, , ,

คิดยังไงกับการตั้งกฎห้ามทักทายคนในแมนชั่น??

ตามธรรมเนียมชาวญี่ปุ่น เวลาย้ายที่อยู่ใหม่ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือแมนชั่นจะมีการไปทักทายหรือนำของเล็กๆน้อยๆไปให้บ้านใกล้เคียงกัน แต่ในหนังสือพิมพ์โกเบฉบับวันที่ 4 พ.ย. 2016 มีข่าวเรื่องการตั้งกฎห้ามผู้พักในแมนชั่นทักทายกันจนทำให้เป็นประเด็นถกเถียงเกิดขึ้น และเมื่อได้มีการโพสใน Twitter ทำให้ข่าวกระจายไปในโลกโซเชียลอย่างรวดเร็ว มีทั้งกระแสต่อต้านและผู้ที่เห็นด้วย แล้วทุกคนคิดว่าอย่างไรกันบ้างคะ

ข้อความจากเจ้าของแมนชั่นในหนังสือพิมพ์

จากข่าวที่เกิดขึ้นทำให้มีหลากหลายความเห็นออกมาเป็นจำนวนมาก มีผู้ปกครองเด็กนักเรียนประถมคนหนึ่งบอกว่า “ฉันคอยสอนลูกตลอดว่าถ้ามีคนไม่รู้จักมาทักให้หนี เพราะฉะนั้นช่วยตั้งกฎไม่ให้ทักทายคนในแมนชั่นด้วย”

จากความเห็นผู้ปกครองคนนี้ มีผู้สูงอายุที่เป็นผู้พักก็เห็นด้วยโดยให้เหตุผลว่าถึงเราทักไป อีกฝ่ายก็ไม่รับมันทำให้รู้สึกไม่ดี และอีกหลากหลายเหตุผลที่ทำให้ลงมติ “ห้ามทักทาย” เกิดขึ้น ทำให้หลายคนรู้สึกว่า “โลกเราสมัยนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว”

เหตุผลที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยคือ?

หลังจากมีการตั้งกฎห้ามทักทาย ทำให้เกิดเป็นข้อถกเถียงกันในโลกโซเชียลกันกระหน่ำ มีหลากหลายความเห็นทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เช่น

“รู้สึกว่าปลอดภัยเพราะอยู่แมนชั่นเดียวกันจึงได้ทักทายกัน”

“การที่จะทักทายได้หรือไม่ทำให้ลดปัญหานะ”

“มันอาจจะส่งผลต่ออนาคตและในทางกลับกันการที่ไม่รู้ว่าใครเป็นเพื่อนบ้านยิ่งน่ากลัวกว่า”

“ห้ามทักทายแล้วจะเข้าสังคมได้ยังไง”

“ไม่รู้ว่าการห้ามทักทายมันป้องกันอันตรายยังไง แต่ความสูญเสียที่เกิดตามมาก็มีมาก”

ซึ่งหลายความเห็นจะพูดถึงข้อดีในการทักทายซึ่งเป็นมารยาทพื้นฐานในสังคม แต่ก็มีผู้ที่เห็นด้วยกับกฎการห้ามทักหรือเข้าใจกับความคิดนี้ เช่น

“บางคนอยากใช้ชีวิตแบบไม่ยุ่งเกียวกับเพื่อนบ้าน”

“ตัวเด็กยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนแบบไหน แค่เพียงเชื่อใจเพราะเป็นเพื่อนบ้านแล้วเกิดเหตุร้ายขึ้นมาจะแย่”

“ฉันเข้าใจเพราะแมนชั่นเป็นที่รวมของคนแปลกหน้าจึงต้องมีการระแวง”

“มารยาทการทักทายมีโอกาสเรียนรู้ได้ทั้งการเข้าสังมคมกับญาติหรือที่โรงเรียนและยังเป็นสถานที่ปลอดภัยกว่าด้วย”

จากความเห็นข้างต้นแสดงให้เห็นว่าเสียงส่วนมากที่เห็นด้วยมาจากผู้ปกครองที่ห่วงความปลอดภัยของลูกกับเรื่อง “ห้ามทักทายเด็กเพื่อความปลอดภัย”

หลายเสียงมีความเห็นว่าการทักทายเป็น “มารยาทพื้นฐาน”

