แองเกิ้ล
ญี่ปุ่นในมุมมองใหม่ เรื่องราวแปลกใหม่และน่าสนใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นที่หาอ่านจากที่อื่นไม่ได้

วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขณะอยู่ในรถไฟ

เมื่อเช้าตรู่ของวันจันทร์ที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่วัดระดับแรงสั่นสะเทือนได้ที่ระดับ 6 บริเวณทางตอนเหนือของโอซากา ซึ่งถือว่าเป็นการเกิดแผ่นดินไหวที่แรงที่สุดที่เคยเกิดขึ้นที่โอซากาเลยก็ว่าได้ โดยแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเร่งรีบ ผู้คนมากมายต่างใช้บริการรถไฟในการเดินทางเป็นจำนวนมาก หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขึ้นก็มีผู้คนจำนวนมากติดค้างอยู่ในรถไฟเป็นเวลานาน วันนี้จึงขอนำเอาบทความที่เกี่ยวกับวิธีปฏิบัติตัวเวลาเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขณะที่นั่งอยู่ในรถไฟมาให้อ่านกันเผื่อเป็นประโยชน์กันค่ะ

จะทำอย่างไรเมื่ออยู่ในรถไฟขณะที่เกิดแผ่นดินไหว

รถไฟส่วนใหญ่ที่วิ่งในญี่ปุ่นจะมีระบบหยุดวิ่งอัตโนมัติเมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น ดังนั้นเมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่รุนแรงขึ้นรถไฟจะหยุดการวิ่งทันที และถึงแม้ว่ารถไฟจะหยุดวิ่งอยู่ในอุโมงค์หรืออยู่จุดไหนก็ตามก็มีความปลอดภัยสูง อุโมงค์ที่สร้างขึ้นมาอย่างแข็งแรงจะไม่ล้มหรือถล่มลงมาทันที ดังนั้นเมื่อรถไฟหยุดวิ่งกะทันหันไม่ควรตื่นตะหนก และคอยระมัดระวังและคอยสังเกตรอบๆตัวไว้ หากมีผู้บาดเจ็บควรยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เพราะว่าหน่วยกู้ภัยจะไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทันที หากเกิดแผ่นดินไหวที่วัดแรงสั่นสะเทือนได้ที่ระดับ 5 ขึ้นไป จะต้องมีการตรวจตราความปลอดภัยภายในสถานีรถไฟและบริเวณใกล้เคียงรวมถึงตรวจสอบความปลอดภัยของรางรถไฟด้วย การตรวจสอบดังที่กล่าวข้างต้นจะใช้เวลานานพอสมควร ดังนั้นควรตั้งสติและรอด้วยความสงบ

ห้ามออกจากรถไฟโดยพลการ

การตรวจสอบความเรียบร้อยจะใช้เวลาค่อนข้างนานมาก ซึ่งในระหว่างที่รอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเรียบร้อยอยู่นั้นห้ามไม่ให้ออกจากรถไฟโดยพลการ ให้รอจนกว่าเจ้าหน้าที่มาแจ้งและอนุญาตให้ออกจากรถไฟได้เพื่อเดินไปยังสถานีใกล้เคียง โดยการให้สัญญาณจากเจ้าหน้าที่จะมีขึ้นก็ต่อเมื่อทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบความเรียบร้อยและความปลอดภัยเสร็จสิ้นทั้งหมดและมีคนมาช่วยลําเลียงคนออกจากรถไฟแล้วเท่านั้น

ในรถไฟหนึ่งขบวนจะจุคนได้ตู้ละประมาณ 200 คน รวมทั้งขบวนประมาณ 1,000-2,000 คน โดยจะมีเจ้าหน้าที่อยู่ 2 คน (หรือรถไฟ One Man ที่มีคนขับเพียง 1 คน) จึงจำเป็นต้องรอคนมาช่วยลำเลียงคนออกจากรถไฟ หากมีผู้โดยสารคนใดคนหนึ่งออกจากรถไฟโดยพลการจะทําให้การทํางานของเจ้าหน้าที่ลําบากขึ้น เพราะฉะนั้นห้ามเปิดประตูและออกจากรถไฟเอง ให้รอจนกว่าจะมีคําสั่งจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น หากระหว่างที่รถไฟหยุดและอากาศภายในรถไฟไม่ถ่ายเท หน้าต่างของรถไฟบางจุดสามารถเลื่อนเปิดปิดได้

