ขอหย่าไม่ได้…ก็ต้องหนีเท่านั้น ! วัดที่พึ่งพิงของผู้หญิงสมัยเอโดะ

駆け込み寺
駆け込み寺

สมัยเอโดะเป็นสมัยที่ผู้หญิงอยากหย่าแค่ไหนก็ทำได้ยากมาก ๆ เลยค่ะ เพราะเป็นยุคของซามุไร มีการปกครองในระบอบศักดินา วัฒนธรรมการยกให้ผู้ชายเป็นใหญ่ค่อนข้างเข้มข้น แต่สิ่งที่มาช่วยเหล่าภรรยานั้นก็คือ วัดตัดสัมพันธ์หรือ “วัดลี้ภัย” นั่นเอง มารู้จักวัดที่อยู่เคียงข้างเหล่าภรรยาที่อยากหย่าร้างในสมัยเอโดะกันค่ะ

วัดลี้ภัยหรือเรียกอีกชื่อว่าวัดตัดสัมพันธ์ ?

วัดลี้ภัย (駆け込み寺) ในสมัยเอโดะ มีอยู่ 2 วัด ได้แก่ “วัดโทเคจิในคามาคุระ (東慶寺)” และ “วัดมันโตะคุจิในกุนมะ (満徳寺)” ก่อนสมัยเอโดะก็เคยมีวัดในลักษณะนี้เช่นกัน แต่วัดที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลโชกุนมีแค่ 2 วัดนี้เท่านั้น

Tokeiji
วัดโทเคจิ
Mantokuji
วัดมันโตะคุจิ

ปัจจุบันวัดมันโตะคุและวัดโทเคจิได้กลายเป็น power spot หรือจุดรับพลัง เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับหญิงสาวที่หย่าร้างแล้วมาอธิษฐานขอให้ได้เจอคู่ครองใหม่ที่ดี

แต่ในสมัยเอโดะ ภรรยาที่ต้องการจะหย่าร้างจะหนีมาที่วัดทั้งสองแห่งนี้ และแสดงความประสงค์ขอหย่า หลังจากที่ทางวัดฟังคำชี้เแจงของภรรยาแล้ว จะมีการส่งหมายเรียกไปยังฝ่ายสามี แต่ไม่ใช่ว่าวัดจะรับคำร้องของภรรยาทันที ถ้าคำชี้แจงของภรรยามีจุดที่รู้สึกว่าผิดแปลกไป ก็ให้กลับบ้านทั้งอย่างนั้นก็มี

駆け込み寺

กระบวนการไกล่เกลี่ยของทางวัด

สำหรับกระบวนการไกล่เกลี่ยของทางวัดนั้นจะมีการไกลเกลี่ยโดยเจ้าหน้าที่ โดยส่วนใหญ่จะหย่าร้างกันในขั้นนี้ เนื่องจากถ้าปล่อยให้ยืดยาวกว่านี้ ฝ่ายภรรยาจะต้องเข้ามาอยู่ที่วัด หรือไม่สามีก็โดนเจ้าหน้าที่ต่อว่า เสียเวลาในการดำเนินการอีก การตกลงให้ได้ข้อสรุปตั้งแต่ขั้นแรก ๆ จึงดีต่อทั้งสองฝ่ายมากกว่า นอกจากนี้ยังมีการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาพูดคุยด้วย ทำให้บรรดาบ้านบริเวณรอบวัดทำธุรกิจที่พักเรียวกังบ้าง ร้านรับเขียนเอกสารแทนไปด้วย

ฝ่ายสามี ตั้งแต่ที่มีหมายเรียกมาถึงก็ต้องตัดสินใจว่าจะไปที่วัด หรือฝากส่งใบหย่าไปกับคนส่งจดหมาย แต่หากไม่ยื่นใบหย่าและไม่ไปไกล่เกลี่ย ก็จะถูกทางการบังคับให้ไปตามหมายเรียก ซึ่งใบหย่านี้มีความสำคัญมาก ฝ่ายภรรยาจะหย่าได้ต้องมีใบหย่าซึ่งเขียนโดยฝั่งสามีเท่านั้น ไม่อย่างนั้นก็ไม่สามารแต่งงานใหม่ได้

