เรื่องอบอุ่นกรุ่นกลิ่นอาหารของ “ร้านอาหารไม่ได้ตามสั่ง” มีเป็นหนังสือแล้วนะ!

Last updated:

ถ้าเพื่อน ๆ ยังจำเรื่องราวของร้านอาหารไม่ได้ตามสั่ง (注文を間違える料理店) ร้านอาหารแห่งหนึ่งในโตเกียวที่มีพนักงานเสิร์ฟเป็นผู้ป่วยอัลไซเมอร์ได้ เพื่อน ๆ คงจะจำได้ถึงบรรยากาศน่ารักอบอุ่นของร้านอาหารที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแม้อาหารจะไม่ได้ตามที่สั่งก็ตาม และถ้ามีใครสนใจเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังของร้านแห่งนี้ ANNGLE มีหนังสือ “ร้านอาหารไม่ได้ตามสั่ง” มาแนะนำค่ะ แต่ในหนังสือจะมีเรื่องราวอะไรบ้าง ตามไปอ่านด้านล่างกันเลยค่ะ

เบื้องหลังที่มาของร้านอาหารไม่ได้ตามสั่ง

ร้านอาหารไม่ได้ตามสั่ง เป็นร้านอาหารที่เปิดขึ้นเพื่อให้ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ “สามารถใช้ชีวิตได้อย่างคนปกติ” โดยมองว่าแม้คนคนหนึ่งจะมีอาการป่วย แต่ความจริงที่ว่าคนคนนั้นยังเป็นคนคนนั้นอยู่ยังเป็นความจริงที่ไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้น ร้านอาหารไม่ได้ตามสั่งจึงเปิดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ให้ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ได้ใช้ชีวิตได้ในฐานะคนคนหนึ่งค่ะ

กฎหลักของร้านอาหารไม่ได้ตามสั่ง

ร้านอาหารไม่ได้ตามสั่งมีกฎสำคัญอยู่ 2 กฎด้วยกันค่ะ

กฎแรก คือความมุ่งมั่นในการสร้างคุณภาพในฐานะร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นความสวยงามของร้านหรือความอร่อยของอาหาร ที่แม้อาหารที่เสิร์ฟจะผิดไปจากที่สั่ง แต่ลูกค้าก็ยังสามารถอร่อยไปกับอาหารและเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของร้านได้อยู่ค่ะ

กฎที่สอง คือร้านนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่การทำพลาด เพราะฉะนั้น พนักงานจะไม่จงใจทำพลาดโดยเด็ดขาด อาจจะฟังดูเข้มงวดสักนิดนึงค่ะ แต่กฎข้อนี้มีที่มาจากความตั้งใจของทางร้านที่ไม่อยากให้เกิดบรรยากาศการประนีประนอมเกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดความหละหลวมและมีผลต่อคุณภาพในฐานะร้านอาหาร ในทางกลับกัน ทางร้านต้องการให้พนักงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเชฟหรือพนักงานเสิร์ฟทำงานของตนให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และถึงจะเกิดข้อผิดพลาดเช่นการเสิร์ฟอาหารผิด แต่ความผิดพลาดนี้ก็เกิดขึ้นบนความตั้งใจที่จะทำให้ดีที่สุดและผิดพลาดน้อยที่สุดของทุกคนในร้าน ตามคอนเซ็ปต์ของทางร้านที่ว่า “เราอาจจะเสิร์ฟอาหารผิด แต่ขอให้ลูกค้าโปรดให้อภัยด้วย” และนั่นคือสิ่งสำคัญที่ทำให้ลูกค้าพร้อมจะยอมรับความผิดพลาดนี้ และรักษาบรรยากาศของร้านเป็นไปอย่างสนุกสนานได้ค่ะ

