แองเกิ้ล
ญี่ปุ่นในมุมมองใหม่ เรื่องราวแปลกใหม่และน่าสนใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นที่หาอ่านจากที่อื่นไม่ได้

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “โทคุชิมะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

จังหวัดโทคุชิมะตั้งอยู่ในภูมิภาคชิโคคุ ถึงจะไม่ได้เป็นจังหวัดที่นิยมแบบโตเกียว เกียวโต โอซาก้า ฮอกไกโด แต่ก็เป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มากมาย ไม่จะเป็นภูเขาที่มีความสูงมากที่สุด น้ำวนนารุโตะ พื้นชายฝั่งที่สวยงาม และยังมีเทศกาลเต้นรำอะวะ (Awa Odori) ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามากว่า 1.3 ล้านคน ANNGLE เลยจะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดโทคุชิมะให้เพื่อนๆได้รู้จักกันมากขึ้น

1. หุบเขาอิยะ (祖谷渓)


เป็นหุบเขาที่มียอดเขาสูงที่สุดและเป็น 1 ใน 3 สถานที่สวยงามในญี่ปุ่น หุบเขาที่เป็นรูปตัววีบนเขาเต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวและมีแม่น้ำอิยะที่ลัดเลาะไปตามช่องเขา ช่วงฤดูใบไม้ผลิหุบเขาแห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสีแดงตามฤดูกาลยิ่งสวยงามขึ้นไปอีก โดยหุบเขาจะมีอยู่สองที่คือ หุบเขาอิยะทิศตะวันตกนี้มีโรงแรมออนเซน และจุดที่ที่นักท่องเที่ยวจะชอบไปถ่ายรูปก็คือยอดเขาที่สามารถมองเห็นวิวหุบเขาพร้อมกับมีรูปปั้นเด็กผู้ชายยืนฉี่ (Manikin Peeing Boy Statue) กับสะพานอิยะคาซูระบาชิ ส่วนอีกหุบเขาหนึ่งคือหุบเขาอิยะทิศตะวันออก จะมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และพื้นเมืองฮิกาชิอิยะ บ้านซามุไร สะพานโอคุ-อิยะคาซูระบาชิที่นักท่องเที่ยวจะชอบไปถ่ายรูปกัน ภูเขาสึรุงิเป็นภูเขาที่ชื่นชอบสำหรับนักปีนเขาเลยนะ

การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Awa Ikeda นั่งรถบัสสาย Shikoku ลงที่ป้าย Furono Tani

2. สะพานคาซูระบาชิ (かずら橋)


เป็นสะพานแขวนที่ถอดตัวอยู่บนแม่น้ำอิยะสร้างจากเถาวัลย์ ในอดีตใช้สำหรับขนสินค้าและย้ายผู้คนข้ามแม่น้ำ สะพานลักษณะนี้ที่ยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบันมีเพียง 13 แห่ง ซึ่งสะพานนี้มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุด มีความยาว 45 เมตรทอดตัวเหนือแม่น้ำอิยะที่อยู่ในใจกลางหุบเขาสูง 14 เมตรเลยนะ

การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Oboke นั่งรถบัสประมาณ 20 นาที หรือจากสถานี Awa Ikeda นั่งรถบัสประมาณ 70 นาที

3. เทศกาลอะวะโอโดริ (阿波おどり)


