15 พิกัดชมซากุระบานที่ญี่ปุ่น ปีหนึ่งบานแค่ช่วงเดียว! บอกเลย ห้ามพลาด

และแล้วก็ได้มีพยากรณ์ซากุระ 2019 ทั่วญี่ปุ่น ออกมาสมกับที่รอคอยกันแล้ว เริ่มตั้งแต่เวลานี้ไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม โดยเริ่มบานจากภาคใต้อย่างฟูกุโอกะ ไล่ขึ้นไปยังฮอกไกโดทางภาคเหนือ ใครกำลังจดๆ จ้องๆ เตรียมวางแผนบินไปดื่มดำกับเทศกาลฮานามิ เทศกาลชมดอกซากุระบานสะพรั่งทั่วทั้งเกาะญี่ปุ่น ห้ามพลาดกับ 15 สถานที่ชมซากุระที่สวยงามที่สุดของญี่ปุ่น เริ่มต้นที่จุดไหนดี…เรามีคำตอบ

แต่ก่อนอื่นที่จะไปดูพิกัดชมซากุระบานนั้น ก็อย่าลืมจองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นกับ Traveloka เพราะช่วงซากุระบาน จะถือว่าเป็นช่วงพีคของญี่ปุ่น ระวังตั๋วเครื่องบินจะหายาก ถ้าไม่จองล่วงหน้า ซึ่งข้อดีของการจองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นกับทราเวลโลก้า คือสะดวก รวดเร็ว และประหยัด เพราะว่ามักจะมีโปรโมชั่นที่จะช่วยลดราคาตั๋วเครื่องบินให้ถูกลง ไปจองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นกับ Traveloka

1. สวนสาธารณะมารุยามะ (Maruyama Park)

เริ่มต้นกันที่จุดชมซากุระยอดนิยม “สวนมารุยามะ” สวนสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองเกียวโต ตั้งอยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต “ศาลเจ้ายะซะกะ” และ “กิอง” ย่านเมืองเก่าถิ่นเกอิชาสุดคลาสสิก เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง ซากุระกว่า 800 ต้น บานสะพรั่งอวดความงามไปทั่วบริเวณสวน แต่มีเพียงหนึ่งเดียวที่โดดเด่นอยู่กลางสวน คือต้นซากุระพันธุ์กิ่งย้อย “ชิดาเระซากุระ” อายุมากกว่า 80 ปี ที่เรียกขานกันว่า “ซากุระยามค่ำคืนแห่งกิอง” อีกทั้งยังมีซากุระพันธุ์โซเมโยชิ พันธุ์ยามะซากุระและพันธุ์อื่นๆ อีกมากมาย ที่แข่งกันอวดสวยงาม เชิญชวนให้ผู้คนจากทั่วสารทิศมาหลั่งไหลกันมาชม บรรยากาศคึกคักตั้งแต่เช้ายันดึก มีร้านขายอาหารและเครื่องดื่มตั้งเรียงรายภายในสวน ตกเย็นย่ำชมการประดับไฟซากุระดื่มด่ำความงดงามได้จนถึงเที่ยงคืน

2. สวนสาธารณะแห่งชาติสวนชินจูกุ เกียวเอ็น (Shinjuku Gyoen Park)

“ชินจูกุเกียวเอน” สวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโตเกียว ตั้งอยู่ในย่านช้อปปิ้งชื่อดัง “ชินจูกุ” เป็นสวนสไตล์เอโดะแบบดั้งเดิม บรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ หนาแน่นไปด้วยพันธุ์ไม้กว่า 3,000 ชนิด ยังมีสวนที่มีลักษณะเฉพาะอีก 3 สวน คือสวนสไตล์ญี่ปุ่น ตกแต่งด้วยพุ่มไม้ที่สวยงามรอบๆ บ่อน้ำ จุดเด่นคือศาลานั่งพัก “คิวโงเรียวเต” หรือที่เรียกว่าศาลาไต้หวัน มีสวนดอกเบญจมาศที่เพาะปลูกด้วยวิธีที่สืบทอดมาจากเชื้อพระวงศ์ในสมัยโบราณ ส่วนสวนสไตล์ฝรั่งเศสนั้นมีดอกไม้เมืองหนาวให้ชมความงาม และสวนสไตล์อังกฤษ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร แกลเลอรี่ศิลปะ และเรือนกระจกที่เต็มไปด้วยไม้พุ่มและไม้ดอกนานาพันธุ์จากเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน สวยสวยจะมีสีสันที่สุดคือช่วงฤดูใบไม้ผลิโดยเฉพาะเดือนเมษายน ดอกซากุระมากกว่า 1,100 ต้น มากถึง 65 สายพันธุ์ อาทิเช่น โซเมโยชิโนะ ยามะซากุระ และคันซัง เบ่งบานพร้อมกันแต่งแต้มสวนให้มีสีชมพูสวยสบายตา ครั้นถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วงตอนปลายปี ใบเมเปิ้ลและต้นสนเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสีแดงจัดจ้าน ให้บรรยากาศที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง

