อาหารขึ้นชื่อของโอกินาวะนั้นไม่ได้มีแต่ผัดมะระหรือโซบะโอกินาวะเท่านั้น ที่จังหวัดโอกินาวะนั้นมีวัฒนธรรมด้านอาหารการกินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างจากภูมิภาคอื่นของญี่ปุ่น มีวัตถุดิบและเมนูไม่เหมือนใครหลายอย่าง วันนี้เราจึงอยากลองชวนคุณผู้อ่านทุกท่านมาสัมผัสประสบการณ์ในการสนุกกับการออกทริปตระเวนกินอาหารที่ยังไม่เคยลิ้มลองพลางครุ่นคิดสงสัยไปว่า “นี่มันอะไรกันเนี่ย?” ในบทความนี้เราจึงจะมาแนะนำเมนูโอกินาวะอันโดดเด่นไม่เหมือนใครที่จะทำให้คุณๆ สนุกสนานกับการเดินทางยิ่งขึ้น
เสน่ห์ของโอกินาวะไม่ได้มีอยู่แค่ทะเลแสนสวยกับจุดท่องเที่ยวที่งดงามเท่านั้น แต่ยังมีวัฒนธรรมการกินที่แตกต่างจากภูมิภาคอื่นด้วย แล้วอาหารโอกินาวะอันโดดเด่นไม่เหมือนใครนี้ยังถ่ายรูปขึ้นสุดๆ เหมาะสำหรับการอัพลงโซเชียลเก็บไว้เป็นความทรงจำมากๆ เลย มาสนุกสนานไปกับทริปตะลุยชิมของอร่อยที่โอกินาวะกันเถอะ!
เมนูที่เราจะแนะนำให้คุณผู้อ่านได้รู้จักในครั้งนี้ ไม่ใช่เมนูขึ้นชื่อที่เป็นที่รู้จักกันตามปกติ เช่น ผัดมะระ โซบะโอกินาวะ หรือหูหมู แต่เราได้เลือกเมนูที่จะทำให้คุณผู้อ่านรู้สึกตื่นเต้นสงสัยว่า สิ่งนี้คืออะไร แล้วมันจะมีรสชาติยังไง? ถ้าหากว่าใครจะไปโอกินาวะหรือคิดว่าอยากไปเที่ยวโอกินาวะ ก็ลองใช้บทความนี้เป็นไกด์นำเที่ยวด้านอาหารดูก็ได้นะ
1. ชาบุขุบุขุ
View this post on Instagram
สิ่งที่ดูแวบแรกแล้วดูเหมือนน้ำแข็งไสนี้ จริงๆแล้วคือชาแบบดั้งเดิมของโอกินาวะ ส่วนที่ฟูฟ่องนั้นทำมาจากการตีชาผสมน้ำข้าวคั่วจนขึ้นฟอง คิดไปคิดมาก็แอบคล้ายกับกาแฟลาเต้เหมือนกันนะเนี่ย ชาที่ว่านี้ไม่มีรสหวาน และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ด้านบนโรยด้วยถั่วลิสงบด เข้ากั๊นเข้ากันกับขนมแบบโอกินาวะ
สามารถตามไปลิ้มลองกันได้ที่
UCHINA CAFÉ BUKU-BUKU
เวลาทำการ 10:00 – 19:00 (ร้านหยุดทุกวันอังคาร)
ร้านที่มีให้ทดลองชงชาบุขุบุขุเองก็มีเหมือนกัน เพราะการตีฟองของชาบุขุบุขุก็ใช้เครื่องไม้เครื่องมือเหมือนมัชฉะ ถ้าลองแข่งกับเพื่อนว่าใครจะตีฟองได้สวยงามกว่ากันก็น่าสนุกดีเหมือนกันนะ!
