โปรเจคต์รื้อถอนบ้านอายุ 300 ปีข้ามน้ำข้ามทะเลไปสร้างใหม่ในอเมริกา

ลำพังการบูรณะบ้านเก่าแก่อายุเป็นร้อยปีก็นับเป็นงานใหญ่อยู่แล้ว แล้วยิ่งต้องรื้อถอนเพื่อสร้างใหม่ให้เหมือนเดิมยิ่งเป็นงานช้างเลยละครับ วันนี้ผมจะพาไปดูโปรเจคต์ขนย้ายคฤหาสน์อายุกว่า 300 ปีจากญี่ปุ่นไปประกอบใหม่ในอเมริกากันครับ

ย้ายบ้านญี่ปุ่นโบราณอายุร่วม 320 ปีไปอเมริกา!?

แผนการรื้อถอนเพื่อนำบ้านโบราณอายุร่วม 320 ปีจากเมืองมารุงาเมะ จังหวัดคางาวะ ซึ่งรอดพ้นจากไฟสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อย้ายไปสร้างใหม่ที่รัฐแคลิฟอเนีย สหรัฐอเมริกา กำลังคืบหน้าไปแล้วละครับ “แผนการย้ายบ้านทั้งหลังข้ามน้ำข้ามทะเล” จะคืบหน้าไปแบบไหน ทางสื่อออนไลน์ Atlas Obscura กำลังตามติดข่าวของแผนการที่ดูไม่น่าจะเป็นไปได้นั่นอยู่ครับ

บ้านที่มีกำหนดจะย้ายไปปลูกสร้างใหม่ที่หอสมุดแฮนทิงตันซึ่งเป็นของมูลนิธิแฮนทิงตันในแคลิฟอเนียคือ คฤหาสน์โยโคอิ ซึ่งตั้งอยู่ที่อิมัทซึ เมืองมารุงาเมะ คฤหาสน์โยโคอิตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 1,180 ตารางเมตร ซึ่งแต่เดิมแล้วเป็นของผู้ใหญ่บ้านที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐดูแลหมู่บ้านในสมัยเอโดะ

หอสมุดแฮนทิงตัน
หอสมุดแฮนทิงตัน

ในสมัยเอโดะ นักรบส่วนมากจะจากหมู่บ้านที่เกิดย้ายไปอยู่เอโดะหรือโอซาก้า และยกหน้าที่การบริหารหมู่บ้านให้กับผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งผู้ใหญ่บ้านได้ทำการบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับการเกษตร ประวัติศาสตร์ในท้องถิ่น และผลิตผลเอาไว้ และชุดข้อมูลของหมู่บ้านก็ถูกเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดีเรื่อยมาครับ

ตามบันทึกของผู้ใหญ่บ้านพบว่า คฤหาสน์โยโคอิแต่เดิมแล้วเป็นสมบัติของผู้ใหญ่บ้าน ถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าบ้านโยโคอิรุ่นที่ 7 ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อปีค.ศ. 1713 บ้านญี่ปุ่นที่มีโครงสร้างหลักเป็นเสา ขื่อคาน บานเลื่อนไม้ บานเลื่อนกระดาษ และกระเบื้องหลังคา ถูกรักษาเอาไว้อย่างดีโดยแทบไม่มีการแตะต้องรูปลักษณ์ภายนอกเลยตลอดช่วงเวลา 300 ปี

เจ้าบ้านรุ่นที่ 19 คุณโยโคอิ เทรุและคุณโยโคอิ โยโกะได้บริจาคคฤหาสน์หลังนี้ให้กับมูลนิธิแฮนทิงตันในปี 2016 จากคำบอกเล่าของโรเบิร์ต โฮริ โปรไดเร็คเตอร์และผู้ดูแลมูลนิธิแฮนทิงตันคือบรรพบุรุษของคุณโยโคอิเคยเป็นนักรบที่ต่อสู้อยู่เคียงข้างโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ แต่ต่อมาได้สูญเสียตำแหน่งกลายเป็นราษฎรธรรมดา แต่เพราะเป็นอดีตนักรบจึงได้รับการศึกษาดีกว่าคนอื่น ด้วยเหตุนี้บรรพบุรุษของคุณโยโคอิจึงรับหน้าที่จัดการทำบันทึกในฐานะผู้ใหญ่บ้าน และเหลือมรดกตกทอดเอาไว้ให้ผู้ที่มาเยือนหอสมุดแฮนทิงตันได้เรียนรู้ศึกษาวัฒนธรรมญี่ปุ่นกันครับ