เป็นเทศกาลเต้นรำที่จัดขึ้นทั่วญี่ปุ่น แต่ที่นี่เป็นบ้านเกิดแห่งระบำอะวะมีมากว่า 400 ปี จัดขึ้นเพื่อฉลองปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นผู้คนมาร่วมร่ายรำกันโดยไม่มีการแบ่งชนชั้นใดๆ ด้วยขบวนระบำที่มีสีสัน มีชีวิตชีวา สนุกสนานไปด้วยเครื่องดนตรีญี่ปุ่นมากมายผสมผสานกับท่ารำของคนรำหญิงชาย พอค่ำก็จะมีการจัดกิจกรรมเต้นอีกชื่อหนึ่ง “เร็น” โดยเมื่อนักเต้นออกมาโชว์สเต็ปตามจังหวะดนตรีกลางถนนในย่านดาวนทาวน์ มีทั้งนักเต้นมือสมัครเล่นและผู้ที่ฝึกฝนมาตลอด นักเต้นจะใส่ชุดที่มีสีสันโดยผู้หญิงจะใส่ชุดยูกาตะ ส่วนผู้ชายจะสวมชุดฮัปปิ (ยูกาตะแบบสั้นและกางเกงขาสั้น) ปัจจุบันเป็นเทศกาลที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากหลากหลายประเทศมาที่จังหวัดนี้เพื่อชมการระบำอะวะโดยเฉพาะเลย

จัดขึ้นวันที่ 12 – 15 เดือนสิงหาคมของทุกปี
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Tokushima ขึ้นมาก็จะเจอการแสดงที่ถนนเลย

4. พิพิธภัณฑ์อะวะโอโดริ (阿波おどり会館)


พิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาของเทศกาลอะวะโอโดริ มีการจัดแสดงโชว์ชุดรำและเครื่องดนตรีต่างๆมากมาย มีโรงหนัง 3D ที่ฉายบรรยากาศจริงของเทศกาล เมื่อขึ้นไปชั้นบนสุดสามารถนั่งกระเช้าไปยังเขาบิซันได้ด้วยนะ

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 น. – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : 300 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Tokushima เดินอีกประมาณ  10 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติม Awaodori

5. สวนสาธารณะบิซัน (眉山公園)


ขึ้นกระเช้าไปบนภูเขาบิซัน จะเจอสวนสาธารณะที่สามารถมองเห็นวิวของโทคุชิมะได้ทั้งหมด ตอนค่ำๆก็ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่ดีด้วย จะพิเศษสุดๆเลยถ้าเพื่อนๆได้ไปดูช่วงซากุระบานเพราะที่นี่เป็นจุดชมซากุระที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่ง ทั้งสนุกทั้งสวยสุดๆเลย

เวลาเปิด – ปิด : เปิด 24 ชั่วโมง
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Bizan Ropeway เดินอีกประมาณ 10 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติม Bizan

6. วัดเรียวเซนจิ (霊山寺)


เป็น 1 ใน 88 วัดบนเส้นทางแสวงบุญชิโคคุอันโด่งดัง ในแต่ละปีจะมีผู้แสวงบุญจำนวนมากมาปฏิบัติธรรมที่วัดแห่งนี้โดยจะนุ่งขาวห่มขาว สวมหมวกฟาง ถือไม้เท้าและอุปกรณ์อื่นๆที่จำเป็น

เวลาเปิด – ปิด : 07.00 น. – 17.00 น.
การเดินทาง  : จากสถานีรถไฟ Naruto ไปยังสถานีรถไฟ Ikenotani แล้วเปลี่ยนสายไปสถานีรถไฟ Bando และเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที

7. น้ำวนนารุโตะ (鳴門の渦潮)


เป็นเสน่ห์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาให้พวกเราได้ชมกัน ทะเลน้ำวนแห่งนี้เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เกิดในบริเวณช่องแคบนารุโตะเนื่องจากระดับน้ำทะเลที่แตกต่างระหว่างทะเลเซโตะกับมหาสมุทรแปซิฟิก โดยแต่ละครั้งที่เกิดทะเลน้ำวนจะเกิดนานประมาณ 1- 2 ชั่วโมง ส่วนขนาดของน้ำวนจะใหญ่หรือเล็กก็ขึ้นอยู่กับช่วงฤดูกาลหรือความแรงของกระแสน้ำเป็นประเด็นหลัก

สะพานอุซึโนะมิจิ (渦の道)


เพื่อนๆสามารถชมน้ำวนนารุโตะได้จากสะพานแห่งนี้ ซึ่งทอดยาวอยู่ก้นสะพานโอนารุโตะ โดยบางส่วนของทางเดินจะทำเป็นกระจกใสให้สามารถมองเห็นน้ำวนได้จากความสูง 45 เมตร

