ญี่ปุ่นสนับสนุนให้คนใส่รองเท้าผ้าใบไปทำงานเพื่อส่งเสริมสุขภาพประชาชน

เพราะสุขภาพที่ดีมีค่ายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด หน่วยงานด้านการกีฬาของญี่ปุ่น (Japan Sports Agency) จึงประกาศแนะนำให้ประชาชนหันมาแต่งกายด้วยชุดที่ใส่เดินเหินสบายอย่างรองเท้าผ้าใบในเวลาเดินทางไปทำงาน ถือเป็นหนึ่งนโยบายเพื่อการส่งเสริมให้ประชากรมีสุขภาพที่ดีขึ้น หลังจากที่มีการประกาศนโยบายดังกล่าวออกมา ประเด็นนี้ก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีทั้งเสียงที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยว่าการใส่รองเท้าผ้าใบมาทำงานแบบนี้จะเป็นการทำให้เสียมารยาททางธุรกิจหรือเปล่านะ

ตั้งเป้าเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2017 ที่ผ่านมา หน่วยงานด้านการกีฬาของญี่ปุ่นประกาศเกี่ยวกับนโยบายของ「FUN+WALK PROJECT」ที่สนับสนุนให้ชาวญี่ปุ่นเดินทางไปทำงานด้วยชุดที่เดินเหินสบาย สำหรับชุดที่แนะนำก็เป็นชุดพวกรองเท้าผ้าใบ, business casual, ชุดสูทที่สวมใส่สบาย เป็นต้น โดยตั้งเป้าที่จะผลักดันโครงการอย่างจริงจังให้ได้ภายในเดือนมีนาคม 2018 เพื่อให้ประชากรญี่ปุ่นมีสุขภาพที่ดีขึ้น ด้วยการสนับสนุนให้เดินทางไปทำงานด้วยการเดิน หลายความเห็นก็กล่าวว่าการใส่รองเท้าผ้าใบไปทำงานได้ นอกจากจะช่วยให้มีสุขภาพดีขึ้นแล้ว ยังช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้อีกต่างหาก เพราะรองเท้าผ้าใบโดยปกติแล้วจะมีราคาถูกกว่ารองเท้าหนัง แต่ก็มีบางเสียงออกความเห็นว่าถึงการใส่รองเท้าผ้าใบจะดีต่อสุขภาพมากกว่า แต่ยังไงชุดสูทกับรองเท้าผ้าใบก็ไปด้วยกันไม่ได้ แถมยังไม่ถูกต้องตามมารยาททางธุรกิจอีกด้วย

ฟันธงลำบากว่าดีหรือไม่ดี

เมื่อมองในมุมของมารยาททางสังคมธุรกิจ ก็ยังมองไม่ออกว่าจะยอมรับการใส่รองเท้าผ้าใบไปทำงานได้หรือไม่ โดยเฉพาะในสังคมที่ค่อนข้างมีระเบียบเคร่งครัดอย่างประเทศญี่ปุ่น แต่ทางกลุ่ม NPO ซึ่งดำเนินงานเกี่ยวกับ service manner ก็ให้ความเห็นว่า การใส่รองเท้าผ้าใบไปทำงานไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร แต่อาจจะต้องมีการเปลี่ยนเป็นรองเท้าที่มีลักษณะเป็นทางการเมื่อเข้าออฟฟิศ แต่ในกรณีที่ต้องออกไปพบลูกค้าข้างนอกทั้งวัน และต้องไปทานอาหารกับลูกค้าต่อในร้านที่ค่อนข้างหรูหราและต้องแต่งตัวเป็นทางการ การใส่รองเท้าผ้าใบก็อาจจะไม่เหมาะกับบริบทดังกล่าวเสียเท่าไร จึงเป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้ยากว่าการใส่รองเท้าผ้าใบไปทำงานเป็นเรื่องที่ถูกที่ควรแล้วหรือไม่

เห็นอย่างนี้แล้วต้องบอกเลยว่าคนญี่ปุ่นนี่เขาเคร่งครัดในกฎระเบียบและมารยาททางสังคมกันจริงๆเลยนะคะ แต่ก็ต้องขอชื่นชมในไอเดียที่อยากจะสนับสนุนให้ประชาชนมีสุขภาพที่แข็งแรง จนเกิดเป็นโครงการ FUN+WALK PROJECT นี้ขึ้นมา เดี๋ยวปีหน้าก็ต้องรอดูกันแล้วละว่าจะสามารถผลักดันโครงการนี้ให้เป็นจริงได้แค่ไหน แต่เท่าที่เห็นทุกวันนี้คนญี่ปุ่นก็เดินกันเยอะอยู่แล้ว ถ้าเดินเยอะกว่านี้จะต้องเดินกันเยอะแค่ไหนนะ………

ที่มา : j-cast, tasclap

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