3. สวนอุเอโนะ (Ueno Park)

“สวนอุเอโนะ” อีกหนึ่งจุดชมซากุระสุดฮิตในใจกลางโตเกียว ขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในสวนสาธารณะแห่งแรกของญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 1873 เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น เคยมีการสู้รบกันระหว่างฝ่ายรัฐบาลเมจิและฝั่งโชกุน โดยฝ่ายรัฐบาลเมจิได้รับชัยชนะ และได้จัดตั้งพื้นที่บริเวณนี้เป็นสวนอุเอะโนะ พร้อมสร้างอนุสาวรีย์ให้กับ “ไซโกะ ทาคาโมริ” ผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ ตั้งอยู่ที่ทางเข้าด้านทิศใต้ของสวนอุเอะโนะ ใกล้ๆ กับทะเลสาบ “ชิโนบาซุ” ที่มีต้นซากุระขึ้นอยู่รายรอบ อีกทั้งมีการสร้างหลุมฝังศพไว้เป็นอนุสรณ์ในสวนอุเอะโนะ 2 แห่ง นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ “สวนสัตว์อุเอโนะ” ซึ่งเป็นสวนสัตว์แห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น ในเดือนเมษายนของทุกปี สวนแห่งนี้จะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวผู้มาร่วมงาน “เทศกาลซากุระโชบาระอุเอโนะ” ชมความงดงามของซากุระมากกว่า 1,000 ต้น มีการออกร้านค้าและตลาดนัดกันอย่างคึกคัก ในช่วงเวลากลางคืนก็จะมีการประดับตะเกียงไฟร่วม 1,000 ดวง บรรยากาศเต็มไปด้วยความโรแมนติกแบบสุดๆ

4. สวนเคมะ ซากุระโนมิยะ (Kema Sakuranomiya Park)

“สวนเคมะ ซากุระโนมิยะ” จุดชมซากุระยอดนิยมของเมืองโอซาก้า สวนสาธารณะริมน้ำโอกาวาที่ทอดยาวตั้งแต่บริเวณสะพานเทมมาบาชิจนถึงสะพานซากุระโนมิยะ ยาวถึง 4.2 กิโลเมตรเลยทีเดียว ริมแม่น้ำทางฝั่งขวานั้นเรียงรายไปด้วยสถาปัตยกรรมต้นยุคเมจิ เช่น โรงกษาปณ์ และ เซ็มปุคัง อาคารแบบตะวันตกที่เก่าแก่ที่สุดในโอซาก้า ต้นซากุระหลายสายพันธุ์ปลูกเรียงรายริมฝั่งแม่น้ำมากกว่า 4,700 ต้น บานสะพรั่งอวดสีชมพูหวานท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำ ตามเส้นทางยังมีจุดให้แวะปิกนิคเป็นระยะๆ ล่องเรือชมแม่น้ำเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสุดฮิต ชมต้นซากุระที่ประดับไฟระยิบระยับตลอดเส้นทาง

5. สวนนารา (Nara Park)

