เป้แบกบ่าหาเสน่ห์แห่งเซ็น ณ เอเฮจิ: วันที่ 6 หลงแล้วหลงเลย วันธรรมดาในเมืองเอเฮจิ

วันที่ 6 ของทริปนี้ เราตื่นมาพร้อมกับหิมะที่ละลายไปแล้วบางส่วนค่ะ  แต่ถึงอย่างนั้นอากาศก็หนาวขึ้นจากวันแรกมากอย่างปฏิเสธไม่ได้ วันนี้เป็นวันที่เปิดกว้างให้สำรวจเมืองเอเฮจิ (永平寺町) ได้ทั้งวัน พวกเราเลยถือโอกาสไปเดินรอบๆ ที่พักเราหน่อยค่ะ โดยมีจุดหมายปลายทางคือร้านปลาเผาริมแม่น้ำคุสุริว (九頭竜川) ที่โอคามิซังของมัตสึโอกะซาวน่า (松岡サウナ) แนะนำมาค่ะ (รอบนี้ไปกันเองแค่ในกลุ่มคนไทยค่ะ)

ศาลเจ้าเมียวกับต้นสึบากิ

เริ่มจากศาลเจ้าเมียว (明神社) ซึ่งอยู่ห่างจากที่พักประมาณ 10 นาทีโดยเดินเท้า ที่นี่เงียบสงบมาก ไม่มีใครเลยค่ะ

เข้ามาในศาลเจ้าก็ล้างมือกันก่อนค่ะ

ในบริเวณศาลเจ้ามีต้นสึบากิ (椿) ซึ่งนอกจากจะเป็นดอกไม้ประจำฤดูหนาวแล้วยังเป็นดอกไม้ประจำเมืองด้วยค่ะ โดยในบริเวณที่เคยเป็นที่พักอาศัยของไดเมียวมัตสึโอกะ (松岡大名) ที่เคยปกครองเมืองนี้มีต้นสึบากิอายุกว่า 300 ปีอยู่ ซึ่งคาดกันว่าน่าจะเป็นต้นเดียวกันกับที่ไดเมียวเคยโปรดปรานค่ะ

เมื่อขึ้นไปที่ตัวอาคารหลักก็มีป้ายบอกวิธีการไหว้ด้วยค่ะ นั่นคือ “ni hai ni hakushu ippai (二拝二拍手一拝) ” หรือแปลไทยคือ “ก้มสอง ปรบมือสอง ก้มหนึ่ง” ค่ะ

หลงทาง…

หลังจากนั้นก็มุ่งหน้าไปที่แม่น้ำคุสุริวค่ะแต่ไปๆ มาๆ หลงค่ะ (ด้วยความอ่านแผนที่พลาดของ anngle เอง) มาโผล่อีกทีก็ที่สถานีรถไฟชิอิซาไก (志比堺駅) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟสายคัตสึยามะ-เอเฮจิ (勝山永平寺線) สายเดียวกันกับที่เรานั่งรถไฟจากสถานีฟุคุอิ (福井駅) มาลงที่นี่เลยค่ะ

เพราะสถานีนี้อยู่บนเนินสูงจากตัวเมืองเลยทำให้ผู้โดยสารสามารถนั่งมองวิวของเมืองได้ไปพลางระหว่างรอรถไฟค่ะ อย่างไรก็ตาม เพิ่งรู้ทีหลังว่าสถานีนี้ก็ติดอันดับสถานีรถไฟที่อันตรายเหมือนกันค่ะ เพราะบนนี้นอกจากจะอยู่บนที่สูงแล้ว ยังไม่มีราวกั้นบนบางส่วนของชานชาลาด้วยค่ะ เลยต้องระวังนิดนึงเวลาเดินชมรอบๆ สถานีค่ะ

จากบนนี้เห็นภูเขาได้ชัดเจนมากค่ะ

ข้างๆ บันไดทางขึ้นมีต้นเมเปิ้ลด้วยค่ะ

ไปไม่ถึงฝั่งฝันอันมีร้านปลาเผาอยู่

หลังจากนั้นก็ออกเดินเท้าไปแม่น้ำคุสุริวกันใหม่ค่ะ แต่ด้วยความยังไม่คุ้นทางเลยต้องเดินสลับกับมองแผนที่เป็นพักๆ ระหว่างทางมีคุณลุงคนหนึ่งตะโกนทักว่าจะไปไหน พอบอกคุณลุงว่าจะไปแม่น้ำคุสุริวคุณลุงก็บอกทางให้อย่างละเอียดจนพวกเราสามารถเดินไปถึงสะพานข้ามแม่น้ำค่ะ

แต่ด้วยลมแรง ฝนและลูกเห็บที่เริ่มตกทำให้เดินข้ามไปได้ยากจนต้องถอดใจจากร้านปลาเผากลับมาพักหลบลมหนาวที่ร้านโซบะเล็กๆ แถวสถานีรถไฟมัตสึโอกะ (松岡駅) ค่ะ

หน้าร้านโซบะมีไดโนเสาร์ด้วย?

