แองเกิ้ล
ญี่ปุ่นในมุมมองใหม่ เรื่องราวแปลกใหม่และน่าสนใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นที่หาอ่านจากที่อื่นไม่ได้

ลักษณะนิสัย 7 ประการของคนที่ “ไม่ควร” คิดไปพิชิตฟูจิซัง

ในโอกาสที่ฤดูกาลแห่งการปีนภูเขาไฟฟูจิ ประจำปี 2018 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา และจะดำเนินไปอีกราว 2 เดือนต่อจากนี้ มีเรื่องที่ผมอยากจะแบ่งปันให้กับเพื่อน ๆ ที่ตั้งใจว่าจะไปพิชิตยอดเขาที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลกให้ได้สักครั้งควรจะต้องรู้ เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจ และเตรียมพฤติกรรม ระแวดระวังไม่ให้ตัวเองไปทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมเข้า ในฐานะที่ภูเขาไฟฟูจิถือเป็นสถานที่ทางจิตวิญญาณ มีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถานที่อันเป็นที่รักและหวงแหนของชาวญี่ปุ่นเป็นที่สุด…ไปดูกันดีกว่าครับ ว่าลักษณะนิสัยทั้ง 7 นี้ เพื่อน ๆ เป็น หรือ ไม่เป็นข้อไหนกันบ้าง!?

ทะเลสาบคะวะกุจิ และภูเขาไฟฟูจิ ในฤดูใบไม้ร่วง

1. นำขยะมา จงนำขยะกลับไปด้วย!!

ถ้าเพื่อน ๆ ไม่สามารถเก็บ “ขยะ” ส่วนตัวที่เราเองเป็นคนทำขึ้นทุกชิ้นไว้กับตัวเองตั้งแต่นาทีแรกที่มาถึงสถานีชั้น 5 (Yoshida 5th Station) ด้วยการใส่ถุงพลาสติก ใส่กระเป๋า หรือจะใส่ไว้ในอะไรก็ตามแต่ ก็ไม่ควรคิดจะมาที่นี่ให้เสียเวลา เพราะที่นี่ “ปราศจากถังขยะ” เว้นเสียแต่ในห้องน้ำ (ซึ่งก็มีน้อยมาก)

“เอาขยะกลับไปด้วยกันเถอะ!!” หลักการง่าย ๆ ทุกคนทำได้!!

นักปีนเขาทุกคนต้องนำขยะกลับไปทิ้งที่โรงแรม บ้าน หรือถังขยะสาธารณะอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ที่ภูเขาไฟแห่งนี้!! ลองนึกย้อนกลับกันว่าการมาของเรา ถือเป็นการรบกวนธรรมชาติ และสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่เคารพยิ่งของชาวญี่ปุ่น การสร้างขยะแม้คนละน้อย ย่อมทำให้ภูเขาไฟที่งดงามแห่งนี้เสียหายไม่น้อยเลยนะครับ

แบบนี้ NG – No Good!!

2. วินัย จิตใจ และสองขาของเราเท่านั้น ที่จะทำให้ฝันเป็นจริง!!

ช่วงแรกของการเดินที่เต็มไปด้วยผู้คน แต่เงียบสงบ!!

ถ้าเพื่อน ๆ ไม่สามารถเดินขึ้นเขาแบบคนหมู่มาก เหมือนการสวนสนามได้แล้ว การมาปีนฟูจิก็อาจจะไม่เหมาะนัก เพราะภูเขาแห่งนี้ในช่วงเริ่มต้นเดิน ให้อารมณ์การเดินเป็น “หมู่” ที่เงียบสงบจนน่าประหลาดใจ ไม่มีเสียงร้องเพลงปลุกใจ ไม่มีเสียงฉิ่ง ฉาบ กลองสะบัดชัยตีให้กำลังใจเหมือนภูเขาบางแห่ง

ผู้ร่วมทางแปลกหน้า ต่างเดินตามกันไปอย่างช้า ๆ ก้าวสั้น ๆ หายใจเข้าลึก ๆ หายใจออกยาว ๆ เป็นจังหวะแห่งสมาธิและการสำรวจจิตใจตนเองโดยแท้

เมื่อไต่ความสูงไปเรื่อย ๆ ผู้คนมากมายเหล่านั้นจะค่อย ๆ หายเข้าที่พักตามระดับความสูงชั้นต่าง ๆ ไปอย่างเงียบ ๆ…บอกแล้วไงครับ ว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์!!

3. นอนกับคนแปลกหน้า สิ่งธรรมดาอันแสนวิเศษ

ถ้าเพื่อน ๆ ไม่สามารถใช้ชีวิตชั่วข้ามคืนร่วมกับเพื่อนนอนแปลกหน้าจากทั่วทุกมุมโลก บนโรงนอนที่มีที่นอนขนาดเท่าตัวเราพอดิบพอดีได้ ก็ขอให้เลิกล้มความตั้งใจเสีย เพราะเมื่อใดที่เราขยับตัว เกิดเสียงยุก ๆ ยิก ๆ อาการต่าง ๆ จะเป็นการรบกวนเพื่อนร่วมโรงนอนอันเล็กแคบ แต่แสนอบอุ่นอย่าบอกใครเลยทีเดียวครับ!!

แม้จะเป็นฤดูร้อน แต่สภาพอากาศที่ความสูงไม่ต่ำกว่าราว 3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล (หนาวมากน้อยแค่ไหน ก็แล้วแต่ระดับความสูงที่พักที่จองไป) ก็หนาวจับจิตจับใจ แต่ไออุ่นจากผ้าห่มของที่พัก การนอนเบียดกันกับเพื่อนร่วมทางแปลกหน้า และความเหนื่อยล้านั่นแหละครับ เป็นสิ่งธรรมดาอันแสนวิเศษที่เพื่อน ๆ ควรต้องไปสัมผัส!!