“สวนนารา” หรือ “สวนกวาง” แห่งเมืองนาราซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองโอซาก้าและเกียวโต จุดเด่นของสวนแห่งนี้คือ ฝูงกวางน้อย ที่น่ารักเป็นมิตรและคุ้นเคยกับผู้คน ถึงขนาดโค้งคำนับขอขนมจากผู้ใจดีกันเลยทีเดียว รายล้อมด้วยต้นซากุระที่กำลังบานสะพรั่ง นับรวมกันแล้วมีประมาณ 1,700 ต้น ชมซากุระ ให้อาหารกวางที่มีขายในบริเวณสวน นั่งพักเหนื่อยจิบน้ำชาในโรงน้ำชาแบบพื้นเมืองที่เปิดให้บริการ นอกจากนี้ รอบๆ สวนยังเป็นแหล่งรวมสถานที่ท่องเที่ยวหลายที่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น วัดโทไดจิ ที่มีหลวงพ่อไดบุทสึอันศักดิ์สิทธิ์ ศาลเจ้าคาสุกะ ที่มีตะเกียงมากมายเต็มศาลเจ้า ทั้งตะเกียงเสาหิน ตะเกียงแบบแขวน อันเป็นที่มาของชื่อเรียกแบบไม่เป็นทางการว่า “ศาลเจ้าแห่งตะเกียง” ชมวัดโคฟุคุจิ วัดใหญ่และเก่าแก่แห่งเมืองนารา และพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเมืองนารา ชมธรรมชาติอันร่มรื่นเงียบสงบ พร้อมชมความงดงามทางวัฒนธรรม คุ้มค่าแก่การเดินทางยิ่งนัก

6. สวนฮามะริคิว (Hamarikyu Gardens)

“สวนฮามะริคิว” ตั้งอยู่ใกล้ๆ อ่าวโตเกียว เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางตึกสูงของกรุงโตเกียว เดิมเป็นสวนของตระกูลโชกุน “โทขุกาวา” ถูกใช้เป็นที่ล่าสัตว์ของขุนนางในสมัยเอโดะ หลังจากฟื้นฟูยุคเมจิได้กลายเป็นที่ประทับสำหรับแปรพระราชฐานของราชวงศ์ ปัจจุบันถูกปรับเปลี่ยนเป็นสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนชมธรรมชาติ และเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังอิมพีเรียล สวนสวยกว้างใหญ่ไพศาลนี้มีบ่อชิโอริโนะอิเคะอยู่กลางสวน เป็นบ่อน้ำที่ได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลที่ขึ้นลงในตอนเช้า พูดง่ายๆ ว่า น้ำในบ่อจะมีความเปลี่ยนแปลงตามระดับน้ำทะเลนั่นเอง และที่นี่ก็ยังมี “คาโมะบะ” หรือสถานที่ล่าเป็ดป่าด้วยกับดัก นอกจากนี้ก็มีไม้สวน เช่น ต้นสนและต้นเมเปิ้ลที่ถูกตัดแต่งอย่างพิถีพิถันอยู่มากมาย ไฮไลท์ของที่นี่คือต้นซากุระที่แข่งกันบานสะพรั่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ แวะชมความงามตามธรรมชาติแล้ว อย่าลืมลิ้มรสขนมหวานของญี่ปุ่น พร้อมจิบชา ที่ “นากาชิม่า” ร้านน้ำชาแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมแท้ๆ

7. สวนเคนโรคุเอ็น (Kenrokuen Garden)

“สวนเคนโรคุเอ็น” สวนสวยที่ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 3 ของสวนสาธารณะที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่เมืองคานาซาวา เมืองบรรยากาศเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยสีสัน แต่เดิมสร้างขึ้นมาเป็นสวนบ้านตระกูล “มาเอดะ” ผู้ปกครองแคว้นโอคายาม่า ที่นี่เป็นสวนญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นมาในบริเวณรอบนอกของปราสาทคานาซาวะตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 17 เพื่อชมการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติทั้ง 4 ฤดูกาล เป็นแหล่งของพืชพันธุ์หายากที่หลากหลายสายพันธุ์ ภายในสวนเต็มไปด้วยต้นซากุระ 420 ต้น และยังมีพันธุ์พิเศษหาชมได้ยาก ชื่อว่า “คิขุซากุระ” ที่มีลักษณะคล้ายกับดอกคิคุหรือดอกเก๊กฮวย จุดเด่นคือดอกจะบานฟูๆกลมๆ และมีใบอ่อนขนาดใหญ่รอบล้อม ในหนึ่งดอกมีกลีบเบาบางกว่า 100 กลีบ โดยช่วงเดือนเมษายนจะมีเทศกาลชมคิขุซากุระแห่งเค็นโรคุเอ็นให้ตื่นตาตื่นใจกับซากุระสายพันธุ์นี้ สามารถเยี่ยมชมวิวสวยๆ ของดอกไม้ได้ตลอดทั้งปี ชมดอกของต้นพลัมและดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิ ช่วงฤดูร้อนชมดอกอาซาเลียและดอกไอริซ รวมไปถึงใบเมเปิ้ลสีแดงและสีเหลืองในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

