[สัมภาษณ์พิเศษ] การกลับมาอีกครั้งของ Miyavi เจ้าของฉายา Japanese Samurai !

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ANNGLE ได้มีโอกาสไปร่วมสัมภาษณ์คุณ Takamasa Ishihara หรือ MIYAVI ร็อคสตาร์ใจบุญชื่อดังแดนซากุระ ที่บินตรงดิ่งลัดฟ้ามาร่วมทำค่ายช่วยเหลือและสร้างความสุขให้กับผู้ลี้ภัยภายในนามของ UNHCR ที่จังหวัดกาญจนบุรีในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ แถมยังพาคุณโบโบ้ มือกลองชาวญี่ปุ่น และเลนนี่มือคีย์บอร์ดชาวอเมริกันมาร่วมสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ลี้ภัยด้วย เพื่อนๆคนไหนพร้อมแล้วไปอ่านสัมภาษณ์พิเศษที่เราเอามาฝากกันเลย !

*UNHCR: The UN Refugee Agency สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติเพื่อผู้ที่ถูกบังคับให้ออกจากประเทศเนื่องจากสงคราม ความขัดแย้งและความรุนแรง มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ ให้ความคุ้มครอง และหาทางออกที่ยั่งยืนแก่บุคคลในความห่วงใยทั่วโลก (รายละเอียดเพิ่มเติม)

อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณ Miyavi เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ UNHCR ?

เริ่มจากที่คุณ Miyavi เคยถ่ายหนังเรื่อง Unbroken ร่วมกับคุณแองเจลิน่า โจลี่ ซึ่งเป็นทูตพิเศษของ UNHCR ที่ทำงานช่วยเหลือผู้ลี้ภัยมาแล้วกว่า 10 ปี คุณโจลี่ได้สร้างแรงบันดาลใจให้คุณ Miyavi และแนะนำให้เขามาทำงานช่วยเหลือผู้ลี้ภัย โดยเริ่มจากทำมิวสิควิดีโอก่อน ก็คือมิวสิควิดีโอเพลง The Others ที่ได้รวบรวมภาพผู้ลี้ภัยจากประเทศอัฟกานิสถาน เลบานอน มาลี จอร์แดน และไทย

MIYAVI “The Others” (UNHCR ver.)

วัตถุประสงค์ที่คุณ Miyavi มาไทยในครั้งนี้ ?

ก่อนที่คุณ Miyavi จะมาไทย ได้มีการวางแผนจัดทัวร์คอนเสิร์ตทั่วเอเชียในหลายๆประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย ทว่าน่าเสียดายที่ไม่ได้จัดคอนเสิร์ตแล้ว จึงเปลี่ยนเป็นการเปิดคอนเสิร์ตเล็กๆที่ค่ายผู้ลี้ภัยจังหวัดกาญจนบุรีแทน เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ผู้ลี้ภัยในประเทศไทย ซึ่งแฟนๆสามารถเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ไปกับคุณ Miyavi ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการร่วมร้องเพลง เล่นฟุตบอล หรือแจกของให้กับผู้ลี้ภัยที่เคยมีส่วนร่วมในมิวสิควิดีโอเพลง The Others

คุณ Miyavi เล่าว่าสถานการณ์ของผู้ลี้ภัยในประเทศไทยไม่เหมือนกับที่ได้ยินมาเสียทีเดียว เพราะผู้ลี้ภัยที่ไทยลี้ภัยมานานกว่า 30 ปี ต่างจากค่ายที่เลบานอน ซึ่งเพิ่งหนีสงครามซีเรียมาหมาดๆ จึงรู้สึกขอบคุณทางรัฐบาลไทยเป็นอย่างมากที่ให้การช่วยเหลือผู้ลี้ภัยมาอย่างยาวนาน จนตอนนี้บางคนก็ได้กลับไปยังบ้านเกิดของเขาแล้ว

ประสบการณ์ที่คุณ Miyavi เคยไปค่ายผู้ลี้ภัยเป็นอย่างไรบ้าง ?

คุณ Miyavi เคยไปค่ายที่เลบานอน 2 ครั้ง ครั้งแรกที่ไป จะเห็นเลยว่าเด็กๆไม่ได้ไปโรงเรียนทั้งๆที่อยากไป เพราะต้องทำสวนทำไร่ แต่พอได้กลับไปอีกครั้งก็เริ่มเห็นเด็กๆบางคนได้ไปโรงเรียนบ้างแล้ว สังเกตได้จากแววตาของพวกเขาที่เริ่มสดใส และมีความสุขมากขึ้น คุณ Miyavi จึงให้ความสำคัญกับเด็กๆ และการศึกษามาก ดังนั้นเขาจึงมักสอนลูกสาวทั้ง 2 เสมอว่า เราโชคดีแค่ไหนที่ได้มีโอกาสไปโรงเรียน

นอกจากนี้คุณ Miyavi ยังเล่าถึงประสบการณ์ที่เคยนำลูกฟุตบอลไปเล่นกับเด็กๆที่เลบานอนว่า ตอนที่เขานำลูกฟุตบอลไปเล่นกับเด็กๆที่ค่าย เด็กๆดูตื่นเต้นมาก แต่แถวนั้นกลับไม่มีสนามให้เล่นเลย เด็กๆจึงพาเขาไปที่ลานกว้างแห่งหนึ่ง ทว่าเมื่อมองข้ามไปอีกฝั่งก็เป็นประเทศซีเรีย ที่มีแต่สงคราม และความรุนแรง ทำให้เขารู้สึกหดหู่ และอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสุขเล็กๆให้กับเด็กๆเหล่านั้น

ปัญหาที่คุณ Miyavi เจอที่ค่ายเลบานอน ?