สำหรับความเห็นที่มองว่าการไม่ทักทายเป็นเรื่องแปลก เพราะมองว่าถึงแม้จะเรียนรู้การทักทายและเข้าสังคมในที่โรงเรียนหรือที่ทำงาน แต่การพูดคุยกับคนอื่นก็เป็นการสร้างมนุษยสัมพันธ์ด้วยเหมือนกัน

จริงอยู่ที่มีคนคิดว่าการสร้างสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านหรือคนในแมนชั่นเดียวกันเป็นเรื่องไม่จำเป็น แต่คนที่เห็นด้วยมีเพียงส่วนน้อย นอกจากนี้การทักทายเพื่อนเช็คว่าอีกฝ่ายเป็นยังไงน่าจะได้ผลกว่า

ผู้ปกครองหลายคนก็มีเหตุผลเพื่อปกป้องเด็กจากเหตุร้าย

การที่มีความเห็นว่าการให้ทักทายเพื่อเป็นการป้องกันภัยอันตราย แต่มันอาจกลับทำให้เกิดความเสี่ยง ซึ่งมีหลายความเห็นที่มีการพูดถึงข้อดีและข้อเสียอย่างกว้างขวาง

มีผู้ปกครองคนหนึ่งให้ความเห็นว่า “โดยปกติจะบอกลูกว่าอย่าตามคนที่ไม่รู้จักหรือไปพูดคุยด้วย แต่อีกใจก็คิดว่าถ้ารู้จักคนไว้เยอะๆ หากเกิดอะไรขึ้นกับเด็กแล้วพวกเค้าอาจจะช่วยก็ได้”

การที่มีประเด็นนี้ขึ้นมา เพราะจำนวนแมนชั่นในตัวเมืองที่เพิ่มขึ้นทำให้ปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนใกล้บ้านน้อยลงนั่นเอง และการเข้าร่วมกิจกรรมหรือสมาคมที่พักก็น้อยลงมากเช่นกัน ทำให้ผู้พักที่อยู่แมนชั่นเดียวกันยากที่จะสร้างสัมพันธ์กันและยิ่งเป็นสมัยนี้ทุกคนมีการระวังตัวกันมากขึ้น ไม่ใช่แค่ในแมนชั่นหรือใกล้บ้าน แค่คนข้างห้องก้ไม่รู้ว่ามาจากครอบครัวแบบไหน 

และที่เป็นปัญหาคือมีโอกาสที่คนนอกที่มีจุดประสงค์ร้ายเข้ามาพักในแมนชั่นก็มีมาก เคยมีข่าวผู้ดูแลแมนชั่น (ผู้เฝ้าประตู) แอบเข้ามาในห้องนักแสดงดังคนหนึ่งขณะออกไปข้างนอก สังคมที่ไม่รู้ว่าจะเชื่อใครได้แบบนี้ทำให้อยู่ยากขึ้นทุกวัน

เมื่อดูตามเหตุผลด้านบนแล้ว “กฎห้ามทักทายภายในแมนชั่น” แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของคนในเมืองเริ่มพังลง แต่ก็มีหลายความเห็นที่ว่าถ้ามีการสร้างสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันให้รู้จักกันไว้ทำให้สังเกตง่ายเวลามีคนแปลกหน้าเข้ามา อาจเป็นการป้องกันภัยที่ดีก็ได้

ถึงแม้จะยอมรับในข้อดี แต่กรณีของเด็กนั้นก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ดี หากแต่ฝ่ายผู้ใหญ่เองที่ต้องคอยดูแลระมัดระวัง อย่างไรก็ตามคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่เรื่องการทักทายหรือไม่ทักทาย แต่เราควรคิดแก้ปัญหาเพื่อปกป้องเด็กๆให้ปลอดภัยจากสังคมในโลกสมัยนี้ที่มากกว่า

 

ที่มา: suumo
ผู้เขียน: Earn

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ

Written by chibi-anngle

chibi-anngle

นักเขียนหน้าใหม่ไฟแรงของ anngle มาร่วมแชร์ประสบการณ์และเรื่องราวดีๆของญี่ปุ่นให้กับแฟนๆผู้รักญี่ปุ่นทุกท่าน

Comments

Leave a Reply

Loading…

Comments

comments