4. กินให้ง่าย อยู่ให้ง่าย!

ถ้าเพื่อน ๆ เป็นคนที่ต้องดื่มน้ำมาก ๆ กินอาหารที่มีกับข้าวหลาย ๆ อย่าง…มื้อเย็นบนเขาในที่พัก อาจทำให้รู้สึกเสียอารมณ์ ว่าอุตส่าห์เดินขึ้นเขามาเสียเหนื่อย ลำบากกาย อยากจะกิน ดื่ม อาหารอร่อย ๆ เพิ่มพลัง แบบโต๊ะจีน อาหาร 8-20 อย่างแล้วหล่ะก็…ลืมไปได้เลย!!

ที่นี่มีแต่ “ข้าวแกงกะหรี่” และน้ำเปล่าแก้วน้อยเท่านั้น!! อยากได้เพิ่มก็ต้องซื้อเอา หรือแบกขึ้นมาเอง แต่อย่าลืมย้อนกลับไปที่ข้อ 1 นะครับ!! แต่สำหรับผมแล้ว ช่างเป็นข้าวแกงกะหรี่ที่อร่อยที่สุดในชีวิตเลยทีเดียว!!

5. ว่าด้วยเรื่องห้องน้ำ

ถ้าเพื่อน ๆ เป็นคนที่มิอาจทำใจว่า เมื่อจะใช้บริการห้องน้ำในแต่ละครั้ง ต้องเสียค่าบริการ (ที่เรียกว่าการบริจาค) เป็นเงิน 200 เยน (หรือเทียบเป็นเงินไทยเกือบ 70 บาท) ก็ขอให้ทบทวนดูอีกที เพราะสถานที่แห่งนี้เขาดูแลความสะอาด และรักษาสิ่งแวดล้อมกันแบบสุดลิ่มทิ่มประตู!!

อย่าลืมว่าบนความสูงระดับนั้น และการรักษาความเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่มีการเดินระบบสาธารณูปโภคเพื่อการใช้งานสาธารณะใด ๆ เกิดขึ้น น้ำทุกหยด ของใช้ทุกอย่าง ถูกแบกขึ้นไปโดยแรงงานคน หรือใช้เฮลิคอปเตอร์บ้าง !!

6. น้ำ น้ำ น้ำ

ถ้าเพื่อน ๆ เป็นคนที่ต้องอาบน้ำทุกวันก่อนนอน หรือวันละครั้ง ก็ให้ทบทวนซ้ำอีกที แม้แต่จะแปรงฟันยังยากยิ่ง ด้วยจำนวนนักปีนเขามากมายนั้น น้ำที่ใช้แรงงานคนแบกขึ้นไปจึงมีจำกัด หรือมีการสำรองน้ำฝนไว้ใช้ในส่วนที่จำเป็น จึงต้องใช้สอยอย่างประหยัด หรือเมื่อเพื่อน ๆ ไปถึงก๊อกน้ำก็อย่าเพิ่งดีใจไป ลองเปิดดูก่อน ว่ามีน้ำไหลออกมาหรือไม่!!

ถังเก็บน้ำฝน

7. ปลอดสัญญาณโซเชียล มีเพียงเสียงหัวใจเท่านั้น!

ถ้าเพื่อน ๆ เป็นคนที่ติดอุปกรณ์การสื่อสารทุกชนิด สายโซเชียล สายสังคมก้มหน้า ระหว่างเดินขึ้นต้องรายงานอัพโหลดรูป ส่ง LINE และอีกสารพันในทุกฝีก้าว หรือแอบหวังว่าเมื่อไปถึงที่พักจะได้ชาร์จแบตเตอรี่ทุกชนิดให้เต็มที่ ขอให้ถอดใจเสียอีกครั้ง เพราะไม่ว่าจุดไหนก็ไม่มีสัญญาณ ไม่มีที่ชาร์จไฟ และอย่าได้ไปอ้อนวอนขอนะครับ เดี๋ยวจะโดนว่าเอาได้!!

การเดินขึ้นภูเขาไฟฟูจิ ถือเป็นกิจกรรม THE MUST ที่คนที่คิดว่าไหว (ซึ่งถือเป็นภูเขาที่เดินได้ไม่ยาก และใช้เวลาเพียง 1 วันไป 1 วันกลับเท่านั้นในเส้นทางที่ง่ายที่สุด) ควรจะไปให้ไปสักครั้ง เพราะเป็นทั้งการสำรวจจิตใจ สำรวจร่างกาย และประสบการณ์อันมีค่าที่หาที่ไหนไม่ได้ในเวลาอันสั้น และที่สำคัญใช้เงินไม่มาก!!

แต่ถ้าคิดว่า 7 ข้อที่ผมแบ่งปันมานี้เป็นเรื่องยาก บางทีการมองดูภูเขาไฟฟูจิจากที่ไกล ๆ อาจจะให้อรรถรสมากกว่าการไปยืนอยู่บนนั้นก็ได้นะครับ!!…เพราะฟูจิซังจะสวยงามก็ต่อเมื่อได้จ้องมอง แต่ถ้าพิจารณา 7 ข้อแล้วยังอยากจะสัมผัสความเจ็บปวดอันแสนงดงามแล้วหล่ะก็ เตรียมตัวเตรียมใจไปลุยกันดูสักครั้งเลยครับ!!

ที่มา: Panchana Vatanasathien (TeTé)
ที่มาภาพ: mamonn

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ

Get real time updates directly on you device, subscribe now.

Leave a Reply