กว่าจะย้ายบ้านได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ

การนำบ้านที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานข้ามทะเลไปไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ อย่างแรกเลยคือเป็นบ้านไม้ หากมีความเสียหายจากปลวกหรือการเสื่อมสลายก็ไม่สามารถย้ายไปสร้างใหม่ได้ และการนำไปสร้างใหม่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลญี่ปุ่น และในตอนที่แยกชิ้นส่วนไปสร้างใหม่ที่แคลิฟอร์เนียก็จะต้องสร้างตามมาตรฐานการก่อสร้างของอเมริกาหรือไม่ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัด มูลนิธิแฮนทิงตันใช้เวลาศึกษาและดำเนินการในเรื่องเหล่านี้กว่า 2 ปีจึงได้ตัดสินใจครับ

เมื่อเคลียร์ปัญหามากมายต่าง ๆ ได้แล้ว แผนการย้ายบ้านไปสร้างใหม่ก็เข้าสู่ขั้นตอนการลงมือทำงานจริงครับ ในปี 2019 ก็เริ่มขั้นตอนแรก คือการรื้อถอนตัวอาคารและติดฉลากไม้ทั้งหมดที่ถูกแยกส่วนออกมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนครับ

และยังต้องทำแผงผังขนาดใหญ่เพื่อให้ประกอบบ้านกลับมาได้อย่างถูกต้องด้วย

ในเดือนพฤษภาคม ปี 2019 ทีมงานมืออาชีพจากเมืองมัทสึยามะ จังหวัดเอฮิเมะได้ทำการแยกส่วนเสาและขื่อคานออก ไม้ทั้งหมดจะถูกทำความสะอาดด้วยมือทีละชิ้น ๆ แต่หากมีชิ้นไหนที่ไม่สามารถใช้งานซ้ำได้อีกแล้วก็จะมีการทำชิ้นส่วนจำลองเอาไว้ครับ การทำงานเหล่านี้เหมือนการซ่อมแซมบูรณะภาพวาดเก่าแก่ คือต้องระมัดระวังไม่ให้สูญเสียความเก่าแก่ไป ซึ่งคุณโฮริตระหนักถึงเรื่องนี้ดี และคาดว่างานบูรณะไม้ทั้งหมดน่าจะเสร็จสิ้นภายในปี 2019 ครับ

เสร็จจากงานซ่อมแซมบูรณะแล้ว จะส่งขื่อคานและเสาไปยังหอสมุดแฮนทิงตันทางเรือ จากนั้นก็จะให้ทีมผู้เชี่ยวชาญของแคลิฟอร์เนียใช้ชิ้นส่วนเหล่านั้นประกอบขึ้นมาใหม่ครับ และยังมีกำหนดการว่าจะย้ายโกดังไปพร้อมกับบ้านด้วย ซึ่งทางมูลนิธิแฮนทิงตันจะพยายามสร้างสวนญี่ปุ่นและสิ่งรายล้อมรอบบ้านขึ้นมาใหม่ทั้งหมดครับ แต่กระท่อมคนเฝ้าประตูของเดิมไม่มีอยู่แล้วจึงจะสร้างของจำลองขึ้นมาใหม่ หากแผนงานเดินไปได้ตามลำดับ คฤหาสน์ที่ถูกเคลื่อนย้ายไปน่าจะเริ่มเปิดให้เข้าชมได้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2020 หรือปี 2021 ครับ

ที่มา: gigazine
ผู้เขียน: HAKURO

Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed Instagram Feed

เราคือเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นเชิงสร้างสรรค์สำหรับคนรักญี่ปุ่นโดยเฉพาะ!

More Stories
Art Nouveau ของ Mucha: ศิลปะตะวันตกที่ได้รับอิทธิพลจากภาพอุคิโยะ และเป็นแรงบันดาลใจให้โชโจมังงะ