มรณภูมิ เหตุแห่งการเกิดและการตาย จากโคะจิกิ : บันทึกประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่เก่าแก่ที่สุด

มรณภูมิ

สวัสดีอีกครั้งครับเพื่อน ๆ…ตำนานของเทพอิซานางิและอิซานามิ ที่ผมได้เล่าทิ้งท้ายไว้ครั้งก่อนกลับมาแล้ว!! หลังจากการเกิดขึ้นของแผ่นดินญี่ปุ่นอย่างน่าอัศจรรย์นั้น ยังมีเหตุการณ์ที่น่าสนใจต่อเนื่องมาอีกเหตุการณ์หนึ่ง เป็นเรื่องที่ว่าด้วย “มรณภูมิ” ภพภูมิที่อิซานามิผู้ล่วงลับต้องมาอาศัยอยู่ เป็นเหตุให้ต้องพลัดพรากจากอิซานางิสามีผู้เป็นที่รัก เรื่องราวกำลังเข้มข้น มีเรื่องชวนให้ประหลาดใจมากมาย…อย่ามัวรอช้า จงปล่อยใจให้ลอยไปอีกครั้ง จินตนาการไปตามตัวอักษรและเรื่องราวของโคะจิกิกันต่อเลยครับ!!

อย่าลืมอ่านตอนแรก “กำเนิดท้องฟ้าและผืนโลก” กันก่อนนะครับ!!

มรณภูมิ

หลังจากการจากไปของอิซานามิผู้เป็นภรรยา…อิซานางิผู้เป็นสามีก็ต้องทุกข์ระทมอย่างสุดแสน ปล่อยตัวไปกับวันเวลาร่ำไห้มิรู้จบนั้น ทะเลสาบที่เกิดจากน้ำตาของเขาก็ยิ่งดิ่งลึกขึ้นเป็นเท่าทวี

แต่ในที่สุด ความรัก ความโหยหาอิซานามิก็เพิ่มมากขึ้นจนระงับไว้มิได้ เขาจึงออกเดินทางไปยังมรณภูมิเพื่อหวังจะได้พบภรรยาแห่งตน

มรณภูมินั้นอยู่ในที่อันมืดมิดใต้พื้นโลก มีประตูหินเย็นยะเยือกปิดกั้นไว้อย่างแน่นหนา เมื่อเขาดั้นด้นมาถึงประตูแห่งนี้ จึงได้ร้องเรียกภรรยาผู้เป็นที่รักด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยนยิ่ง

มรณภูมิ

“อิซานิมิที่รัก นครที่เราร่วมกันสรรสร้างขึ้น บัดนี้เพียงแต่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นเท่านั้น ขาดก็แต่เพียงเจ้า กลับมาอยู่ร่วมกันเถิด อย่าได้ทนอยู่ในดินแดนที่มีแต่ความมืดและเยือกเย็นเช่นนี้เลย”

อิซานามิได้ยินเช่นนั้นจึงตอบกลับไปว่า…

“เหตุใดท่านจึงมาช้านัก บัดนี้ข้าได้รับอาหารแห่งดินแดนนี้ และได้กลายเป็นพลเมืองของที่นี่ไปเสียแล้ว…ข้าไปไหนมิได้อีกแล้ว…แต่ในเมื่อท่านอุตส่าห์ดั้นด้นมารับข้าถึงดินแดนนี้ ข้าจักลองไปทูลขอเหล่าเทพผู้เป็นใหญ่ดู โปรดจงรอข้าอยู่ที่นี่ และอย่าได้มองรูปลักษณ์ของข้าเป็นอันขาด”

นางกล่าวดังนั้น แล้วก็หายลับเข้าไปในความมืดแห่งมรณภูมิ ปล่อยให้สามีรออยู่ที่นั้นตามคำขอ

