[รีวิว] Farewell Song เพลงรักเราสามคน (ไม่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ)

งานนี้แฟนคลับของ โคมัตสึ นานะ ได้เฮกันอีกแล้วครับ เพราะสหมงคลฟิล์มได้นำเข้าผลงานภาพยนตร์ Sayonara Kuchibiru หรือในชื่อโปรโมทภาษาอังกฤษว่า Farewell Song ผลงานเรื่องล่าสุดของ นานะ มาเสิร์ฟแฟน ๆ ชาวไทยกันถึงโรงภาพยนตร์ใกล้บ้านอีกครั้งในวันที่ 12 กันยายนนี้ เป็นต้นไป ส่วนตัวผู้เขียนเองก็ได้รับเกียรติจากทางสหมงคลฟิล์มเชิญไปชมรอบภายในมาแล้วเมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา จึงอยากนำความรู้สึกหลังจากที่ได้ชมมาถ่ายทอดต่อเพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยสักเล็กน้อย เพราะสำหรับแฟนของ “โคนิจัง” แล้ว เราจะได้ชมการแสดงในแบบที่ไม่เคยเห็นมาจากผลงานเรื่องก่อน ๆ ของเธออย่างแน่นอนครับ

Farewell Song ผลงานกำกับโดย อากิฮิโกะ ชิโอตะ ที่คอหนังญี่ปุ่นในบ้านอาจจะคุ้นชื่อเขามาบ้างจากผลงาน Dororo เวอร์ชั่นคนแสดง เนื้อเรื่องดำเนินเรื่องผ่านตัวละครหลักเพียง 3 คน ประกอบไปด้วย ฮารุ (คาโดวากิ มุกิ), เรโอะ (โคมัตสึ นานะ) และ ชิมะ (นาริตะ เรียว) เรื่องราวทั้งหมด เริ่มต้นจากการที่ ฮารุ ซึ่งทำงานอยู่ที่เดียวกับ เรโอะ ได้ชวนเรโอะ มาฟอร์มวงดนตรีด้วยกันในชื่อ Haruleo ทั้งคู่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในระดับอินดี้ ทำให้ต่อมา ชิมะ อดีตโฮสต์หนุ่มที่ชื่นชอบในผลงานเพลงของวงที่ ฮารุ เป็นผู้ประพันธ์ได้เข้ามาสมัครเป็นผู้ช่วยในวง Haruleo มีชื่อเสียงมากขึ้นเช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของทั้งสามคนที่ค่อย ๆ ก่อตัว จนกลายเป็นบาดแผลที่เกิดขึ้นภายในใจ และนำไปสู่การทัวร์อำลาครั้งสุดท้ายของ Haruleo ในที่สุด

หน้าหนังของ Farewell Song เหมือนจะเป็นหนังโรแมนติกที่มีเซ็ตอัพเป็นแวดวงดนตรีระดับอินดี้ของญี่ปุ่น เดินเรื่องสไตล์ Road Movie ที่ไม่ค่อยพบในกลุ่มภาพยนตร์ญี่ปุ่นเท่าไรนัก ทว่าเนื้อแท้ของมัน ผู้เขียนกลับมองว่านี่คือหนังที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ของกลุ่มคนที่ต่างก็แอบชอบอีกฝ่ายเวียนต่อกันเป็นงูกินหาง ทำให้เกิดความรู้สึกที่อึดอัดและคลุมเครือขึ้นภายในคณะทัวร์ หนังถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มากหรือน้อยจนรู้สึกว่าเป็นการแสดงมากจนเกินไป เมื่อเกิดความเข้าใจที่ไม่ตรงกันแล้ว ทำให้การพูดคุยกันด้วยเหตุผลเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น ทว่าในช่องว่างของความไม่ลงรอยกันนั้น สิ่งที่เชื่อมพวกเขาและเธอเอาไว้ด้วยกันคือบทเพลงที่วงต้องนำไปแสดงในทุกโชว์ของการทัวร์ครั้งสุดท้าย ซึ่งเนื้อเพลงแต่ละเพลงก็คือความรู้สึกภายในใจที่ไม่สามารถสื่อออกมาเป็นคำพูดได้ ดูไปตระหนักได้ว่า หากคนเราสามารถหลีกเลี่ยงความรู้สึกไม่ดีต่อกันด้วยการหันหน้าเข้าหากันแล้วเปิดใจพูดคุยกันในทุก ๆ เรื่องได้ก็คงดีไม่น้อย

