ต้องการเหลือเกินซามุไร นินจา คนลากรถ รองรับความนิยมการท่องเที่ยวที่ล้นหลาม

จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาที่ประเทศญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วมากจริงๆ แน่นอนหนึ่งปัญหาที่ตามมาแทบจะทุกวงการธุรกิจของญี่ปุ่น รวมทั้งธุรกิจท่องเที่ยวด้วยนั่นก็คือ “ปัญหาบุคลากรมีจำนวนไม่เพียงพอ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวชูโรงสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่าง ซามูไร, นินจา และคนลากรถ กำลังอยู่ในสถานการณ์ขาดแคลนคนอย่างหนัก แล้วอย่างนี้ญี่ปุ่นจะทำอย่างไรเพื่อรองรับความนิยมในการเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชาวต่างชาติที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นสุดๆในตอนนี้??

บริษัท Yumenoya Entertainment ผู้ให้บริการการแสดงทางวัฒนธรรมญี่ปุ่นตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างอาซากุสะและชินจูกุให้ข้อมูลว่า ที่บริษัทมีซามุไรอยู่จำนวน 10 คน ทุกคนต่างต้องวิ่งวุ่นไปตามสถานที่สอนซามุไร และตามสถานที่โชว์ต่างๆ ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมามีการจองมาจากชาวต่างชาติเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนถึงขั้นที่ท่านประธานบริษัทกล่าวว่า “ดีใจมากๆ แต่ถ้าหาซามุไรได้อีกสัก 5 คนจะดีมาก” ถึงจะพยายามประกาศรับสมัครอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาคนได้ เพราะการจะเป็นซามุไรได้ สกิลความสามารถถือเป็นสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

เมื่อหาคนไม่ได้ ทางบริษัทจึงตัดสินใจเปิดสอนด้วยตัวเองเสียเลย Japan Tatedo Association ผู้ให้บริการคลาสเรียนฟันดาบแบบญี่ปุ่น “Quick Samurai” ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มชาวต่างชาติก็กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนซามุไรด้วยเหมือนกัน ตอนนี้ที่ Quick Samurai มีซามุไรสอนอยู่ประมาณ 7-8 คนซึ่งมีอายุอยู่ในช่วงวัย 50 ปี แต่ทุกคนก็มีอาชีพหลักที่ทำกันอยู่ งานโชว์ซามุไรนี้จึงเป็นเหมือนกับอาชีพเสริมของพวกเขา ประธานของกลุ่มกล่าวว่า อยากได้ซามุไรหนุ่มๆเข้ามาร่วมทีมบ้าง แต่งานนี้เป็นงานที่จะต้องมีใจรักบริการ ใครที่ไม่มีความมุ่งมั่นที่จะทำก็คงทำได้ยาก และนี่ก็เป็นปัญหาที่ทำให้ปวดหัวได้ไม่น้อย

ที่หนักกว่าซามุไรก็คือปัญหาการขาดแคลนนินจา ก่อนหน้านี้ในปี 2016 ที่มีการประกาศรับสมัครนินจาหน้าใหม่มาร่วมทีม มีผู้สนใจสมัครกว่า 235 คน แต่มาในปีนี้มีผู้สมัครลดลงเหลือเพียง 22 คนเท่านั้น ซึ่งสวนทางกับแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ชูจุดขายอย่างนินจาที่กำลังเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก Noboribetsu Date Jidai Village สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดฮอกไกโดที่มีจุดขายอยู่ที่โชว์นินจานั้น จากเดิมที่เคยมีโชว์นินจาวันละ 4 ครั้ง ก็ได้เพิ่มเป็นวันละ 6 ครั้งเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่กลับมีจำนวนนินจาอยู่แค่ 8 คน อีกหนึ่งอุปสรรคที่ทำให้หานินจาได้ยากก็คือ “นินจา” ยังไม่ได้รับการยอมรับในฐานะเป็นอาชีพ ทำให้คนรุ่นใหม่หลายๆคนต้องล้มเลิกความตั้งใจในการฝึกฝนที่จะเป็นนินจา เพราะมักจะถูกคัดค้านจากทางครอบครัวนั่นเอง

อีกหนึ่งอาชีพที่ตกอยู่ในภาวะขาดแคลนคนก็คือ คนลากรถ ภาพนักท่องเที่ยวนั่งรถลากชมเมืองไปรอบๆย่านอาซากุสะเป็นภาพที่คุ้นตากันเป็นอย่างดี แต่ในปัจจุบันคนลากรถเริ่มจะไม่พอต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว บริษัทผู้ให้บริการรถลากรายใหญ่อย่าง Ebisuya เล่าว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ปัญหาจำนวนคนลากรถไม่เพียงพอยังคงเรื้อรังต่อเนื่องมาเรื่อยๆ ทำให้ตอนนี้มีการจ้างคนลากรถที่เป็นชาวต่างชาติด้วยแล้ว

แต่ก็มีบางบริษัทที่ปิ๊งไอเดียดีๆ อย่างที่ร้านรถลากในเมืองฮากาตะ ที่จัดกิจกรรมแปลกโดยการให้นักท่องเที่ยวลองสลับมาเป็นคนลากรถดู โดยหากลูกค้าจองแพ็คเกจรถลากสำหรับ 4 คนจะต้องเตรียมรถลากไว้ 2 คัน แต่ถ้าลูกค้าสนใจลองเปลี่ยนมาลากรถเองดู ก็จะทำให้ใช้คนลากรถเหลือเพียงคนเดียวเท่านั้น ในตอนนี้ไม่ใช่แค่บุคลากรคนอย่างเดียวที่กำลังขาดแคลนอย่างหนัก แต่ด้วยกระแสคาเฟ่นกฮูกที่กำลังบูมอยู่ในตอนนี้ ซึ่งกว่า 70% ของลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ ทำให้จำนวนนกฮูกเริ่มจะไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว เพราะนกฮูกจะสามารถทำงานได้แค่วันละ 2 ชั่วโมงเท่านั้น เพื่อไม่ให้นกฮูกรู้สึกเครียดเกินไป และจากกระแสความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวทำให้ตอนนี้มีคาเฟ่นกฮูกอยู่เป็นจำนวนมากทั่วประเทศญี่ปุ่น จนเป็นเหตุทำให้นกฮูกเริ่มจะมีจำนวนไม่เพียงพอ

คาดการณ์ว่าเมื่อถึงปี 2020 ซึ่งเป็นปีของการจัดโตเกียวโอลิมปิคและพาราลิมปิค จะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกแห่แหนไปยังญี่ปุ่นเพิ่มจำนวนมากขึ้นไปอีก และจากการวิเคราะห์จากหลายสำนักที่บอกว่า เทรนด์การท่องเที่ยวแบบช็อปปิ้งซื้อของอย่างบ้าคลั่งจะค่อยๆหายไป แล้วกลายเป็นเทรนด์การท่องเที่ยวแบบเก็บเกี่ยวประสบการณ์มากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่ดูท่าแล้วยังมองไม่เห็นทางออกของญี่ปุ่น มาเอาใจช่วยกันดีกว่าว่าญี่ปุ่นจะหาทางออกให้กับปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร ….

ที่มา : stylenikkei, asoview

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