คุณ Miyavi เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษา รวมถึงการทำงาน โดยเฉพาะในเรื่องของความเท่าเทียมกัน ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเขาเคยไปแจกขนมให้กับเด็กที่ค่ายแห่งหนึ่ง แต่จำนวนขนมไม่พอ จึงเกิดการทะเลาะวิวาทชกต่อยเพื่อแย่งขนมกันจนเลือดตกยางออก ทำให้เขาตกใจมาก แล้วก็เลยคิดว่าเด็กๆควรได้รับการอบรมสั่งสอน ไม่อย่างนั้นจะเติบโตมาในสังคมที่มีแต่ความรุนแรง

ความรู้สึกของคุณ Miyavi ต่อผู้ลี้ภัย ?

ครั้งแรกที่คุณ Miyavi ได้ไปค่ายกับคุณแองเจลิน่า โจลี่ นั้น เขารู้สึกกังวลว่าจะมีใครรู้จักเขามั้ยว่าเขาเป็นนักร้อง แต่พอไปถึงที่นั่น กลับไม่มีทีวีเลยซักเครื่อง ตอนที่เขาไปเล่นดนตรีให้เด็กๆฟัง เด็กหลายๆคนก็สนุกไปกับเขาด้วย เขาจึงเริ่มเห็นรอยยิ้มและความหวังในแววตาของเด็กๆ ยิ่งเด็กบางคนพูดว่าอยากจะเป็นร็อคสตาร์แบบคุณ Miyavi เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าถึงเขาจะเปลี่ยนโลกด้วยตัวเองไม่ได้ แต่ดนตรีนี่แหละที่สามารถเปลี่ยนคนได้ แล้วคนมีส่วนสำคัญในการที่จะเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดีขึ้น ทุกครั้งที่คุณ Miyavi ไปช่วยเหลือผู้ลี้ภัย เขาก็รู้สึกเหมือนได้รับแรงบันดาลใจกลับมา เพราะเขารู้สึกว่าผู้ลี้ภัยเป็นคนที่เข้มแข็ง กล้าหาญ อดทนดิ้นรนให้ตัวเองและครอบครัวมีชีวิตรอดจากเหตุการณ์ต่างๆ จนรู้สึกว่าพวกเขาเข้มแข็งกว่าเราเสียด้วยซ้ำ

อยากบอกอะไรเกี่ยวกับผลงานเพลงไหม ?

สำหรับมิวสิควิดีโอ The Others อย่างที่คุณ Miyavi ได้กล่าวมาก่อนหน้านี้ว่าเป็นการรวบรวมภาพรอยยิ้มและความสุขของผู้ลี้ภัยในหลายๆประเทศรวมถึงประเทศไทย ในฐานะนักดนตรีคนหนึ่ง เขาคิดว่าดนตรีสามารถที่จะรวบรวมคนจากต่างถิ่นต่างแดนให้มาเชื่อมโยงกันได้ ตามความหมายของชื่อเพลง The Others ที่หมายถึงการยอมรับความแตกต่างซึ่งกันและกัน ส่วนเพลง Long Night ในอัลบั้ม Fire Bird คุณ Miyavi บอกว่าเขาได้แต่งเพลงนี้หลังกลับมาจากค่ายที่เลบานอน ซึ่งเพลงนี้กล่าวถึงผู้ลี้ภัยที่หนีมาทางเรือ อาหารก็ไม่มีให้กิน ใช้ชีวิตแบบไร้จุดหมาย เพราะไม่รู้ว่าเรือจะไปจอดที่ไหน จึงถือเป็นค่ำคืนอันยาวนานมากสำหรับพวกเขา นอกจากนี้คุณ Miyavi ยังพูดถึงอัลบั้มใหม่ล่าสุดที่จะออกราวเดือนเมษายนนี้ว่าเป็นการรวบรวมเพลงเก่าๆที่เคยออกไปแล้ว เนื่องจากครบรอบ 15 ปีนั่นเอง

สุดท้ายนี้คุณ Miyavi อยากจะฝากไว้ว่า ?

ผู้ลี้ภัยไม่ใช่ภาระ เขาก็เป็นคนเหมือนกับเรา เราจึงต้องหาความสมดุลในการดูแล พูดคุยให้ความช่วยเหลือ และรัฐบาลเองก็เป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญในการดูแลให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ซึ่งความมีน้ำใจและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ก็เป็นสองสิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าการยอมรับความแตกต่างและการเคารพสิทธิของผู้อื่น เราต้องสร้างสะพาน ไม่ใช่สร้างกำแพง สุดท้ายนี้คุณ Miyavi ยังบอกอีกว่า เขาอยากจะเปลี่ยนมุมมองการทำงานช่วยเหลือสังคมให้เป็นงานเท่ๆ ที่ทำให้คนอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

เป็นยังไงกันบ้างคะ ? กับสัมภาษณ์พิเศษที่เราเอามาฝากกันวันนี้ นี่สิที่เขาเรียกว่าหล่อทั้งกายและใจ ! เชื่อว่าเพื่อนๆที่เป็นแฟนเพลงของคุณ Miyavi ต่างก็ประทับใจและภูมิใจกับร็อคสตาร์คนนี้แน่ๆ สำหรับใครที่สนใจอยากจะร่วมบริจาคเงินในโครงการ Nobody Left Outside สามารถเข้าไปได้ที่ unhcr หรือติดแฮชแท็ก #WithRefugees ในทวิตเตอร์ เรามาร่วมกันเป็นแรงสนับสนุนให้คุณ Miyavi และเป็นกำลังใจให้ผู้ลี้ภัยได้มีความหวังในทุกๆวันกันเถอะ !!

ขอขอบคุณ UNHCRThailand/unhcr
ผู้เขียน baiosfalim/JEENTT
ช่างภาพ nudii

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