เวลาผ่านไปนานเท่านาน อิซานามิก็ยังมิกลับมาดังที่สัญญาไว้ อิซานางิจึงตัดสินใจเปิดประตูหินนั้นเข้าไปโดยพลการ

อิซานามิ ภรรยาแห่งตนที่ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

ภายในมีแต่ความมืดมิด อิซานางิจึงดึงหวีออกจากศีรษะ หักซี่หวีออกมาซี่หนึ่ง จุดไฟขึ้น เกิดเป็นแสงริบหรี่คอยนำทางไปในมรณภูมิแห่งนี้ ในที่สุดจึงพบร่างอิซานามิภรรยาแห่งตนเข้าให้…แต่อนิจจัง ร่างของนางบัดนี้ได้เน่าเฟะเต็มไปด้วยหนอนไชอยู่เต็มร่าง มีสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ลักษณะคล้ายปีศาจน้อย ถือกำเนิดขึ้นจากร่างที่เน่าเฟะนั้นด้วย

ภาพมังงะจำลองอิซานามิผู้ล่วงลับ ร่างเน่าเฟะไม่งามดังเดิม

ภาพภรรยาอันน่าเกลียดนี้ ทำให้อิซานางิถึงกับวิ่งหนีไปอย่างลืมตัว อิซานามิเห็นเช่นนั้นก็เป็นทุกข์ยิ่ง เคียดแค้นอย่างสุดแสน…

“ท่านนะท่าน ทั้งที่สัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะ ยังทำข้าได้ เจ็บใจยิ่งนัก น่าอับอายยิ่งนัก!” 

ผลไม้แห่งเทพ…ช่วยข้าด้วย!

กล่าวจบก็พลันร้องสั่งให้เหล่าปีศาจน้อยติดตามจับอิซานางิในทันใด เหล่าปีศาจก็ขานรับ พร้อมส่งเสียงร้องอันน่ากลัวออกไล่ตามไปโดยพลัน ในไม่ช้าปีศาจน้อยก็เข้าใกล้ตัวเข้าไปทุกที อิซานางิวิ่งไปพลางก็ดึงที่ประดับผมทิ้งไปพลาง เพื่อตัดรำคาญ เมื่อเครื่องประดับผมตกถึงพื้นดินก็เกิดเป็นองุ่นสีแดงน่ารับประทานงอกติดอยู่กับพื้น เหล่าปีศาจน้อยต่างพากันหยุดลงข้างทาง พากันกินองุ่นอย่างเอร็ดอร่อย ปล่อยให้อิซานางิหนีไปได้อีกไกล

อิซานางิ

แต่ไม่นานนัก ก็ได้ยินเสียงดังลั่นประหนึ่งแผ่นดินจะถล่ม เหล่าปีศาจเร่งรุจไล่ตามเข้ามาอีกครา อิซานางิจึงดึงหวีที่เสียบด้านขวาออกมา หักเป็นซี่ แล้วปาออกไปเบื้องหลัง พลันก็กลายเป็นหน่อไม้งอกผุดขึ้นเป็นหน่อ ๆ หลอกล่อเหล่าปีศาจสำเร็จ และหนีไปได้ไกลอีกเช่นเคย

ส่วนทางภรรยาก็แสนเศร้า มิอาจสะกดใจให้คลายจากความแค้น จึงสั่งเหล่าอสุรกายวิ่งเร็วดั่งลมพัด ไล่ตามไปจนทันอีกคราหนึ่ง อิซานางิจวนตัวจึงชักดาบออกมาฟาดฟันหมายจะคร่าชีวิตอสูรเสียให้สิ้น แต่ด้วยจำนวนที่มากมายนัก จึงถอยร่นมาถึงเนินเขาลูกหนึ่งนามว่า “โยโมซึฮิระ” เนินซึ่งเป็นเขตแดนระหว่างภูมิมนุษย์กับมรณภูมิ