ในร้านตกแต่งด้วยไม้ มีที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์อยู่ 5 ที่และโต๊ะเล็กๆ พร้อมที่นั่งอีก 4 ที่ ทั้งร้านโซบะนี้มีคุณลุงเจ้าของร้านอยู่คนเดียวเท่านั้นเองค่ะ กล่าวคือคุณลุงทั้งจัดโต๊ะ เตรียมอาหาร และอื่นๆ ทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวค่ะ ถึงคุณลุงจะดูเจ็บขาเวลาเดินไปมาแต่ดูจากความคล่องแคล่วในการเตรียมร้านแล้วถือว่ายังแข็งแรงดีมากค่ะ สิ่งแรกที่คุณลุงนำมาเสิร์ฟคือถ้วยที่เหมือนใส่น้ำชาไว้ แต่พอจิบดูปรากฏว่ามันคือซุปใสค่ะ ไม่นานคุณลุงก็เสิร์ฟโอโรชิโซบะ (おろしそば) ที่ขึ้นชื่อของเมืองเอเฮจิข้ามเคาน์เตอร์มาค่ะ ระหว่างนั้นเพื่อนคนญี่ปุ่นเดินทางมารับพอดี จังหวะนั้นคิดว่าไม่เคยรู้สึกดีใจที่เจอคนญี่ปุ่นขนาดนี้มาก่อนค่ะ (ประมาณว่า รอดแล้ว!! ได้กลับแล้ว!!)

หลังจากนั้นพวกเราก็แวะซื้อขนมที่ร้านขายของชำใกล้ๆ และที่นั่นเองที่เราได้เจอกับคุณลุงที่บอกทางเราก่อนหน้านี้ คุณลุงถามยิ้มๆ ว่าได้ไปถึงแม่น้ำไหม ซึ่งเราตอบได้แค่ว่าเจอฝนกับลูกเห็บก่อนเลยไม่ได้ข้ามแม่น้ำไป คุณลุงก็หัวเราะและบอกว่าไว้คราวหน้าลองไปใหม่ ต่อจากร้านขายของชำพวกเราก็แวะที่ร้านหนังสือเล็กๆ ใกล้สถานีอีกที่หนึ่ง ในร้านมีทั้งนิตยสาร หนังสือการ์ตูน นิยาย และหนังสือเรียนขายอยู่ เจ้าของร้านเป็นคุณป้าใจดีซึ่งคุณป้าเล่าให้ฟังว่าสามีเป็นครูสอนแถวนี้ทางร้านถึงมีหนังสือเรียนขายอยู่ (และในราคาถูกจนน่าซื้อด้วยค่ะ ปล.น่าซื้อจนอุดหนุนมาแล้วเล่มหนึ่ง) คุณป้าทิ้งท้ายไว้ด้วยว่าคุณป้าเป็นคนท้องถิ่นของเมืองนี้ ถึงเมืองเอเฮจิจะดูไม่มีอะไรมาก แต่ถ้าคนต่างชาติอย่างเรารู้สึกหรือเจออะไรน่าประทับใจในเมืองนี้เขาก็ดีใจ

จริงๆ แล้วถ้าพูดถึงความประทับใจในเมืองนี้ นอกจากธรรมชาติและความเงียบสงบของเมืองแล้ว คนท้องถิ่นทุกคนที่เจอในทริปนี้ทั้งโอคามิซัง คุณลุงที่ช่วยบอกทาง คุณลุงร้านโซบะ และคุณป้าเจ้าของร้านหนังสือนี้ก็เป็นอีกความประทับใจหนึ่งที่รู้สึกได้ค่ะ คงเพราะทั้งความเป็นกันเองที่ช่วยให้หายคิดถึงเมืองไทยและการคิดถึงส่วนรวมที่หวังให้เมืองเอเฮจิสามารถพัฒนาต่อไปได้ในฐานะเมืองท่องเที่ยวแห่งหนึ่งค่ะ

สำหรับวันพรุ่งนี้เราจะไปเยี่ยมสมาคมการท่องเที่ยวของเมืองเอเฮจิและมาดูกันค่ะว่าสมาคมการท่องเที่ยวมีแผนพัฒนาการท่องเที่ยวของเมืองเอเฮจิอย่างไรต่อไปในอนาคตค่ะ

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
จัดอับดับ จังหวัดที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่นิยมไปในประเทศญี่ปุ่น! และเอ๊ะ! เพราะอะไรกันนะ?