พื้นที่ที่เปิดรับความผิดพลาดในสังคมที่เรียกร้องความสมบูรณ์แบบ

สามีของพนักงานเสิร์ฟหญิงคนหนึ่งเคยกล่าวกับทีมผู้ก่อตั้งร้านว่า “ผมคิดว่าคอนเซ็ปต์ที่ว่า ‘เราอาจจะเสิร์ฟอาหารผิด แต่ขอให้ลูกค้าโปรดให้อภัยด้วย’ นั้นเป็นคอนเซ็ปต์ที่ดี แต่สำหรับภรรยาผมแล้ว การทำผิดนั้นเป็นเรื่องที่ทำให้เสียใจอยู่เหมือนกันครับ” ด้วยคำพูดนี้ ทางร้านจึงตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะไม่สร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานจะตั้งใจทำงานพลาดเด็ดขาด

ระหว่างที่เปิดร้าน เกิดเหตุการณ์พนักงานเสิร์ฟอาหารผิดนับครั้งไม่ถ้วนค่ะ แต่สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น คือการที่ลูกค้าแสดงความไม่พอใจ กลับกัน เมื่ออาหารที่เสิร์ฟตรงหน้าผิดไปจากที่สั่ง ความรู้สึกที่ว่า “อืม ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร” ของลูกค้านี่เองที่ทำให้ความผิดพลาดไม่ใช่ความผิดพลาดอีกต่อไป และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ร้านอาหารเล็ก ๆ นี้มีความพิเศษค่ะ

แม้ว่าร้านอาหารไม่ได้ตามสั่งจะเปิดทำการ แต่ก็ใช่ว่าปัญหาที่ผู้ป่วยอัลไซเมอร์เผชิญจะหายไป ถึงอย่างนั้น ทางร้านก็เชื่อว่าพื้นที่เล็ก ๆ ที่เปิดรับความผิดพลาดด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ก่อนจะขยายออกสู่สังคมในวงกว้าง และนั่นคงจะทำให้เกิดคุณค่าใหม่ ๆ ขึ้นในสังคมอย่างแน่นอน

เรื่องอบอุ่นกรุ่นกลิ่นอาหารยังมีมาเสิร์ฟอีกมาก

ใช่ค่ะ เรื่องราวประทับใจของร้านอาหารไม่ได้ตามสั่งยังไม่จบแค่นี้ค่ะ เพราะในหนังสือร้านอาหารไม่ได้ตามสั่ง (注文を間違える料理店) ยังมีเรื่องราวอีกมากให้ติดตาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของพนักงานเสิร์ฟในร้านที่ได้ทำงานอีกครั้ง หรือเรื่องราวของลูกค้าที่เคยปิดกั้นผู้คนแต่ได้ร้านอาหารนี้ช่วยให้สนุกกับการกินข้าวในร้านอาหารอีกครั้ง และอื่น ๆ อีกมากมายที่จะสร้างความประทับใจให้ผู้อ่าน และยิ่งเมื่อทั้งสังคมไทยและญี่ปุ่นเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว เรื่องราวของร้านอาหารไม่ได้ตามสั่งอาจจะจุดประกายอะไรบางอย่างให้ผู้อ่านคนไทยก็เป็นได้ค่ะ

อย่างไรก็ตาม หนังสือเล่มนี้ยังมีแค่ฉบับภาษาญี่ปุ่นอยู่ค่ะ ซึ่งจะถูกนำมาแปลไทยให้อ่านกันหรือไม่นั้น ต้องรอติดตามกันต่อไปค่ะ เพื่อน ๆ ที่สนใจอ่านหนังสือเล่มนี้ มาแสดงความเห็นกันได้ที่หน้าเพจนะคะ หรือจะย้อนกลับไปอ่านบทความเกี่ยวกับร้านอาหารไม่ได้ตามสั่งที่ ANNGLE เคยนำเสนอ ก็คลิกได้ที่นี่เลยค่ะ

(ซ้าย) คุณโอกุนิ (小国) ผู้เขียนหนังสือและหนึ่งในผู้ประกอบการของร้าน

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก flierinc, hatena, kaigolab, netgeek, sendenkaigi ค่ะ

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
รสชาติแห่งฤดูใบไม้ร่วง “ปลาซัมมะ” เกิดขาดแคลนถึงขั้นวิกฤตในรอบ 50 ปี