ผลท้อมหัศจรรย์

เชิงของเนินเขานั้นมีต้นท้อใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง กิ่งของต้นมีผลท้อสีแดงงดงามติดอยู่มากมาย อิซานางิจึงเด็ดผลท้อนั้น ปาใส่อสุรกายอย่างสุดแรงเกิด ผลท้อที่ปาไปนั้นถูกอสุรกายตนหนึ่งเข้าอย่างจัง ทันใดนั้นผลท้อก็แยกออกเป็นสองผล ไปถูกอสุรกายอีกสองตน และแยกออกอีกเป็นสองไปถูกอสุรกายตนอื่น ติดต่อกันเป็นลูกโซ่ ด้วยการนี้ที่เริ่มต้นจากผลเดียว จึงแยกแตกออกเป็นผลท้ออีกนับไม่ถ้วน อสุรกายต่างพากันตกใจกลัว หนีกันกลับไปเสียกระเจิง อิซานางิจึงพ้นจากอันตราย และกล่าวกับต้นท้อว่า…

“ขอบคุณมากที่ได้ช่วยข้าในวันนี้ ต่อไปในวันหน้า หากมีมนุษย์ผู้ใดตกอยู่ในภยันตราย ก็ขอได้โปรดช่วยเขาเหล่านั้นให้เหมือนกับข้าด้วยเถิด”

ลูกท้อ ผลไม้แห่งเทพ

ด้วยเหตุนี้อิซานางิก็ได้มอบชื่อให้กับต้นท้อว่า “โอคามิซึมิโนะกามิ” หรือ “ผลไม้แห่งเทพ” และนี่ก็เป็นที่มาของงานเทศกาลปาถั่ว ขับไล่สิ่งชั่วร้าย หรือเทศกาล “เซะซึบุน” ที่ใช้ถั่วเพื่อให้สะดวกมากขึ้นไม่เลอะเทอะนั่นเอง

เหตุแห่งการเกิดและการตาย

อิซานางิกั้นประตูหินจากอิซานามิ ภรรยาผู้อาฆาตแค้น

แต่เมื่อภรรยาของเขาทราบเข้า ก็เจ็บแค้นยิ่งนักที่ไม่สามารถจับตัวสามีมาได้สำเร็จ จึงได้ติดตามมาด้วยตนเองถึงเนินเขา แต่ก็สายไปเสียแล้ว ด้วยว่าอิซานางิได้นำหินก้อนใหญ่มาปิดทางเข้าออกเนินนั้นเสียแล้ว อิซานามินั้นก็โศกเศร้าอย่างสุดแสน น้ำตาไหลริน ร้องตะโกนขึ้นด้วยความแค้นเคืองว่า

โอ~ ท่านช่างใจดำเหลือเกิน เมื่อท่านร้ายกาจถึงเพียงนี้ ข้าจักมอบคำสาปแช่งของข้าให้ท่านเป็นการตอบแทน ข้าจักฆ่ามนุษย์ในโลกของท่าน ให้ล้มตายจากกันไป 1,000 คน ในทุกเมื่อเชื่อวัน

อิซานางิได้ฟังเช่นนั้นจึงกล่าวตอบ…

จอมใจเจ้าเอย…หากเป็นดั่งคำเจ้าแล้ว ข้าจักตอบแทนเจ้าด้วยการให้กำเนิดมนุษย์ในโลก
ทุกวัน…ทุกวัน…1,500 คน เป็นเท่าทวีที่เจ้าทำให้ล้มตายไปนั้นแล

ด้วยปณิธานของทั้งสองเทพนี้เอง ในวันหนึ่ง โลกของเราจึงมีมนุษย์กำเนิดขึ้น แลล้มตายลงไป เวียนวนเช่นนี้ นับแต่นั้นเป็นต้นมา

ที่มา: 古事記

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
พาเที่ยว “ไดโจเคียว” วัดพุทธญี่ปุ่นในอินเดีย