แองเกิ้ล
ญี่ปุ่นในมุมมองใหม่ เรื่องราวแปลกใหม่และน่าสนใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นที่หาอ่านจากที่อื่นไม่ได้

เที่ยวให้ครบทุกแลนด์มาร์กกับ 15 เมืองสุดว้าวแดนปลาดิบ

ไม่ว่าจะฤดูไหน เทศกาลอะไร “ญี่ปุ่น” ก็ยังคงเป็น Destination ยอดฮิตตลอดกาลของคนไทยเสมอ… สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีโปรแกรมวางไว้ว่าจะไปเที่ยวญี่ปุ่นเองแบบไม่พึ่งไกด์ แต่ยังคิดไม่ตกว่าทริปนี้จะเที่ยวเมืองไหนดี วันนี้เรามีเมืองดีๆ สถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ และแลนด์มาร์กที่คุณไม่ควรพลาดมาแนะนำ รับรองว่าครบทุกจุดไม่มีพลาด! ว่าแต่จะมีเมืองไหน เที่ยวอะไรบ้างไปดูกันเลย!

จองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวญี่ปุ่นกับ Traveloka คลิกที่นี่

1. เกียวโต (Kyoto)

นอกจากโตเกียวแล้ว “เกียวโต” นี่แหละ คือเมืองที่หลายคนฝันถึง ด้วยความที่เกียวโตเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่น และเป็นเมืองหลวงที่ยาวนานที่สุด ทำให้เกียวโตกลายเป็นเมืองสำคัญที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ดังนั้นการมาเยือนเกียวโต จะให้ความรู้สึกเหมือนได้นั่งไทม์แมตชีนย้อนเวลากลับไปในอดีต ทั้ง วัด ศาลเจ้า สิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงศิลปะเก่าแก่ของญี่ปุ่น และได้รับกลิ่นอายวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปเต็มๆ !!

แน่นอนว่ามาเที่ยวเกียวโตทั้งที ก็ต้องห้ามพลาด ศาลเจ้าเทพเจ้าจิ้งจอกอินาริ หรือศาลเจ้าแดง (Fushimi Inari Shrine) แล้วอย่าลืมแวะถ่ายรูปกับประตูโทริอิ (Torii Gate) เสาประตูสีแดงที่เรียงตัวกันนับหมื่นต้นที่หลังศาลเจ้าด้วยล่ะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าเรามาไม่ถึงโตเกียว

2. ซากะ (Saga)

ใครเคยดูซีรี่ส์เรื่อง STAY ซากะ…ฉันจะคิดถึงเธอ แล้วอยากตามไป “ซากะ” ยกมือขึ้น! ซากะเป็นจังหวัดเล็กๆ บนเกาะคิวชูที่โดดเด่นเรื่องเครื่องปั้นดินเผามากกกกก! โลเกชั่นของจังหวัดนี้อยู่ติดกับทะเล และมีผลผลิตทางเกษตรกรรมที่มีคุณภาพ ดังนั้นคุณภาพอาหารของที่ซากะถือว่าดีเยี่ยมสุดๆ แถมยังมีมรดกทางวัฒนธรรมหลงเหลือให้เราได้ไปสัมผัส

ไฮไลต์ของซากะนี้ไม่ได้มีแค่อาหารทะเลอร่อยๆ เท่านั้นนะ งานบอลลูนนานาชาติ ณ ที่ราบซากะ ก็ถือเป็นงานใหญ่ประจำเมือง มี Sugar Road บนถนนสายนางาซากิ เป็นถนนที่เต็มไปด้วยร้านขายขนมญี่ปุ่นโบราณ และที่ดีงานสุดๆ ก็คือ สวนมิฟูเนะ-ยามะ ราคุเอน (Mifuneyama Rakuen Garden) ที่ตีนเขา Mifune ที่จัดแต่งสวนสวยไว้ตลอดปี มาเที่ยวช่วงไหนก็ฟินสุดๆ

3. โอซาก้า (Osaka)