ไปลองได้ที่
ร้าน Kariisanfan
เวลาทำการ 10:00 – 17:30 (ปิดทุกวันอังคารและพุธ)
2. มูจี
โมจิแบบดั้งเดิมของโอกินาวะ มีความหมายในเรื่องของโชคดีด้วยนะ
View this post on Instagram
มูจี หรือในอีกชื่อคือโอนิโมจิ ใช่แล้ว มันคือโมจินั่นเอง มูจีจะถูกห่อด้วยใบ Shell ginger อันเป็นพืชในตระกูลข่า ซึ่งพืชชนิดนี้ถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการเสริมความงามด้วยล่ะ มูจีเป็นอาหารที่มีความหมายในเรื่องของโชคดีและเป็นอาหารที่เป็นที่รักของชาวโอกินาวะมาเนิ่นนาน ชนิดที่ถึงกับมีการจัดงาน “วันมูจี” ด้วยนะ
น่ารักน่ากิน น่าถ่ายรูปเก็บไว้ด้วย
View this post on Instagram
เนื่องจากมูจีไม่ได้มาจากการเอาข้าวเหนียวมาตำ แต่ใช้การนึ่งแทน จึงมีเนื้อสัมผัสที่ต่างออกไปจากโมจิปกติ เมื่อรวมกับกลิ่นของ shell ginger จึงกลายเป็นความอร่อยที่ชวนให้ติดใจเข้าอย่างจัง นอกจากนี้มูจียังมีหลากหลายรสชาติ เช่น น้ำตาลทรายแดง มันม่วง ฯลฯ แล้วยังมีสีสันสดใสสวยงาม ถ้าซื้อไปเป็นของฝากก็เข้าท่ามากๆเลยล่ะ
อยากลองหาชิม ไปซื้อได้ที่
ร้านโมจิ Yamaya
เวลาทำการ 9:00 – 18:00(หยุดทุกวันพฤหัสบดี)
3. รูตเบียร์
View this post on Instagram
รูตเบียร์เป็นเครื่องดื่มที่ชาวโอกินาวะคุ้นชิน น้ำอัดลมไม่ผสมแอลกอฮอล์ที่มีขายแค่ที่ A&W สาขาโอกินาวะเท่านั้น มีเอกลักษณ์โดดเด่นอยู่ที่กลิ่นสมุนไพรและรสชาติที่แตกต่างไม่เหมือนใคร
View this post on Instagram
รูตเบียร์มีรสชาติที่หลายคนถกเถียงกันว่าตกลงมันอร่อยหรือไม่อร่อยกันแน่ คนที่ชอบก็ชอบไปเลย ส่วนคนที่เกลียดก็เกลียดไปเลย แต่ไม่แน่ว่าบางทีคุณอาจจะชอบมันก็ได้นะ ของแบบนี้ไม่ลองไม่รู้จริงๆ ยิ่งถ้าได้ลองนั่งดื่มในร้านสไตล์อเมริกัน ทานคู่กับแฮมเบอร์เกอร์ ก็ได้บรรยากาศดีๆ ไปอีกแบบนะ
ไปลองชิมกันได้ที่
A&W สาขา Makiminato
เวลาทำการ เปิดตลอด 24 ชม. ไม่มีวันหยุด
4. ซุปหมึก
ซุปสีดำสนิทที่ถึงกินแล้วฟันจะดำปี๋ แต่ก็อร่อย!
View this post on Instagram
View this post on Instagram
ซุปสีดำเข้มข้นที่มองแวบแรกอาจจะรู้สึกตกใจ ทว่านี่คืออาหารแบบดั้งเดิมของโอกินาวะที่ได้รับการยอมรับนับถือกันมาอย่างยาวนาน หมึกของปลาหมึกเป็นวัตถุดิบที่สมัยเก่าก่อนนำมาใช้รับประทานเพื่อบำรุงสุขภาพ ซุปหมึกมีรสชาติอร่อยเข้มข้น เพียงแต่เวลาทานแล้วหมึกดำๆ ของปลาหมึกจะติดปากติดฟัน ทำให้ดูตลกๆ หน่อย ดังนั้นถ้าไปกินกับเพื่อนคงมีหลุดขำกันแน่นอน
ลองไปทานกันได้ที่
Itoman Gyomin Shokudo
เวลาทำการ 11:30 – 15:00, 18:00 – 22:00 (หยุดทุกวันอังคาร)
5. เต้าหู้โอกินาวะ
โอกินาวะมีเต้าหู้ที่มีรสชาติและรสสัมผัสที่ต่างออกไปจากภูมิภาคหลักของญี่ปุ่น จะมีอะไรบ้าง เราไปดูกันเลย
เต้าหู้ยุชิ อบอุ่นและนุ่มนิ่ม
View this post on Instagram
เต้าหู้ยุชิมีจุดเด่นอยู่ที่ความนุ่มและรสชาติที่เข้มข้น ถ้าหากกินทั้งอย่างนั้นเลยจะมีรสเค็มอ่อนๆ หรือจะทานเป็นเมนูโซบะโอกินาวะใส่เต้าหู้ยุชิก็ได้รับความนิยมมากเหมือนกัน รสชาติที่นุ่มนวลอ่อนโยนนี้เหมาะที่จะทานเป็นอาหารเช้าอย่างยิ่ง
ลองชิมได้ที่
ร้าน Tofu Higa
หนักๆ แข็งๆ ก็คือเต้าหู้เกาะ “ชิมะโดฟุ”!
