ทำความรู้จัก “ละครโน” นาฏกรรมของชนชั้นสูง (ฉบับเข้าใจง่าย)

ถ้าจะพูดถึงนาฏกรรม หรือ ศิลปะการแสดงละครต่อหน้าสาธารณชนของญี่ปุ่นแล้ว คงจะไม่พูดถึง “ละครโน”「能楽」ไปเสียมิได้…ผมอยากจะขอขยายความการออกเสียงชื่อ “ละครโน” อีกสักนิด เนื่องจากเมื่อถูกถอดเสียงมาเป็นภาษาไทยแล้ว เรามักจะเข้าใจผิด และทำให้การเรียกละครโนในประเทศไทย กลายเป็น “ละครโนะ” ไปเสียหมด

การออกเสียงคำว่า “ละครโน”

ละครโน เกิดจากการรวมกันของอักษรคันจิ 2 ตัว ได้แก่「能」และ「楽」ออกเสียงว่า “โน” (nou) ที่เป็นเสียงยาว แปลว่าความสามารถ และ “ละกุ” (ra-ku) ที่แปลว่า ง่าย สบาย…เมื่อเกิดการสมาสคำจึงกลายเป็น “โน-งะกุ” ที่ควรแปลเสียงไทยให้ถูกต้องได้ว่า “ละครโน” มิใช่ละครโนะ ตามที่ถอดมาจากภาษาอังกฤษอีกต่อหนึ่งด้วยการสะกดว่า Noh นั่นเองครับ

ศิลปวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ยังมีชีวิต

โน เป็นศิลปะการแสดงของชนชั้นสูงชาวญี่ปุ่นที่มีประวัติยาวนานย้อนไปได้ไกลถึงศตวรรษที่ 14 นับเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่มีความเก่าแก่และได้รับการอนุรักษ์สืบทอดเอาไว้อย่างต่อเนื่องมาช้านาน กลายมาเป็นภาพลักษณ์สำคัญของศิลปวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ยังทำการแสดงอย่างต่อเนื่องมาจนกระทั่งปัจจุบัน นอกจากนี้ ละครโน ยังได้รับการประกาศจาก UNESCO ในปี 2001 ให้เป็น Masterpieces of the Oral and Intangible Heritage of Humanity อีกด้วย

กำเนิด ละครโน

ละครโน เกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 14 คือช่วงปลายสมัยคะมะกุระ「鎌倉時代」- สมัยมุโรมะจิ「室町時代」หรือราว ๆ อาณาจักรสุโขทัย-อยุธยา ของเรานั่นเองครับ เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังอยู่ในสภาวะที่ไม่มั่นคง การเมืองภายในมีความวุ่นวาย เต็มไปด้วยสงครามและการรบราฆ่าฟันกันไม่รู้จบ

แต่ละครโนกลับเป็นศิลปะการแสดงที่มีความสุขุมนุ่มลึกในรายละเอียดของอารมณ์ที่ผู้แสดงใช้ในการถ่ายทอด ผ่านมาทางท่าทาง และการเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ เป็นแนวรูปเลขาคณิต เนื้อหาของละครโดยมากจะเกี่ยวข้องกับการบูชาเทพเจ้า ซึ่งแสดงความเป็นละครโนได้ชัดเจนที่สุด ตามความเชื่อที่ถูกผสมผสานกันระหว่าง “ชินโต” ที่พูดถึงความสะอาด และเรื่องราวของเทพเจ้าในทุกสรรพสิ่ง ผสานเข้ากับ “พุทธ” ในเรื่องของความสงบเรียบง่าย โดยถ่ายทอดผ่านการเต้นรำในสมัยโบราณ และการฟ้อนรำในพิธีการบวงสรวงสักการะ ที่ถูกปรับปรุงให้ดีเลิศผ่านกาลเวลา จนถึงขีดสุดและได้รับความนิยมอย่างมาก กว่า 2 ศตวรรษในประวัติศาสตร์ของพวกเขา

ละครโน เป็นนาฏกรรมที่ใช้นักแสดงชายทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยนักแสดง 2 ประเภท ได้แก่ ตัวละครหลัก หรือ ชิเตะ และตัวละครสมทบ หรือ วากิ โดยเรื่องราวจะดำเนินไปตามบทบาทที่สะท้อนออกมาผ่านหน้ากากนั่นเองครับ และที่ขาดไม่ได้คือดนตรีประกอบ จากนักร้อง หรือ จิอุไต และนักดนตรี หรือ ฮะยะชิคะตะ ที่รับรองว่าใครได้ฟังก็ต้องตราตรึงไปสามวันแปดวันแน่นอน!!

ละครโน กับสิ่งสำคัญ 4 อย่าง

ถ้าให้พูดถึงละครโนให้ง่ายที่สุด เพื่อจะเข้าใจนาฏกรรมอันเรียบง่ายแต่ซับซ้อนที่สุดนี้ เพื่อน ๆ ควรจะรู้จักองค์ประกอบสำคัญของละครโน 4 อย่าง ไปเริ่มกันเลยครับ!