8. สวนอนุสรณ์บัมปาคุ (The Expo’70 Commemorative Park)

“สวนอนุสรณ์บัมปาคุ” สวนสาธารณะแห่งเมืองโอซาก้าที่ถูกสร้างในพื้นที่ของสถานที่จัดงานมหกรรมโลก (World Expo) เมื่อครั้งญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพในปีค.ศ. 1970 สวนนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงการจัดงานในครั้งนั้น นับเป็นสวนทางวัฒนธรรมที่ห้อมล้อมด้วยความเขียวขจีของต้นไม้ และดอกไม้นานาพันธ์ุที่ผลัดกันเบ่งบานตลอดปี ไฮไลท์ของสวนแห่งนี้คือ “หอคอยพระอาทิตย์” ผลงานของศิลปินชื่อดัง “โอคาโมโตะ ทาโร” ที่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่กลางสวนกว้าง ภายในสวนมีซากุระ 9 สายพันธุ์ เช่น โซเมโยชิโนะ และชิดาเระซากุระ รวมกว่า 5,500 ต้น โดยบริเวณหน้าหอคอยพระอาทิตย์จะเป็นซากุระสายพันธุ์โอชิมะซากุระ มีจุดเด่นคือกลีบดอกสีขาวใหญ่ 5 กลีบและกลิ่นหอมจางๆ บริเวณโดยรอบยังร่มรื่นด้วยสวนแบบญี่ปุ่น ออนเซ็น และลานสำหรับทำกิจกรรมทางวัฒนธรรม กีฬา รวบรวมทุกอย่างพร้อมสรรพให้คุณเพลิดเพลินได้ตลอดวันเลยทีเดียว

9. สวนสาธารณะโอมุระ (Omura Park)

“สวนสาธารณะโอมุระ” เป็นจุดชมซากุระยอดนิยมของจังหวัดนางาซากิ อีกทั้งยังได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 100 จุดชมดอกซากุระบานที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานธรรมชาติของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือน ต้นซากุระกว่า 2,000 ต้น 21 สายพันธุ์ ที่ผลิบานสะพรั่งเนรมิตสวนสวยให้กลายเป็นสีชมพู แต่ที่โดดเด่นคือ “โอมุระซากุระ” ซึ่งเป็นซากุระพันธุ์ที่มีกลีบซ้อนดอกใหญ่มี 60-100 กลีบต่อดอก ต่างจากสายพันธ์ุมาตรฐานที่มีเพียง 5 กลีบต่อดอก และที่สวนแห่งนี้มีโอมุระซากุระปลูกอยู่ประมาณ 300 ต้น ให้ชื่นชมความงดงามอย่างเต็มอิ่ม ในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ดอกไอริสญี่ปุ่นกว่า 300,000 ต้น จะบานอวดโฉมปกคลุมบริเวณคูเมืองในอดีตของปราสาทโอมุระทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นที่ตั้งของสวนสาธารณะโอมุระนั่นเอง นอกจากนี้ยังสามารถสวมชุดกิโมโนงามๆ เดินชมดอกไม้ได้เพลินเพลินอีกด้วย

10. สวนสาธารณะสุมิดะ (Sumida Park)

“สวนสุมิดะ” สวนสาธารณะที่ทอดยาวริมแม่น้ำสุมิดะ ย่านการค้าชื่อดัง “อาซากุสะ” ของเมืองโตเกียว เลาะเลียบริมน้ำชมซากุระบานที่พร้อมใจกันเบ่งบานเต็มที่ในช่วงเดือนเมษายน ในช่วงฤดูร้อนประมาณปลายเดือนกรกฎาคม สวนแห่งนี้จะเปลี่ยนบรรยากาศเป็นเทศกาลดอกไม้ไฟ “Sumida River Firework” แน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่มารอชมการจุดพลุดอกไม้ไฟที่แสนงดงามริมแม่น้ำ มีการออกร้านขายของตามข้างทาง จะเดินทอดน่องชมดอกซากุระเป็นระยะทาง 100 เมตร หรือจะนั่งเรือยากาตะบูเนะชมบรรยากาศสองข้างทางริมน้ำ ก็เลือกได้ตามใจชอบได้เลยจ้า

11. สวนโยโยกิ (Yoyogi Park)