เรื่องความเจริญของญี่ปุ่น “โอซาก้า” ก็เป็นเมืองใหม่ที่มีความศิวิไลซ์ไม่แพ้โตเกียวเลยสักนิด เรื่องแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ๆ นี่บอกเลยว่า สายช้อปทั้งหลายไม่มีผิดหวัง เพราะแหล่งช้อปปิ้งที่โอซาก้านี่เด็ดไม่แพ้โตเกียวเลย แถมยังมี Universal Studios และ Aquarium ที่ดีที่สุดของโตเกียวอยู่ด้วย ส่วนใครที่เป็นสายวัฒนธรรมที่นี่ก็ยังมีให้เห็นอย่างปราสาทโอซาก้า บอกเลยว่าเมืองนี้สะดวกทั้งการเดินทาง ที่พักและแหล่งท่องเที่ยว

สำหรับใครที่มีโอกาสได้มาเที่ยวโอซาก้า แล้วแวะมาช้อปปิ้ง มากิน ดื่มกันที่ย่านโดทงบุริ ดาวน์ทาวน์ขนาดใหญ่ประจำเมืองโอซาก้าก็อย่าลืมแวะถ่ายรูปกับอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง “ป้ายไฟกูลิโกะ”

4. ฟุกุโอกะ (Fukuoka)

“ฟุกุโอกะ” ถือเป็นเมืองท่าสำคัญของญี่ปุ่นและเมืองหลวงประจำเกาะคิวชู ด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่ติดแนบชิดกับทะเลทำให้ฟุกุโอกะ โดดเด่นมากเรื่องอาหารทะเลที่สดและอุดมสมบูรณ์มาก-มากที่สุด! แถมยังมีความครบเรื่องทั้งเรื่องเที่ยวธรรมชาติ ศาลเจ้า ช้อปปิ้งและอาหารการกิน บอกได้คำเดียวว่า ฟินไม่แพ้โตเกียวแน่นอน!

ต้องบอกเลยว่าที่ฟุกุโอกะนั้น มีสถานที่ให้เราไปตามเก็บเยอะมาก ทั้งวัดนันโซอิน ย่านช้อปปิ้งเทนจิน ศูนการค้าคาแนลซิตี้ สวนโอโฮริ ปราสาทฟุกุโอกะ ซุ้มขายอาหารสไตล์ยาไต แต่ที่เรายกให้เป็น Number 1 ของทริปคือ ศาลเจ้า Dazaifu Tenman-gu เป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงมาก คนเยอะตลอดทั้งปี และจะยิ่งเยอะสุดๆ ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม เพราะต้นบ๊วยกว่า 6,000 ต้นของที่นี่จะออกดอกบานสะพรั่งสุดๆ ปล.แนะนำว่าให้มาขอพรเรื่องการเรียนจะเวิร์กสุดอะไรสุด!

5. นารา (Nara)

ย้อนกลับไปเมื่อ 1,300 ปีก่อน “นารา” เองก็เคยเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงญี่ปุ่น จึงไม่น่าแปลกใจที่ นารา จะเป็นอีกหนึ่งเมืองที่เต็มไปด้วยความทรงจำในประวัติศาสตร์ เต็มไปด้วยเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมและธรรมชาติ และมีมรดกโลกถึง 3 แห่ง เริ่มตั้งแต่สวนสาธารณะนารา เขตอิคารุกะ และแหล่งซากุระที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นอย่าง โยชิโนะ

ความพิเศษของเมืองนี้คือ ความน่ารักของเจ้ากวางทั้งหลายที่มักแฝงตัวอยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ อย่างสวนกวางนารา (Nara Park) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ของเมืองนารา ที่มีกวางน้อยให้เราได้เข้าใกล้ในระยะประชิดสุดๆ!