เวที
เวทีละครโนนั้นเรียบง่าย ทำมาจากไม้ Ennoki มีจุดสำคัญอยู่ที่ฉากหลัง ที่วาดเป็นรูปต้นสน เรียกกันว่า คะกะมิอิตะ มีที่มาอยู่ที่ว่า แต่เดิมแล้วละครโนไม่ได้ทำการแสดงต่อหน้าผู้ชม แต่เป็นการแสดงต่อหน้าต้นสน ซึ่งเป็นที่สิงสถิตของพระเจ้าตามความเชื่อของชินโต ด้วยการมีเนื้อหาเป็นไปเพื่อบูชาเทพเจ้าต่าง ๆ 

แต่ต่อมาเมื่อได้รับความนิยมมากขึ้น ผู้ชมจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของนาฏกรรมอันยิ่งใหญ่นี้ จึงให้จินตนาการว่าฝั่งที่นั่งผู้ชมมีต้นสนศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่เช่นเคยไม่แปรเปลี่ยน และวาดต้นสนขึ้นใหม่ให้คงอยู่คู่เวทีละครโนไปชั่วกาล เป็นภาพสะท้อนของต้นสนด้านหน้าทางฝั่งผู้ชมนั่นเองครับ

นอกจากนี้ยังมีทางเดินที่ทอดยาว เรียกว่า ฮะชิกะคะริ มุ่งไปสู่ม่านห้าสี อะเกะมะคุ ที่เป็นทางเข้าออกของนักแสดง โดยสีของผ่านม้าทั้ง 5 สี เป็นตัวแทนของ ดิน น้ำ ไฟ ลม และท้องฟ้า กั้นกลางระหว่างส่วนหน้าเวที ที่ตีความว่าเป็นโลกปัจจุบัน และหลังเวที คือโลกแห่งความตายนั่นเอง

ทางเดิน ฮะชิกะคะริ มุ่งหน้าสู่ม่าน 5 สี อะเกะมะคุ

หน้ากาก

นักแสดงทุกคนจะต้องสวมใส่หน้ากาก เป็นเครื่องบ่งบอกทั้งบทบาทที่ได้รับ อารมณ์ที่แสดงออก และบุคลิกของตัวละคร รวมถึง เพศ อายุ และอื่น ๆ หรือเรียกได้ว่าเป็นทั้งหมดของการแสดงที่ดึงดูดสายตาผู้ชมก็ว่าได้ การสวมใส่หน้ากากจะทำให้ผู้แสดงไม่สามารถก้มมองปลายเท้าในขณะแสดงได้ ดังนั้นจึงต้องใช้สมาธิและความชำนาญในการแสดงอย่างมาก เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด และเป็นสาเหตุหลักของการเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของละครโน

เสื้อผ้า

เครื่องแต่งกายของละครโน เรียกว่า โนโชโซกุ ประกอบด้วยผ้าหลากหลายประเภท เป็นอีกส่วนสำคัญของการแสดงและบทบาทของตัวละคร เพราะบ่งบอกถึงฐานะ อารมณ์ และบุคลิก เพื่อเสริมกันกับหน้ากากได้เป็นอย่างดี และชุดที่มีความซับซ้อนยุ่งยาก มีรายละเอียดมากในการใส่นี้ เป็นอีกเสน่ห์ของการแสดงที่นักแสดงต้องใช้ความว่องไวในการเปลี่ยนด้วยผู้ช่วยที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ เพื่อให้ก้าวออกมาสู่เวทีเบื้องหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่บางครั้งพวกเขาก็ต้องเปลี่ยนกันต่อหน้าผู้ชมในขณะแสดงก็มีนะครับ!!

สี

สีในละครโน ใช้ในการบ่งบอกสถานะของตัวละคร อันได้แก่
สีขาว แทน ชนชั้นสูง
สีแดง แทน หญิงสาว
สีฟ้าอ่อน แทน อารมณ์ที่หุนหันพลันแล่น
สีน้ำเงินเข้ม แทน คนที่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
สีเขียวอ่อน แทน ข้าทาส บริวาร
สีน้ำตาล แทน คนรับใช้ ชาวไร่ชาวนา

ว่ากันไปได้ยืดยาว แต่ที่ผมเล่ามานี้ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความซับซ้อนที่ยังมีรายละเอียดอีกมากของละครโนอันทรงเสน่ห์ที่อยากจะเชิญชวนเพื่อน ๆ ให้ไปสัมผัสอีกมุมหนึ่งของญี่ปุ่นให้ได้สักครั้งในชีวิต ถึงแม้ว่าบทพูดและเสียงร้องในการแสดงจะฟังเข้าใจได้ยากมาก เพราะเป็นภาษาโบราณที่ยังคงอนุรักษ์เอาไว้ไม่เสื่อมคลาย แต่ปัจจุบัน ผู้จัดการแสดงก็มักจะมีคู่มือบรรยายเป็นภาษาอังกฤษประกอบอย่างละเอียด ก็ถือว่าช่วยให้ชาวต่างชาติเข้าถึงศิลปะชั้นสูงของญี่ปุ่นนี้ได้โดยง่ายมากขึ้น แต่ผมรับรองว่าแค่ได้ไปสัมผัสบรรยากาศก็คุ้มเกินคุ้ม เป็นญี่ปุ่นในอีกแบบ ที่ซุกซ่อนอยู่ในความศิวิไลซ์ของโลกยุคใหม่ที่รับรองว่าเพื่อน ๆ จะต้องโหยหาและกลับไปชมอีกนับครั้งไม่ถ้วนแบบผมแน่นอนครับ!!

ที่มา: ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ฉบับสร้างชาติ, วีระชัย โชคมุกดา , UNESCO

Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
สุดะ มาซากิ เตรียมออกเพลงใหม่ล่าสุด แต่งและโปรดิวซ์โดย เคนชิ โยเนซุ