View this post on Instagram
เต้าหู้เกาะ หรือที่ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ชิมะโดฟุ อันที่จริงแล้วก็คือเต้าหู้ยุชิเวอร์ชั่นแข็งเป็นก้อนนั่นเอง เต้าหู้ชนิดนี้มีความแข็งขนาดที่เอาไปทำอาหารประเภทผัดๆ ทอดๆ แล้วก็ยังไม่แตกเละ เราสามารถซื้อเต้าหู้เกาะอุ่นๆ ที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ได้จากซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วก็ทานมันทั้งอย่างนั้นได้เลย
ไปลองกันได้ที่
ร้าน Hiroshiya
เวลาทำการ 9:00 – 17:00 (ปิดทุกวันอาทิตย์)
เต้าหู้ที่ทำจากถั่วลิสง เต้าหู้จีมามี
View this post on Instagram
เต้าหู้ชนิดนี้ไม่ได้ทำมาจากถั่วเหลือง แต่ทำมาจากถั่วลิสง! รสสัมผัสหนืดๆ ที่เวลาเอาเข้าปากแล้วจะมีรสชาติของถั่วลิสงแผ่ซ่านไปทั่ว ถ้าหากราดโชยุหวานแล้วทาน ก็ให้รสชาติคล้ายกินมิทาราชิดังโงะเลย เป็นเต้าหู้ที่มีรสชาติล้ำลึกเข้มข้นราวกับเป็นขนมหวานเลยล่ะ
ลองชิมได้ที่
ร้าน Hanashou
เวลาทำการ 9:00 – 19:00
รสชาติอันละเอียดอ่อนของเต้าหู้หมัก “เต้าหู้โย”
View this post on Instagram
เต้าหู้โยเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเอาเต้าหู้ไปผ่านกระบวนการหมักดองโดยการบ่มในเหล้าอาวาโมริหรือในข้าวมอลต์ มีขนาดเล็กเท่าลูกเต๋า แต่ว่าวิธีการกินนั้นไม่ใช่กินในคำเดียว ทว่าต้องค่อยๆ ละเลียดไปทีละน้อย รสชาติของมันคล้ายกับชีสที่มีความหนึบหนับ จึงเหมาะกับการทานเป็นของแกล้มเหล้า
6. โอเด้งโอกินาวะ
ตัวชูโรงคือขาหมู! โอเด้งทางภาคใต้ที่ทานกันได้ตลอดปี
View this post on Instagram
โอเด้งเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในโอกินาวะและทางภาคใต้ มีร้านโอเด้งหลายร้านที่เปิดขายตลอดทั้งปี จุดเด่นของโอเด้งโอกินาวะคือขาหมูและซี่โครงหมูที่ทำให้น้ำซุปมีรสชาติเข้มข้น ในส่วนที่เป็นผักก็ใส่ผักประเภทมีใบทั้งหลาย เช่น ผักกาด ผักโขม เข้าไปมากมาย
โอเด้งที่ขายในร้านสะดวกซื้อก็เป็นเวอร์ชั่นโอกินาวะ
View this post on Instagram
ที่น่าสนใจคือแฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อต่างๆ ในโอกินาวะก็มีโอเด้งขาหมูกับซี่โครงหมูขายด้วยล่ะ นอกจากนี้ยังมีของอย่างอื่นที่มีขายแค่ในโอกินาวะเท่านั้น ถ้าหากว่าสนใจก็อย่าลืมไปลองเช็คดูกันนะ แต่ระวังด้วยว่าโอเด้งที่ขายในร้านสะดวกซื้อไม่ได้ขาย 24ชม.นะ
ไปลองชิมกันได้ที่
Oden Todai
7. กุรุคุง
สีสันสดใสสวยงามและรสชาติที่แสนอร่อย
View this post on Instagram