“สวนโยโยกิ” สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองโตเกียว ตั้งอยู่ภายในย่านฮาราจูกุแหล่งท่องเที่ยวอันโด่งดัง ใกล้กับศาลเจ้าเมจิ เป็นจุดนัดพบของเหล่าสาวๆ หนุ่มๆ จัดกิจกรรมนั่นโน่นนี่ ทั้งจัดแสดงดนตรี แต่งชุดคอสเพลย์ สีสันของสวนแห่งนี้มีอยู่ 2 ช่วงด้วยกัน นั่นคือ ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ประมาณเดือนมีนาคม – เมษายน สวนถูกแต่งแต้มด้วยสีขาว ชมพูระเรื่อของดอกซากุระ ผู้คนต่างพร้อมอกพร้อมใจกันมาปิกนิกใต้ต้นซากุระ และจะกลับมามีสีสันจัดจ้าน ต้นแปะก๊วยจะมีใบไม้สีเหลือง – แดง สวยสะดุดตาในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีประมาณปลายพฤศจิกายน – ต้นเดือนธันวาคม ที่นี่ยังเป็นที่จัดงานตลาดนัดขายของเก่าที่เรียกว่า “Yoyogi Park Flea Market” ซึ่งจะจัดในวันอาทิตย์ประมาณเดือนละครั้ง และ Earth Day Market ซึ่งจะเป็นตลาดนัดขายอาหาร สินค้าออร์แกนิค และงานฝีมือ นอกจากนี้ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เคยเป็นจุดที่เครื่องบินขึ้นครั้งแรกในญี่ปุ่น และทหารอเมริกาเคยมาตั้งค่าย หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และจะใช้เป็นพื้นที่สำหรับงาน Tokyo Olympics ในปี 2020 ที่จะมาถึงนี้ด้วย

12. สวนชิโดริกาฟูชิ (Chidorigafuchi Park)

“สวนชิโดริกาฟูชิ” ตั้งอยู่ในเขตชิโยดะ อีกจุดชมซากุระในเมืองโตเกียวที่สวยงามไม่น้อยหน้าที่อื่นๆ เป็นหนึ่งในสวนที่อยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของพระราชวังอิมพีเรียล และอยู่ติดกับสวนคิตะโนมารุ สวนจิโดริงะฟูจิอยู่ตรงกลางระหว่างทางระบายน้ำเก่าแก่ของเมืองโตเกียวนั่นก็คือ “ชิโดริกาฟูชิ” กับ “ฮันโซ” สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคเอโดะ โดยจะมีทางเดินเรียบทางระบายน้ำ และมีอุโมงค์ซากุระยาวประมาณ 700 เมตร ที่นี่มีต้นซากุระอยู่ทั้งหมด 1,000 ต้น เป็นสายพันธุ์โซเมอิโยชิโนะและพันธุ์โอชิมะ ซึ่งในแต่ละปีจะมีคนจากทั่วประเทศญี่ปุ่นมาชมซากุระที่สวนแห่งนี้มากนับล้านคน ในช่วงกลางคืนของฤดูชมซากุระ “Chiyoda no Sakura Matsuri” จะมีการประดับไฟที่ต้นซากุระสวยงามทั้งกลางวันยันกลางคืนเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีให้เรือให้เช่า พายชมบรรยากาศรอบๆ พร้อมกับชมความสวยงามของซากุระ อิ่มอกอิ่มใจกันสุดๆ ไปเลย

13. สวนเซนโคจิ (Senkoji Park)

“สวนเซนโคจิ” สวนสวยบนยอดเขาเซนโคจิในเมืองโอโนมิจิ จังหวัดฮิโรชิม่า ความสูงของภูเขานั้นประมาณ 140 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีหอคอยให้ชมวิวทิวทัศน์ในมุมสูงได้ไกลสุดสายตา ชมเกาะน้อยใหญ่ของทะเลเซโตะ บรรยากาศของเมืองด้านล่าง เห็นโค้งน้ำของแม่น้ำโอโนะ และชมดอกซากุระที่กระจายอยู่ตามเทือกเขา สามารถเลือกการเดินทางขึ้นไปบนสวนสาธารณะได้หลายทาง จะนั่งกระเช้า นั่งแท็กซี่ หรือจะเดินขึ้นเขาก็เลือกได้ตามความต้องการ เมืองโอโนมิจิเต็มไปด้วยเสน่ห์มากมายไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้า วัด สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมถึง “ชิมานามิไคโด” เส้นทางปั่นจักรยานเชื่อมเกาะต่างๆ ที่นักปั่นจากทั่วโลกอยากมาลองปั่นไปบนเส้นทางเหนือทะเลสายนี้ ด้านบนของสวนยังมี “วัดเซนโคจิ” วัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ให้ผู้มาเยือนได้กราบไหว้สักการะ มี “พิพิธภัณฑ์โอโนมิจิ” พิพิธภัณฑ์ทางวรรณคดี และมีสวนสนุกกรีนแลนด์ รวมทั้งมี ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านขายของที่ระลึกไว้คอยบริการอีกด้วย

