ทำงานบริษัทญี่ปุ่นดียังไง? ความเห็นจากดร.โอซากิ ผู้บริหาร Jobsugoi.com

สวัสดีครับทุกคน ผมโอซากิ ตัวแทนจาก Jobsugoi.com ครับ ตั้งแต่ครั้งนี้ไป ผมจะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับงานและการจ้างงานโดยเน้นที่บริษัทญี่ปุ่นนะครับ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ

คิดว่าผู้อ่านที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่น่าจะมีหลายคนที่อยากเข้าทำงานในบริษัทญี่ปุ่น หรือกำลังทำงานอยู่ในบริษัทญี่ปุ่นใช่มั้ยครับ ใครรู้บ้างว่าบริษัทญี่ปุ่นมีข้อดีอย่างไร? ข้อดีที่ผมสัมผัสได้จากบริษัทญี่ปุ่นที่ผมร่วมงานด้วยได้แก่

1. มีการดูแลที่ดีรวมไปถึงสวัสดิการต่างๆ


บริษัทจ่ายค่าเดินทางทั้งหมด ค่าเบี้ยเลี้ยงในหลายๆส่วน และมีประกันสุขภาพให้

2. เงินเดือนสูงกว่าปกติทั่วไป


มาตรฐานเงินเดือนต่ำกว่าบริษัทยุโรป-อเมริกา แต่สูงกว่าบริษัทไทย

3. มีการจ้างงานที่มั่นคง (สามารถทำงานได้ในระยะยาว)


เมื่อรับเข้ามาเป็นพนักงานแล้วก็เปรียบได้กับครอบครัวเดียวกัน มีโอกาสถูกเลิกจ้างต่ำมาก

4. มีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บริหารหรือคณะผู้บริหาร


เกือบทุกบริษัทเปิดโอกาสให้เลื่อนตำแหน่งเป็นได้ถึงกรรมการบริษัทหรือผู้จัดการทั่วไป (GM)

5. ระบบการฝึกสอนที่เพียบพร้อม


มีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าการอบรมฝึกสอนจะทำให้บริษัทและพนักงานจะเติบโตไปพร้อมกันในระยะยาว

กรณีของบริษัทยุโรปหรืออเมริกาถ้าดูจากเงินเดือนอย่างเดียวเทียบกับบริษัทญี่ปุ่นแล้วอาจจะสูงกว่า แต่ถ้าพนักงานไม่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทแม้เพียงนิดเดียวก็อาจถูกเลิกจ้างได้ทุกเมื่อ ทั้งยังมีกรณีที่พอเปลี่ยนผู้บริหารแล้ว ทั้งเลขาและคนในตำแหน่งสำคัญก็ถูกปลดออกด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ในปัจจุบันหลายบริษัทก็เลือกที่จะจ้างเฉพาะพนักงานที่มีความสามารถอยู่แล้วมาทำงาน โดยไม่ได้สนใจที่จะให้เรียนรู้เพิ่มเติมเลยด้วย ในทางกลับกันถ้าเป็นบริษัทญี่ปุ่น หากพนักงานแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในระหว่างช่วงทดลองงานละก็ หลังจากนั้นจะมีโอกาสได้ทำงานยืดยาวเลย เพราะอย่างไรก็ดีคนญี่ปุ่นนั้นเกลียดการเลิกจ้าง

นอกจากนี้ในเรื่องของการเลื่อนตำแหน่ง ถ้าพนักงานมีความสามารถก็มีโอกาสที่จะได้ทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียง อย่างที่ผมเคยได้พบเจอมาก็มีทั้งประธานบริษัทอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ และตัวแทนของบริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ที่เป็นคนไทย ซึ่งการได้เลื่อนตำแหน่งไม่ได้เกี่ยวกับคอนเนกชั่น แต่มาจากความสามารถนั่นเอง

ข้อดีของบริษัทญี่ปุ่นยังมีอีกหลายอย่าง แต่ว่าก็มีข้อเสียด้วยเช่นกัน ไว้วันหลังผมจะมาเล่าให้ฟังอีกนะครับ สวัสดีครับ!

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