นอกจากการแสดงแล้ว ด้วยเซ็ตอัพที่มีฉากเป็นวงดนตรีอินดี้ ทำให้เราได้เห็นบางส่วนของการเดินทางสายดนตรีของศิลปินญี่ปุ่นที่เริ่มต้นจากการเป็นศิลปินอิสระ ไล่ไปตั้งแต่การแต่งเพลงด้วยตนเอง เริ่มจัดการแสดงข้างถนน จนได้ขึ้นแสดงในไลฟ์เฮาส์ มีผลงานซีดีวางจำหน่าย และการเดินสายทัวร์ด้วยตนเอง น่าเสียดายที่หนังเหมือนพยายามจะสื่อว่า Haruleo เป็นวงที่ดัง แต่ด้วยการเซ็ตติ้งที่เห็น ผู้เขียนไม่ได้รู้สึกว่าพวกเธอเป็นวงที่ดังในระดับอินดี้จริง หากแต่เป็นวงเล็ก ๆ ที่มีกลุ่มแฟนเพลงเหนียวแน่นมากกว่า จากการที่ยังต้องทำซีดีและออกทัวร์ด้วยตนเอง โดยมี ชิมะ เป็นทีมงานเพียงคนเดียวของวง อย่างน้อยก็น่าจะมีค่ายเพลงเล็ก ๆ เป็นต้นสังกัด มีทีมงานมากกว่านี้สักหน่อย เข้าใจว่าหนังคงไม่ได้เน้นในประเด็นนี้ แต่ในประเด็นอื่น ผู้เขียนก็มองว่าหนังยังมีความคลุมเครืออยู่พอสมควรในหลาย ๆ จุด ด้วยความที่ผู้กำกับใช้การเล่าแบบเปิดให้ผู้ชมตีความคิดต่อด้วยตนเอง แต่ในบางประเด็นมันก็ดูจะไม่จำเป็นต้องเปิดทิ้งเอาไว้แบบนั้น ในขณะที่ตอนจบของหนังก็สร้างประเด็นพูดคุยในกลุ่มของผู้เข้าร่วมชมได้เป็นอย่างมากในหลาย ๆ ความหมาย

ไฮไลท์สำคัญของ Farewell Song ที่อาจจะทำให้คุณรู้สึกคุ้มค่าตั๋วที่สุดก็คือการที่เราจะได้เห็น โคมัตสึ นานะ และนักแสดงนำอีก 2 คน ร้องเพลงและเล่นดนตรีด้วยตนเองจริง ๆ จากบทสัมภาษณ์ นานะ กับ มุกิ นั้นต้องเรียนการร้องเพลงและฝึกซ้อมกีตาร์ด้วยกันเพื่อแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งทั้งคู่สามารถแสดงออกมาได้เป็นอย่างดีราวกับร้องเพลงเป็นอาชีพมานาน แถมเรายังได้เห็น นานะ ในลุคผมสั้นที่หาดูได้ไม่ง่ายอีกด้วย  นอกจากนี้ บทเพลงในเรื่องที่เราได้ยินในฉากที่เป็นการแสดงดนตรี หลัก ๆ จะมีอยู่ 3 เพลงด้วยกัน ซึ่งเพลง Sayonara Kuchibiru ธีมหลักของเรื่องนั้นก็ได้คุณ โมโตฮิโระ ฮาตะ นักร้อง นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ชื่อดังของวงการดนตรีญี่ปุ่นมาโปรดิวซ์ให้ ส่วนอีก 2 เพลงอย่าง Tachimachi Arashi และ Dare ni Datte Wake ga Aru นั้นเป็นฝีมือการแต่งของศิลปินหญิงที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดคนหนึ่งของวงการเพลงญี่ปุ่นในยุคนี้อย่าง ไอมยอน (Aimyon) ที่มีคนแซวอยู่เหมือนกันว่าหน้าคล้ายกับ โคมัตสึ นานะ ในบางมุม นอกจากจะร้องเพลงกันในหนังแล้ว ทั้ง 3 เพลงนี้ก็ยังมีวางจำหน่ายจริง ๆ ในนามของวง Haruleo เหมือนในหนังอีกด้วยครับ ขอเชียร์แรง ๆ ให้ลองฟังกัน เพราะเพลงดีมากทุกเพลงจริง ๆ ครับ

โดยภาพรวมแล้ว Farewell Song ไม่ใช่หนังที่มีองค์ประกอบแข็งแรงในแง่ของงานศิลป์ แต่ก็เป็นหนังที่สื่อข้อความกลับมายังผู้ชมให้ตระหนักคิดและมองย้อนกลับมายังตนเองกับคนรอบข้างที่อาจจะกำลังมีความไม่ลงรอยกันอยู่ ในบางครั้งการผิดใจก็อาจเกิดขึ้นได้ แต่เราจะปล่อยให้อัตตาปิดกั้นความสัมพันธ์ไว้ตรงนั้น หรือหันหน้าปรับความเข้าใจกันเพื่อรักษามิตรภาพนั้นเอาไว้ เพราะในบางครั้งรอยร้าวก็ไม่ได้เกิดจากความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน แต่อาจจะเป็นเพียงเพราะการไม่ได้เปิดใจให้กันมากพอก็เป็นได้ครับ

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
3 หนุ่มหล่อขอเปิดตัวเอง! เตรียมพบกับภาพยนตร์ยอดนักสืบจิ๋วโคนันภาคล่าสุดเร็วๆนี้!!