6. โกเบ (Kobe)

“โกเบ” เมืองท่าสุดทันสมัยที่มีผสมผสานความเป็นตะวันตกและญี่ปุ่นเอาไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ทั้งด้านสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรม มีทั้งมุมเก่าแก่ที่น่าค้นหาและเสน่ห์ของความสวยงามแบบทันสมัย และสิ่งที่ทำให้โกเบโด่งดังมากที่สุดจนฉุดไม่อยู่คือ เนื้อโกเบ ที่เขาว่ากันว่าอร่อยสุดๆ จนฉุดไม่อยู่! และช่วงเดือนตุลาคม-เมษายนเป็นฤดูแห่งการกลั่นเหล้าสาเกที่เรียกว่า “คูระ”

นอกจากเนื้อที่เขาว่าดี และเหล้าสาเกที่เขาว่าเยี่ยมสุดๆ แล้ว โกเบ ยังขึ้นชื่อเรื่อง ออนเซน อีกด้วย “อะริมะออนเซน” เป็นย่านเก่าแก่ น้ำแร่ในบ่อออนเซนแห่งนี้อุดมไปด้วยแร่ธาตุกว่า 7 ชนิดในบ่อเดียว แถมติดอันดับ 1 ใน 3 ของออนเซนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย ดังนั้นใครที่อยากมาลองแช่ตัว ผ่อนคลายห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงนะจ๊ะ

7. โยโกฮาม่า (Yokohama)

ด้วยความที่ “โยโกฮาม่า” เป็นเมืองท่าเมืองแรกของญี่ปุ่น และอยู่ไม่ไกลจากโตเกียว ดังนั้นใครที่มาเที่ยวโตเกียวก็สามารถจัดทริปเล็กๆ 1 Day Trip มาเที่ยวที่นี่ได้แบบสบายๆ ด้วยโลเกชั่นของเมืองอยู่ชิดริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของโยโกฮาม่าได้รับมาจากประเทศจีนมากที่สุด ทำให้ที่นี่มีไชน่าทาวน์ขนาดใหญ่มาก ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และสวยติดอันดับต้นๆ ของโลก

นอกจากไชน่าทาวน์ที่มีชื่อเสียงแล้ว อีกหนึ่งจุดที่ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยก็คือ Yokohama Marine Tower หอคอยชมวิวยอดฮิตของเมืองโยโกฮาม่า ที่มีความสูงกว่า 106 เมตร และจากจุดนี้เองเราสามารถมองเห็นวิวสวยๆ ของเมืองได้แบบพาโนรามาเลยทีเดียว!

8. ฮิโรชิม่า (Hiroshima)

ออกตามหาความทรงจำที่เหลืออยู่ที่เมือง “ฮิโรชิม่า” 1 ใน 2 เมืองที่ถูกทิ้งระเบิดเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในอดีตฮิโรชิม่าเคยเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก และมีการออกแบบผังเมืองมากอย่างดี ทำให้ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง พิพิธภัณฑ์ ศาลเจ้า และอนุสรณ์สถานแห่งความทรงจำให้เราได้มาตามหา รวมถึงมรดกโลกอย่าง ศาลเจ้าอิตสึคุชิมะ (Itsukushima Shrine) ศาลเจ้าลอยน้ำที่มีลักษณะการสร้างคล้ายแพ เมื่อน้ำขึ้นศาลเจ้าจะลอยน้ำได้ และจุดที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของศาลเจ้า คือ ประตูโทริอิสีแดง ที่มีความสูงถึง 160 เมตร

9. ซัปโปโร (Sapporo)

ตามภาพยนตร์เรื่องแฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว มาที่เมืองหลวงของฮอกไกโดอย่าง “ซัปโปโร”

ซัปโปโรเป็นเมืองที่มีระบพื้นฐานมาจากอเมริกาเหนือ ผสมผสานกับความเสน่ห์แบบญี่ปุ่น ในช่วงฤดูหนาว ซัปโปโรจะมีอุณหภูมิต่ำสุดถึง -10 องศา ที่นี่จึงเป็นสถานที่ยอดฮิตสำหรับคนที่ชอบเล่นกีฬาฤดูหนาวอย่าง สกี สโนว์บอร์ด ส่วนหน้าร้อนก็จะมีทุ่งดอกลาเวนเดอร์ให้เราได้เที่ยวชมอีกด้วย

และไฮไลต์ของเมืองก็คือ งานเทศกาลหิมะซัปโปโร ประติมากรรมน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่จะจัดขึ้นประมาณเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และจัดแสดงทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ สวนโอโดริ ย่านช้อปปิ้งดาวน์ทาวน์ และโดมทะสุ