14. สวนคุมากายะซากุระซึซึมิ (Kumagaya Sakura Tsutsumi)

“สวนคุมากายะซากุระซึซึมิ” จุดชมซากุระในจังหวัดไซตามะ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอาราคาวาที่ทอดยาวผ่านเมืองคุมากายะ มีต้นซากุระกว่า 500 ต้นเรียงรายตลอดระยะทาง 2 กิโลเมตร เป็นสถานที่ชมซากุระที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยเอโดะหรือเมื่อประมาณ 400 ปีก่อน และในปีค.ศ. 1990 ได้ถูกเลือกให้เป็น “สถานที่แห่งซากุระอันมีชื่อ 100 แห่ง” ในช่วงต้นเดือนเมษายนจะมีการจัดเทศกาลซากุระ มีร้านแผงลอยขายอาหารให้ได้เลือกอิ่มอร่อย นอกจากนี้ก็ยังมีทุ่งดอกนาโนะฮานะ หรือดอกเรปซีด สีเหลืองตัดกับสีชมพูของดอกซากุระ เป็นภาพแสนงดงามราวกับหลุดเข้าไปในภาพโปสการ์ดนั่นเลย

15. สวนพฤกษศาสตร์โคอิชิคาวะ (Koishikawa Botanical Gardens)

ปิดท้ายเทศกาลชมซากุระที่ “สวนพฤกษศาสตร์โคอิชิคาวะ” ที่มีชื่อทางการว่า “สวนพฤกษชาติวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตเกียว” เป็นสวนพฤกษศาสตร์เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นตั้งแต่มีค.ศ. 1684 ถูกใช้เป็นสวนสมุนไพรในสมัยของโชกุนรุ่นที่ 8 โทคุกาวะ โยชิมูเนะ (ปีค.ศ. 1646 – 1709) จนถึงปัจจุบัน เป็นแหล่งค้นคว้า วิจัยเกี่ยวกับพฤกษศาสตร์ มีพันธุ์ไม้ประมาณ 700,000 ชนิดในอาคารหลัก และมีหนังสือประมาณ 20,000 เล่มเกี่ยวกับพืช เพื่อนักวิจัยได้ศึกษา มีเรือนกระจกสำหรับเพาะปลูกพืช ภายในเป็นที่ตั้งของอนุสรณ์ชิบาตะที่อธิบายประวัติความเป็นมาของสวน มีความสวยงามตลอดทั้งปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่ต้นซากุระพร้อมใจกันบานต้อนรับแขกผู้มาเยือน ด้วยความที่สวนแห่งนี้ต้องเสียค่าเข้าชม ผู้คนจึงไม่เบียดเสียดเหมือนเช่นที่อื่นๆ เหมาะสำหรับผู้ที่รักความสงบยิ่งนัก

สามารถเช็คพยากรณ์ซากุระได้ที่: jrailpass.com

เทศกาลฮานามิในญี่ปุ่นมีระยะเวลาสั้นๆ เพียงแค่ 2-3 เดือนเท่านั้น ดังนั้นห้ามชะล่าใจ ทำตัวชิลๆ ไปวันๆ จัดแจงเช็คช่วงเวลาที่พยากรณ์ซากุระกับช่วงเวลาที่จะไปเที่ยวญี่ปุ่นให้เรียบร้อย เพราะว่าซากุระของบางที่จะบานแค่ไม่กี่วันเท่านั้น หากไปช้าก็อาจจะอดดู จากนั้นลงมือจองตั๋วเครื่องบินโดยพลัน ชักช้าซากุระร่วงหมดต้นไม่รู้ด้วย

Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
พิพิธภัณฑ์สันติภาพฮิโรชิมะเผยภาพติดตั้งใหม่ : เด็กสาววัย 10 ปี ผู้รอดชีวิตจากเหตุระเบิดปรมาณู