ญี่ปุ่นในมุมมองใหม่ เรื่องราวแปลกใหม่และน่าสนใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นที่หาอ่านจากที่อื่นไม่ได้

วิธีรับประทาน “เอโฮมากิ” เพื่อให้เป็นมงคลก่อนวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น

วันที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันก่อนวันเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิหรือ Setsubun ตามปฏิทินจันทรคติ ในวันนี้จะมีกิจกรรมหลากหลายเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและเสริมสร้างความเป็นมงคลและความโชคดีในชีวิต หนึ่งในกิจกรรมสำคัญได้แก่การรับประทานเอโฮมากิ (eho-maki) หรือซูชิม้วน มารู้วิธีการรับประทานเอโฮมากิและความอร่อยหลากหลายแบบของเฮโอมากิกันนะคะ

เอโฮมากิ

เอโฮมากิเป็นซูชิม้วนที่ห่อรวมวัตถุดิบ 7 อย่าง ซึ่งสื่อถึงเทพเจ้าโชคลาภทั้งเจ็ดในการดึงดูดโชคลาภและขอพรให้ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย การรับประทานเอโฮมากินั้นเริ่มต้นจากคนในพื้นที่คันไซซึ่งเชื่อการรับประทานซูชิม้วนแล้วจะทำให้มีความมั่งคั่งและความโชคดีเข้ามา ซึ่งต่อมาตั้งแต่ประมาณปีค.ศ. 1998 ผู้คนทั้งประเทศก็ให้ความนิยมในการรับประทานซูชิม้วนหรือเอโฮมากิในวันนี้ด้วย

วิธีการรับประทานเอโฮมากิเพื่อเสริมสร้างความเป็นมงคลและความโชคดี

1. ควรรับประทานเอโฮมากิทั้งแท่งโดยไม่ควรตัดเป็นแท่งสั้น ๆ เพราะการตัดเอโฮมากิจะหมายว่าความโชคดีจะถูกตัดออกไป

2. ขณะรับประทานควรหันหน้าไปในทิศทางแห่งความโชคดี (eho, 恵方) ที่ถูกกำหนดขึ้นตามปีนักษัตร โดยปีนี้เป็นปีหมูป่า ทิศทางการรับประทานเอโฮมากิเป็นทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่ค่อนไปทางทิศตะวันออกเล็กน้อย (東北東) ซึ่งทิศทางการรับประทานนั้นสามารถหาดูได้จากอินเทอร์เน็ตหรือบนพลาสติกห่อเอโฮมากิที่วางขายตามร้านค้าต่าง ๆ

ทิศทางแห่งความโชคดีประจำปี 2019 (ปีนักษัตรหมูป่าของญี่ปุ่น)

3. ขณะรับประทานนั้นควรรับประทานอย่างเงียบ ๆ เพื่อจะได้มีจิตใจสงบและสามารถอธิษฐานขอความโชคดีได้อย่างสัมฤทธิ์ผล

เอโฮมากิหลากหลายไส้ตามความชอบของผู้บริโภค

ไส้พื้นฐานของเอโฮมากิประกอบด้วยวัตถุดิบ 7 ชนิด ได้แก่ เห็ดหอม คัมเปียว (เส้นใยสีขาวของฟักเขียวตากแห้ง) โคยาโดฟูหรือเต้าหู้แห้ง (วัตถุดิบทั้ง 3 ชนิดจะถูกนำมาต้มในส่วนผสมของโชยุ สาเก และน้ำตาล) ไข่หวาน แตงกวา ปลาไหลย่าง และผงปลาหวานซากุระ เด็งบุ (Sakura denbu) ซึ่งวัตถุดิบทั้ง 7 ชนิดนี้จะสื่อไปถึงการมีสุขภาพที่ดี มีความสุข โชคดีและความมั่งคั่ง ทั้งนี้ต่อมาได้มีการดัดแปลงนำข้าวมาห่อด้วยวัตถุดิบต่าง ๆ เพื่อสร้างความน่าดึงดูดแก่ผู้บริโภคที่ชอบความอร่อยและต้องการเสริมความเป็นมงคลให้กับชีวิต เช่น มีการดัดแปลงนำข้าวมาห่อปลาดิบ อาหารทะเล และไข่ปลาต่าง ๆ เนื้ออบ เนื้อโกเบ และหมูทอดทงคัตสึ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเอโฮมากิในรูปแบบของโรลเค้กต่าง ๆ เพื่อให้เด็กได้รับประทานได้ง่ายและมีความสุข ทั้งนี้สามารถหาซื้อหรือสั่งจองเอโฮมากิง่าย ๆ จากห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อทั่วไปในญี่ปุ่น

จริงๆแล้วการรับประทานเอโฮมากิหรือซูชิม้วนแล้วขอพรนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเนื่องจากซูชิม้วนมักมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 เซนติเมตรและความยาวตั้งแต่ 9-15 เซนติเมตร การรับประทานเพื่อให้หมดในครั้งเดียวโดยไม่เอาออกจากปากนั้นไม่ง่ายเลย  แต่ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆเมื่ออยากได้ความโชคดีก็ต้องยอมอดทนกันหน่อยค่ะ

ที่มารูป: athome entabe mangatop yuyuyu1992 net-ekinaka stillness.life

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ

เมลแม็กกาซีน

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารและบทความล่าสุดของ anngle th ทางอีเมล โดยพิมพ์อีเมลของคุณส่งใน text box ด้านล่างแล้วคลิ้กปุ่ม “ลงทะเบียน”

การลงทะเบียนของคุณสำเร็จแล้ว ขณะนี้เราได้ส่งอีเมลเพื่อยืนยันการลงทะเบียนของคุณ กรุณาเปิดดูอีเมลแล้วคลิกปุ่มยืนยันเพื่อรับบทความล่าสุดจากเราได้เลย

Error