10. กิฟุ (Gifu)

“กิฟุ” เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางของประเทศญี่ปุ่น แบ่งออกเป็นทางตอนเหนือที่เต็มไปด้วยภูเขาสูง และตอนใต้เป็นแถบที่ราบ มีแม่น้ำไหลผ่าน และด้วยภูมิประเทศที่แตกต่างกันนี้เองทำให้ กิฟุ มีความหลากหลายด้านทัศนียภาพและวัฒนธรรม กิฟุเป็นเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบจนได้ชื่อว่าเป็น ลิตเติ้ลเกียวโต มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง ออนเซนในเมืองเกโร่ ย่านเมืองเก่าทาคายาม่า และมรดกโลกอย่าง ปราสาทกิฟุ

นอกจากนี้ที่กิฟุ ยังมีเมืองมรดกโลกอย่างหมูบ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) และโกคายาม่า (Gokayama) หมู่บ้านริมแม่น้ำโชงาวะ เอกลักษณ์ของหมู่บ้านแห่งนี้คือบ้านมุงหลังคาสูงชันเพื่อให้ทนต่อปริมาณหิมะในฤดูหนาว มีห้องใต้หลังคากว้าง และที่สำคัญหมู่บ้านแห่งนี้ยังทำไร่แบบดั้งเดิมอยู่ ใครที่อยากมาสัมผัสธรรมชาติและชอบความดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่น รับรองว่าประทับใจแน่นอน

11. นาโกย่า (Nagoya)

เมืองแห่งการผลิตชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ที่นี่เป็นต้นกำเนิดแบรนด์รถชื่อดังอย่าง TOYOTA “นาโกย่า” เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน เต็มไปด้วยความแตกต่างของวัฒนธรรม ทั้งด้านประวัติศาสตร์และความทันสมัยก้าวหน้าสไตล์เมืองที่เจริญแล้ว

จุดที่บ่งบอกถึงวัฒนธรรมและเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองนาโกย่าก็คือ ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle) ที่มีรูปสลักหัวเสือทองคำบนเท็นจูคะคุ มีพิพิธภัณฑ์โทคุกาวะที่รวบรวมสิ่งของมีค่าของตระกูลโชกุนโทคุกาวะ และมีสวนน้ำพุล้อมรอบที่สามารถเดินเล่น ชมความสวยงามได้ทุกฤดู

12. มิยาซากิ (Miyazaki)

เรื่องท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมไม่มีเมืองไหนเกิน “มิยาซากิ” ตั้งอยู่ในภูมิภาคคิวชู สามารถเดินทางจากฟุกุโอกะไปง่ายๆ นั่งรถไฟเพียงแค่ 3 ชั่วโมงก็ถึง มิยาซากิเป็นเมืองที่มีทั้งชายหาดสวยงาม รายล้อมด้วยภูเขา และมีศาลเจ้ามากมาย เช่น ศาลเจ้ามิยาซากิที่มีความเกี่ยวข้องกับตำนานต้นกำเนิดประเทศญี่ปุ่น

ช่องเขาทาคาชิโฮ (Takachiho-kyo) เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงมากของ หุบเขาแห่งนี้เกิดจากรอยแตกของภูเขาที่มีน้ำแม่น้ำโกคาเซะตัดผ่าน จนกลายเป็นหินสูงชันเหมือนหน้าผา และมีน้ำตกมินาอิโนทาคิ ความสูง 17 เมตรไหลผ่าน นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นสบายๆ ชิลล์ๆ ได้ หรือจะเช่าเรือ พายเรือชมวิวเพลินๆ ก็โรแมนติกสุดๆ ไปเลย

13. นากาโน่ (Nagano)

ไปเที่ยว ปีนเขาแอลป์ญี่ปุ่น ตะลุยดงซากุระ ชมใบไม้เปลี่ยนสี เล่นหิมะเพลินๆ และแช่น้ำแร่เพื่อสุขภาพที่ “นากาโน่” เมืองที่ถูกห้อมล้อมด้วยภูเขาสูงกว่า 3,000 เมตร จนถูกขนานนามให้เป็นหลังคาของญี่ปุ่น และเคยเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันโอลิมปิกและพาราลิมปิคฤดูหนาว ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเล่นสกีในช่วงฤดูหนาว

