แองเกิ้ล
ญี่ปุ่นในมุมมองใหม่ เรื่องราวแปลกใหม่และน่าสนใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นที่หาอ่านจากที่อื่นไม่ได้

ลัทธิโอม ชินริเกียว และพิษซารินฉบับย่อ โทษประหารผู้ก่อเหตุโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

ข่าวใหญ่ที่สุดสำหรับประเทศญี่ปุ่นในวันนี้ เห็นจะหนีไม่พ้นข่าวการแถลงคำพิพากษาโดยกระทรวงยุติธรรม ในคดีโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดกลางกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 1995 ที่สมาชิกของลัทธิโอม ชินริเกียว ได้ลงมือปล่อยสารพิษซารินในสถานีรถไฟใต้ดินจุดต่าง ๆ

คำพิพากษาโทษประหารชีวิต

เช้าตรู่ของวันที่ 6 กรกฎาคมนี้เอง กระทรวงยุติธรรม ประเทศญี่ปุ่น ได้อ่านคำพิพากษาให้นาย Shoko Asahara วัย 63 ปี ผู้ก่อตั้งลัทธิโอม ชินริเกียว และผู้เป็นควบคุมการก่อการร้ายครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ มีโทษประหารชีวิต พร้อมด้วยสมาชิกลัทธิผู้ก่อการอีกหลายคน

คำพิพากษาของศาลฎีกาที่ยืนยันตามคำตัดสินของศาลชั้นต้นครั้งนี้ เกิดขึ้นให้หลังมาอีก 11 ปี 10 เดือน จากการตัดสินของศาลชั้นต้นเมื่อปี 2006 ในฐานะที่นาย Shoko Asahara ถือเป็นตัวการสำคัญของการก่อเหตุโศกนาฏกรรมที่สร้างความหวาดกลัวอย่างรุนแรงในวงกว้างของสังคมญี่ปุ่นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์สมัยเฮเซ (ชื่อรัชสมัยที่มีความหมายว่า สันติสุขทุกแห่งหน)

สารพิษซารินคืออะไร? รุนแรงแค่ไหน?

ซาริน หรือจีบี เป็นสารประกอบออร์แกโนฟอสฟอรัส เป็นของเหลวไร้สี ไร้กลิ่น ใช้เป็นอาวุธเคมีเนื่องจากเป็นสารประสาทที่ออกฤทธิ์รุนแรง จัดเป็นอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงในข้อมติสหประชาชาติ อนุสัญญาอาวุธเคมี พ.ศ. 2536 ที่สั่งห้ามการผลิต และเก็บสะสม มีฤทธิ์ถึงตายแม้ในความเข้มข้นต่ำมาก โดยผู้ที่ได้รับจะเสียชีวิตภายในหนึ่งนาทีหลังการกินโดยตรง เพราะการหยุดหายใจจากกล้ามเนื้อปอดเป็นอัมพาต นอกเสียจากได้รับยาแก้พิษอย่างรวดเร็ว ผู้ที่ได้รับในปริมาณน้อยไม่ถึงตาย แต่หากไม่ได้รับการรักษาทางการแพทย์ทันที อาจได้รับความเสียหายทางประสาทถาวร ซึ่งในกรณีเหตุการณ์ ณ กรุงโตเกียว พบว่ามีผู้ที่ได้รับสารพิษที่เกิดผลกระทบในระยะยาวเป็นจำนวนมาก

ลัทธิโอม ชินริเกียว

นาย Shoko Asahara ผู้มีชื่อจริงว่า Chizuo Matsumoto กำเนิดที่จังหวัดคุมาโมโตะ เมื่อปี 1955 และได้ก่อตั้งลัทธิทางศาสนาขึ้นในนาม “โอม ชินเซน โนะ ไค” ในปี 1984 โดยลัทธิของเขาดึงดูดความสนใจของผู้เข้าร่วมผ่านการใช้โยคะ และชั้นเรียนการฝึกสมาธิ ที่อ้างว่าจะเพิ่มพูนความสามารถพิเศษให้กับผู้เข้าร่วม ต่อมาในปี 1987 ได้เปลี่ยนชื่อลัทธิเป็น “โอม ชินริเกียว” ก่อนที่จะกลายเป็นองค์กรนิติบุคคลทางศาสนาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในปี 1989 และถูกเพิกถอนสภาพความเป็นนิติบุคคลในปี 1995 กระทั่งปี 2000 ได้เปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็น Aleph และเกิดกลุ่มใหม่ชื่อว่า “Hikari no Wa” แต่ก็ล่มสลายไปในปี 2007

Shoko Asahara

ในปี 1990…นาย Asahara และสมาชิกผู้ติดตามของลัทธิเอง ได้ลงสมัครเข้ารับการเลือกตั้งเป็นผู้แทนในสภาผู้แทนราษฎร ประเทศญี่ปุ่นด้วย แต่ก็ไม่มีสมาชิกคนใด รวมถึงเขาเองที่ได้รับการเลือกตั้งเข้าไปดำรงตำแหน่งในสภาอันทรงเกียรติในครั้งนั้น ปัญหาความระหองระแหงภายในลัทธิเริ่มส่งสัญญาณรุนแรงมากขึ้น อยู่ในความสนใจของสังคมญี่ปุ่นโดยเฉพาะในประเด็นเรื่องเงินบริจาค

คดีความมากมายและความเสียหายในวงกว้าง

สมาชิกลัทธิฯ พบว่ามีผู้คนในอาชีพที่หลากหลาย หนำซ้ำยังเป็นบุคคลที่มีระดับการศึกษาสูงอีกด้วย

ภายหลังจากที่เกิดเหตุครั้งสำคัญในปี 1995 แก๊สพิษซาลินได้ถูกปล่อยตามจุดต่าง ๆ ในรถไฟใต้ดินกรุงโตเกียวจนก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกไปยังที่ทำการของลัทธิในจังหวัดยามานะชิ เพื่อจับตัวนาย Asahara และผู้นำอีกหลายรายของลัทธิ โดยที่นาย Asahara ได้ถูกตั้งข้อหาในคดีอื่น ๆ ที่เขาก่อขึ้นอีกหลายคดี ได้แก่ คดีฆาตกรรม Tsutsumi Sakamoto ทนายความผู้ต่อต้านลัทธิ ปี 1989, คดีแก๊สซาลินโจมตีเมืองมัตสึโมะโตะ จังหวัดนากาโนะ ปี 1994 มีผู้เสียชีวิต 8 ราย โดยคดีทั้งหมดที่เขาก่อขึ้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 29 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 6,500 ราย

อย่างไรก็ดีคำพิพากษาในวันนี้ได้มอบโทษประหารชีวิตให้กับสมาชิกทั้งสิ้น 13 ราย โทษจำคุกตลอดชีวิต 6 ราย โทษจำคุก 81 ราย รอลงอาญา 87 ราย โทษปรับ 3 ราย และพบว่าสมาชิก 2 รายไม่มีความผิด

จากรายงานล่าสุดพบว่า นาย Shoko Asahara และสมาชิกอีก 6 รายที่ได้รับโทษประหารชีวิต ได้เข้าสู่กระบวนการประหาร และเสียชีวิตอย่างเป็นทางการแล้ว

Seiichi Endo
Tomomasa Nakagawa
Masami Tsuchiya
Tomomitsu Niimi
Yoshihiro Inoue
Kiyohide Hayakawa

ที่มา: 毎日新聞

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ

Get real time updates directly on you device, subscribe now.

ความคิดเห็น
Loading...