ถึงอย่างนั้นแล้ว หากฝ่ายสามียังอิดออดอยู่ ฝ่ายภรรยาก็จะไปอยู่สำนักชีเป็นเวลา 3 ปี และถึงแม้จะไม่ได้เป็นแม่ชี แต่ภรรยาก็ต้องใช้ชีวิตในวัดอย่างยากลำบาก ตามบันทึกกล่าวว่ามีคนแอบหลบหนีด้วย

หลังจากที่ภรรยาทำหน้าที่ที่วัดครบ 3 ปี การหย่าก็เป็นอันสำเร็จ บางกรณีอาจใช้เวลา 2 ปี นอกจากนี้ที่วัดยังมีกฎว่า ป่วยก็ออกจากวัดไม่ได้ แต่ก็มีกรณีที่อนุญาตให้พักรักษาตัวแถวที่พักรอบ ๆ วัดได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

สามีจะประพฤติไม่ดีอย่างไรก็ตาม ก็ขอหย่าไม่ได้

ตัวของฝั่งภรรยานั้นไม่มีสิทธิ์ขอหย่า จะขอหย่าได้กรณีที่สามีทำความผิดร้ายแรง สามีหายไปเกิน 10 เดือน และกรณีที่สามีกลับบ้านเกิดไปแล้วหลายปีแล้วไม่มีการติดต่อกลับมาเท่านั้น นอกเหนือจากนี้ถึงแม้สามีจะประพฤติไม่ดีอย่างไรก็ตามก็ขอหย่าไม่ได้ เมื่อทำอย่างไรสามีก็ไม่เขียนใบหย่าให้ ฝ่ายภรรยาต้องไปฟ้องที่ที่ว่าการหรือบ้านตระกูลซามุไร แล้วถ้ายังหย่าไม่ได้อีก ก็ต้องมาพึ่งวัดนั่นเอง

วัดลี้ภัยในสมัยเอโดะค่อนข้างมีชื่อเสียง

โฮซูมิ ชิเกะโทะโอะ(穂積重遠)นักกฎหมาย หรือมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “บิดาแห่งกฎหมายครอบครัวญี่ปุ่น” กล่าวในหนังสือชื่อ “離縁状と縁切寺 (ใบหย่ากับวัดตัดสัมพันธ์)” ว่าการหนีไปพึ่งวัดลี้ภัยเป็นทางเลือกสุดท้าย ดู ๆ แล้วภรรยาก็ต้องเตรียมใจมาพอสมควรแล้วถึงเลือกวิธีนี้

ปี 2015 มีภาพยนตร์เรื่อง “Kakekomi (駆込み女と駆出し男)” เล่าเรื่องเกี่ยวกับความทุกข์ทรมานของภรรยาเหล่านั้นอยู่ด้วย

Kakekomi
ภาพยนตร์เรื่อง Kakekomi

จากบันทึกของวัดโทเคจิ ยังมีเอกสารของปีเมจิที่ 2 และ 3 หลงเหลืออยู่ แปลว่า ภรรยายังมีการหนีมาเพื่อหย่าเรื่อยมาจนถึงสมัยเมจิ ทำให้เห็นว่ายุคที่ความปรารถนาของผู้หญิงถูกกดนั้นมีมาเนิ่นนานพอสมควรเลยค่ะ

ถ้าเหล่าผู้หญิงที่หนีไปพึ่งวัดในตอนนั้นรู้ว่าในขณะนี้สามารถหย่าอย่างอิสระได้แล้ว จะเป็นอย่างไรกันนะ

ที่มา : mag.japaaan , mag.japaaan kenyu.red, konotabi
ผู้เขียน : cottoncandy

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
นิทานพี่น้องกริมม์ฉบับโอกินาวา? เรื่องเล่าความสัมพันธ์โพ้นทะเลในนิทานปรัมปรา