พนักงานร้านญี่ปุ่นปรับสไตล์การต้อนรับใหม่เอาใจลูกค้าทุกรูปแบบ

ใครที่เป็นนักช็อป มีประสบการณ์เคยไปช็อปปิ้งที่ประเทศญี่ปุ่นคงรู้ดีว่า การบริการและการดูแลลูกค้าของพนักงานต้อนรับตามร้านค่างๆของญี่ปุ่นใส่ใจ และเข้าถึงลูกค้าแค่ไหน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเดินเข้าร้านเสื้อผ้าที่ญี่ปุ่น โดยมากแล้วพนักงานร้านจะเข้ามาทักทาย ต้อนรับขับสู้ ถามไถ่ถึงเสื้อผ้าที่เราต้องการ แนะนำคอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุดอย่างกระตือรือร้น โดยวิธีการต้อนรับลูกค้าเช่นนี้ถือเป็นมาตรฐานการให้บริการสไตล์ญี่ปุ่นที่ถูกฝึกฝนกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ถึงแม้วิธีการดังกล่าวดูจะแสดงออกถึงหัวใจบริการและความใส่ใจลูกค้าได้เป็นอย่างดี แต่ก็มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยเหมือนกันที่ไม่ได้แฮปปี้กับ service mind แบบนั้นสักเท่าไร….


ในปัจจุบันหากเพื่อนได้มีโอกาสไปช็อปปิ้งตามร้านค้าที่ญี่ปุ่นก็อาจจะรู้สึกได้ว่า “เดี๋ยวนี้ไม่มีพนักงานมาชวนเราคุยเลยแหะ” ใช่แล้วละค่ะ นั่นเป็นเพราะเดี๋ยวนี้เริ่มมีร้านหลายๆร้านที่ปรับเปลี่ยนสไตล์การต้อนรับลูกค้าเสียใหม่ เป็นแบบ “คอยดูอยู่ห่างๆ แต่ไม่ชวนคุย” เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเป็นเพราะ ลูกค้าที่ไม่ชอบเวลาถูกพนักงานร้านชวนคุยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นอาจเป็นเพราะเดี๋ยวนี้ลูกค้าสามารถเลือกและตรวจสอบรายละเอียดของสินค้าได้ก่อนแล้วล่วงหน้าทางอินเตอร์เน็ต จึงไม่จำเป็นที่จะต้องมาถามเอารายละเอียดจากพนักงาน เมื่อสไตล์การช็อปปิ้งของลูกค้าเปลี่ยนไป เหล่าพนักงานร้านก็ต้องปรับตัวตาม หันมาเอาใจลูกค้าด้วยการต้อนรับแบบเฝ้าดูอยู่ห่างๆ


ได้ยินอย่างนี้แล้วรับรู้ได้เลยว่า ชาวญี่ปุ่นยังไงก็ให้ความสำคัญกับการบริการ และการดูแลลูกค้าอย่างใส่ใจทุกรายละเอียดจริงๆ เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป พฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนตาม ร้านค้าก็ต้องปรับตัวให้ทันเพื่อให้ร้านของตนครองใจลูกค้าได้อยู่เสมอ เพราะอย่างนี้ไงนักท่องเที่ยวอย่างเราถึงได้เผลอเสียตังค์ช็อปจนกระเป๋าแฟบกลับมาตล๊อดดดด

ที่มา : livedoor, yahoo

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