ถึงแม้ว่าชื่อแบบโอกินาวะจะฟังดูไม่คุ้นหูไปหน่อย แต่ปลาชื่อประหลาดนี้มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Double lined fusilier เป็นปลาสีสันสดใส มีเส้นสีเหลืองพาดอยู่บนหลังสีน้ำเงินเขียวและมีท้องสีแดง สดใสสมกับเป็นปลาที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นปลาประจำจังหวัดโอกินาวะเลยล่ะ กุรุคุงมีราคาถูกและรสชาติอร่อย จึงเป็นอาหารคู่ครัวคนโอกินาวะ เมนูยอดนิยมคือกุรุคุงชุบแป้งทอด! ลำตัวของมันมีเนื้อแน่นและมีรสชาติเรียบง่าย จะเอาไปย่างเกลือหรือแล่ทำซาชิมิก็อร่อยเหมือนกัน
ถ้าหากไปที่ตลาดมากิชิ คุณสามารถซื้ออาหารทะเลสดใหม่และให้เขาเอาไปทำอาหารให้ทานกันได้เลยที่ห้องอาหารบนชั้นสอง พอจินตนาการถึงการได้ทานอาหารทะเลสดใหม่ที่เพิ่งนำมาทำเป็นเมนูสุดอร่อยท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของตลาดแล้ว ทำให้รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเลยล่ะ
ไปลองกันได้ที่
First Makishi Public Market
เวลาทำการ 8:00 – 21:00 (ปิดทุกวันอาทิตย์)
8. เมนูเนื้อแพะ
เมนูเนื้อแพะที่หาทานได้ยากในประเทศญี่ปุ่น
View this post on Instagram
แพะเป็นสัตว์ที่เพาะพันธุ์ง่ายและเต็มเปี่ยมด้วยสารอาหาร เนื้อแพะจึงเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่สำคัญของวัฒนธรรมการกินของโอกินาวะ การนำไปประกอบอาหารก็ทำได้หลายอย่าง เช่น ทานเป็นซาชิมิเหมือนเนื้อแกะ, นำไปทำเป็นซุป หรือจะเอาไปผัดก็ได้เช่นกัน ทว่าด้วยความที่เนื้อแพะมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เช่นเดียวกับเนื้อแกะ จึงมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ แต่ก็มีคนไม่น้อยที่ติดอกติดใจเนื้อแพะ อาหารที่ทำจากเนื้อแพะเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยได้เจอบนแผ่นดินใหญ่ของญี่ปุ่นจะมีรสชาติแบบไหนกันนะ
ไปลองกันได้ที่
ร้าน Sakae
เวลาทำการ 17:00 – 23:00 (หยุดทุกวันอาทิตย์)
9. ซุปงูทะเล
ใช่แล้ว มันคืองูนั่นแหละ แต่นี่คืออาหารชาววังชั้นสูงเลยนะ
View this post on Instagram
ซุปนี้ทำมาจากงูทะเลรมควัน ว่ากันว่างูทะเลมีสรรพคุณที่ดีหลายประการ ในสมัยอาณาจักรริวกิวมันจึงเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่จะนำมาเสิร์ฟให้กับแขกระดับ VIP หน้าตาของซุปนี้คงทำให้คนที่เกลียดกลัวงูรู้สึกขนลุกด้วยความสยอง แต่ถ้าลองกลั้นใจกินดู บางทีทริปโอกินาวะครั้งนี้อาจจะกลายเป็นความทรงจำที่ลืมไม่ลงก็เป็นได้
ไปลองกันได้ที่
Irabu Kana Dining
เวลาทำการ 18:00 – 21:00 (เปิดเฉพาะวันศุกร์และเสาร์เท่านั้น)
รู้สึกยังไงกันบ้างคะสำหรับอาหารที่แปลกใหม่เหล่านี้ สำหรับท่านผู้อ่านที่เบื่ออะไรง่ายๆ ธรรมดาๆ อ่านแล้วรู้สึกอยากลองไปท่องเที่ยวตะลุยชิมอาหารรสชาติแปลกใหม่ที่มีแค่ในบางท้องถิ่นดูบ้างไหม การได้ซึมซับประวัติศาสตร์ผ่านวัฒนธรรมการกินก็เป็นเรื่องน่าสนุกไม่น้อย คราวหน้าถ้าเจออาหารที่ไม่คุ้นเคย ลองท้าทายตัวเองด้วยการทำใจให้กล้าหาญแล้วชิมดูกันเถอะ!
สรุปเนื้อหาจาก: icotto
ผู้เขียน: มัชชารี