หากอยู่ในบริเวณสถานีรถไฟขณะเกิดแผ่นดินไหว

หากอยู่ในบริเวณสถานีรถไฟลอยฟ้าหรือสถานีรถไฟใต้ดินขณะที่เกิดแผ่นดินไหว ให้ระมัดระวังอันตรายจากสิ่งของที่จะตกหล่นลงมากระแทกหัว ไม่ว่าจะเป็นแผ่นฝ้าเพดาน หลอดไฟ ป้ายต่างๆ กระจก เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขึ้นไม่ควรตื่นตระหนกและรีบวิ่งหนีออกจากสถานีรถไฟ เพราะบริเวณสถานีรถไฟออกแบบและสร้างขึ้นมาเพื่อทนแรงสั่นสะเทือนได้เป็นอย่างดี จึงไม่ถล่มหรือพังลงมาได้ง่ายๆ

แม้จะอยู่ในสถานีรถไฟใต้ดินก็ไม่ต้องกังวลเรื่องไฟฟ้าจะดับ

ถึงแม้จะเกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรง บริเวณสถานีรถไฟใต้ดินก็ยังคงมีแสงสว่างอยู่ตลอดถึงแม้จะสว่างน้อยลงกว่าเดิมแต่ก็จะไม่เกิดเหตุการณ์ไฟดับจนมองอะไรไม่เห็น เพราะสถานีรถไฟมีระบบไฟสํารองที่มีแบตเตอรี่ที่สามารถให้แสงสว่างได้นานมากกว่า 30 นาที บริเวณป้ายทางออกก็ยังคงมีแสงสว่างนำทาง ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรีบด้วยความตื่นตระหนกไปยังประตูทางออก ขอให้ใจเย็นๆ ตั้งสติและคอยฟังคำสั่งของเจ้าหน้าที่

หากภายในสถานีรถไฟเกิดความเสียหายหรือหวั่นเกรงว่าจะเกิดอันตรายจากอาฟเตอร์ช็อก ทางสถานีรถไฟก็จะทำการปิดทำการ หากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขึ้นไม่ควรไปหลบที่สถานีรถไฟ และสถานีรถไฟไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับคนจำนวนมาก ยิ่งคนไปแออัดบริเวณสถานีรถไฟมากเท่าไรก็จะเพิ่มความวุ่นวายมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นควรตระหนักว่าสถานีรถไฟไม่ใช่สถานที่หลบภัย

สิ่งที่ควรรู้ไว้คือ เมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขึ้น ยิ่งระดับแรงสั่นสะเทือนมากเท่าไร การตรวจสอบความปลอดภัยบริเวณโดยรอบที่รถไฟวิ่ง บริเวณสถานีรถไฟและรางรถไฟก็ย่อมจะใช้เวลาตรวจสอบมากเท่านั้น หากเกิดความเสียหายขึ้นก็ต้องใช้เวลาซ่อมแซมจนกว่าจะกลับมาใช้งานได้เป็นปกติ หากเกิดความเสียหายที่รุนแรงมากก็ต้องใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ถึงจะเริ่มกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ดังนั้นควรตรวจสอบสถานที่หลบภัยหรือสถานที่ปลอดภัยที่ใกล้ที่ทำงานไว้ เพื่อใช้เป็นสถานที่ไว้รอระหว่างที่รถไฟกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบความปลอดภัย ไม่ควรพยายามดั้นด้นดิ้นรนเพื่อหาทางกลับบ้าน ให้รอด้วยความใจเย็น

เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นไม่ควรจะตื่นตระหนกจนเกินไป ใจเย็นๆค่อยๆคิด และควรคิดหาวิธีไว้ว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาต้องควรทำอย่างไรบ้าง เตรียมพร้อมและเตรียมใจไว้เสมอนะคะ

ที่มา diamond huffingtonpost

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ

Get real time updates directly on you device, subscribe now.

ความคิดเห็น
Loading...