แน่นอนว่าในฤดูหนาว เมืองนี้จะต้องคึกคักสุดๆ โดยเฉพาะที่ ฮากุบะ (Hakuba) ทางเหนือของเทือกเขาแอลป์ พื้นที่สำหรับเล่นสกี จีงมีสกีรีสอร์ตขนาดใหญ่ ลานสกีกว่า 200 เส้นทางและมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเล่นกีฬาฤดูหนาวไว้อำนวยความสะดวกครบครัน แถมยังมีน้ำพุร้อนอยู่รอบเมืองด้วย

14. โอกินาว่า (Okinawa)

“โอกินาว่า” จังหวัดทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยหมู่เกาะริวกิวนับร้อยเกาะ โอบล้อมด้วยมหาสมุทร ขึ้นชื่อว่าทะเลสวย น้ำใสและเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักร้อนในของฝันของชาวญี่ปุ่นประหนึ่งว่าเป็นฮาวายก็ว่าได้

นอกจากเกาะเล็กเกาะน้อยที่สวยงามแล้ว อีกหนึ่งจุดที่เราอยากให้คนได้มาสัมผัสคือ หน้าผามันซาโมะ ฉากจบของซีรี่ส์เกาหลีเรื่องดัง It’s okay That’s love ถ้าเราได้มองหน้าผาจากระยะไกลๆ จะเห็นเป็นรูปงวงช้างสวยๆ ยิ่งถ้าได้มาเดินในช่วงเย็น ช่วงพระอาทิตย์ตกดินจะยิ่งฟินสุดๆ

15. กุนมะ (Gunma)

“กุนมะ” เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใจกลางญี่ปุ่น มีรูปร่างเหมือนนกกระเรียนกางปีกกว้าง ที่นี่มีธรรมชาติที่อุดมสมบุรณ์ทั้งภูเขา พื้นนที่เขตรักษาพิเศษในอุทยานแห่งชาติ พื้นที่ราบกว้างใหญ่ และจุดรวมของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม และที่สำคัญ กุนมะ ยังเป็นเหมือนแห่งน้ำพุร้อน มีออนเซนมากกว่า 200 แห่ง ทั้ง Ikaho Onsen, Minakami Onsen, Manza Onsen และที่มีชื่อเสียงที่สุดเห็นจะเป็น Kusatsu Onsen

Kusatsu Onsen สวรรค์ของคนรักออนเซน ออนเซนท่ามกลางธรรมชาติ ว่ากันว่าออนเซนของที่นี่มีคุณสมบัติรักษาโรคได้หลากหลาย มีปริมาณน้ำแร่ผุดขึ้นมาวันละหมื่นกว่าลิตร ใครที่อยากหนีความวุ่นวายไปผ่อนคลายท่ามกลางหุบเขา ก็อย่าลืมนึกถึงเมืองกุนมะล่ะ

เห็นมั้ยล่ะว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ครบเครื่องในทุกรูปแบบ ไม่ว่าคุณจะนึกถึงแหล่งช้อปปิ้ง แฟชั่น ความบันเทิง หรืออยากเที่ยวแบบธรรมชาติ อยากไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม ญี่ปุ่นก็มีให้คุณครบ ตอบทุกโจทย์ที่คุณต้องการ! ใครที่มี Destination สำหรับทริปญี่ปุ่นในใจแล้วก็อย่าลืมเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องที่พัก และตั๋วเครื่องบินให้ดี สำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่อยากเสียเวลานั่งหาไฟลต์ดีๆ ราคาประหยัด จ่ายง่าย ก็อย่าลืมใช้ตัวช่วยสำคัญอย่าง Traveloka ล่ะ รับรองว่าไม่มีผิดหวัง!

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ

Get real time updates directly on you device, subscribe now.

ความคิดเห็น
Loading...