็หนาวเข้ากระดูกดำได้ เพราะตอนนี้อุณหภูมิอยู่ที่ –4 องศาแถมมีลูกเห็บและคลื่นลมแรงด้วยค่ะ

นอกจากโทจินโบพวกเราก็ยังเดินข้ามสะพานไปเยี่ยมเกาะแห่งหนึ่งใกล้ๆ กันด้วยค่ะ ที่นี่เป็นเกาะร้างผู้คนและมีศาลเจ้าแห่งหนึ่งตั้งอยู่ ว่ากันว่าร่างของผู้เสียชีวิตที่มาฆ่าตัวตายที่โทจินโบมักจะลอยมาเกยฝั่งที่เกาะนี้ จึงเป็นที่มาของศาลเจ้าแห่งนี้ค่ะ

ป้ายที่สุดท้าย แช่เท้าสบายๆ ที่อาวาระออนเซ็น (あわら温泉)

อาวาระออนเซ็นตั้งอยู่ในเมืองอาวาระ (あわら) และเป็นมุมพักผ่อนแห่งคันไซ (関西) ค่ะ ที่นี่มีจุดให้เราเข้าไปแช่เท้าในน้ำร้อนค่ะ โดยมีทั้งบ่อกลางแจ้งและบ่อในร่มค่ะ สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบน้ำร้อนกำลังดี anngle แนะนำบ่อกลางแจ้งค่ะ น้ำร้อนที่นี่สบายมาก โดยเฉพาะหลังไปเผชิญลมหนาวที่โทจินโบมาแล้ว ได้มาแช่เท้าในน้ำร้อนที่นี่ฟินมากค่ะ

บ่อโต๊ะกลม (เรียกเองค่ะทางร้านไม่ได้ตั้ง) เป็นบ่อที่น่าจะร้อนที่สุดในบรรดาบ่อทั้งหมด

ในออนเซ็นยังมีตุ๊กตาหินที่เรียงกันเป็นเรื่องราวให้แขกที่มาแช่เท้าได้อ่านและต้องเปลี่ยนบ่อแช่ตามลำดับไปเรื่อยๆ เพื่อติดตามเรื่องราวจนจบค่ะ

แล้วการทัวร์รอบจังหวัดฟุคุอิของเราก็จบลงที่สถานีรถไฟฟุคุอิ (福井駅) จุดเริ่มต้นของทริปนี้ค่ะ หลังจากที่เราบอกลาเพื่อนๆ และอาจารย์จากมหาวิทยาลัยฟุคุอิ (福井大学) พวกเราก็ขึ้นรถบัสไปสนามบินโคมัตสึ (小松空港) เพื่อขึ้นเครื่องบินไปต่อเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ ที่สนามบินฮาเนดะ (羽田空港) ต่อไปค่ะ

แต่เหมือนว่าประเทศญี่ปุ่นจะยังอยากให้เราอยู่ต่ออีกวันหนึ่ง เพราะเมื่อไปถึงสนามบินก็มีประกาศนี้ขึ้นที่เคาน์เตอร์เช็คอินค่ะ นั่นคือประกาศว่าเที่ยวบินถูกยกเลิกเนื่องจากความเสี่ยงจากพายุหิมะที่ทางพยากรณ์อากาศประกาศว่าจะเข้าประเทศญี่ปุ่นค่ะ

ในเหตุการณ์นี้พวกเราต้องขอบคุณอาจารย์และพี่ที่เดินทางมาด้วยกันเป็นอย่างยิ่งค่ะที่ได้ปรึกษาหารือกับพนักงานจนได้ข้อสรุปว่าเนื่องจากพายุหิมะที่จะเข้าและงบที่มีอยู่จำกัด ทางเลือกเดียวของเราคือหาที่พักบริเวณใกล้ๆ นี้ และรอขึ้นรถไฟสายแรกตอนตี 5 เพื่อเดินทางข้ามฝั่งเกาะฮอนชู (本州) ของญี่ปุ่นไปที่สนามบินฮาเนดะเพื่อขึ้นไฟลท์ 11 โมงกลับกรุงเทพฯ ค่ะ เท่ากับว่าเรามีเวลาแค่ 6 ชั่วโมงโดยประมาณเท่านั้นในการข้ามฝั่งประเทศค่ะ นอกจากนี้ยังต้องขอขอบคุณเพื่อนคนญี่ปุ่นที่มาช่วยนำทางไปยังที่พักและพาไปเติมเสบียงสำหรับเดินทางพรุ่งนี้ด้วยค่ะ

พวกเราคนไทย 6 ชีวิตจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ กันได้ไหม? และการเดินทางนี้จะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ!

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
จัดอับดับ จังหวัดที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่นิยมไปในประเทศญี่ปุ่น! และเอ๊ะ! เพราะอะไรกันนะ?