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 น. – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : 500 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Osaka ให้นั่งรถ Express Bus ที่จะมีท่ารถอยู่ข้างๆ ไปลงที่ป้าย Naruto Koen Guchi (ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง) และเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติม Uzuno

8. พิพิธภัณฑ์เยอรมัน (ドイツ館)


เป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพระหว่างนารุโตะกับเยอรมันที่ถึงจะจบจากสงครามโลกครั้งที่ 1 แล้วแต่ก็ยังเป็นมิตรดีต่อกัน บ้านเยอรมันหลังนี้เป็นความปราถนาที่ให้ทำเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเกี่ยวกับนักโทษค่าย Bando Camp มีทั้งโมเดลกับภาพถ่าย พร้อมทั้งคำบรรยายเป็นภาษาญี่ปุ่น เยอรมัน อังกฤษ ข้างๆบ้านเยอรมันก็จะมีสวนหมู่บ้านเยอรมันซึ่งเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงนักโทษชาวเยอรมันในอดีตค่ะ

เวลาเปิด – ปิด : 09.30 น. – 17.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์ที่ 4 ของทุกเดือน / วันที่ 28 – 31 เดือนธันวาคม)
ค่าเข้าชม : 400 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Naruto นั่งรถบัสไปยังสถานี Itano ลงที่ป้าย Doitsu Mura Koen และเดินอีกประมาณ 10 นาที

9. พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอสึกะ (大塚国際美術館)


เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ภายในจะจัดแสดงศิลปะตะวันตกขนาดเท่าของจริงตั้งแต่สมัยโบราณถึงศตวรรษที่ 20 รวมถึงผมงานของศิลปินชื่อดังอีกด้วย ยังมีแท่นบูชา สุสาน และโบสถ์ซิสทีน จุดไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็คือภาพวาดที่วาดลงซ้ำบนแผ่นเซรามิกอยู่ที่ผนังกำแพงและเพดานซึ่งมีเทคนิคพิเศษที่สามารถรักษาสีและรูปร่างถึงแม้จะผ่านระยะเวลามาถึง 2,000 ปีก็ตาม ถ้านักท่องเที่ยวขึ้นมาที่นี่ก็มีร้านอาหารและคาเฟ่บริการอีกด้วย

เวลาเปิด – ปิด : 09.30 น. – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : 3,240 เยน (ถ้าซื้อจาก Lawson หรือ 7-Eleven จะเหลือ 3,100 เยน)
การเดินทาง : จาก Naroto Koen เดินอีกประมาณ 10 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติม O-Museum

10. เมืองวาคิมาจิ (脇町)


เมืองวาคิมาจิเป็นเมืองปราสาทและร้านค้าที่คึกคักตั้งแต่สมัยเอโดะที่ยังคงเหลือรูปแบบสถาปัตยกรรมโบราณเรียกว่า อุดะสึ (うだつ) มีจุดเด่นที่กันสาดสำหรับป้องกันเวลาไฟไหม้ไม่ให้ลามไปยังบ้านใกล้เรือนเคียง ในปัจจุบันเมืองแห่งนี้ได้รับการอนุรักษ์เป็นมรดกที่สำคัญของประเทศ นอกจากนี้ยังมีวัดโบราณ และโรงละครเก่าแก่ที่มีการบูรณะขึ้นมาใหม่และใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรม การแสดง คอนเสิร์ตต่างๆ ถ้านักท่องเที่ยวอยากจะเข้าชมก็จะมีค่าเข้าคนละ 200 เยน

การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Tokushimaโดยรถไฟด่วนขบวน Tsurugisan ไปลงที่สถานี JR Anabuki เดินอีกประมาณ 40 นาที และต่อรถบัสไปลงที่ป้าย Tsurugisan
ข้อมูลเพิ่มเติม Mima

ถึงแม้จะไม่ใช่จังหวัดที่คนรู้จักมากมายแต่ก็เป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สนใจทางด้านธรรมชาติหรือด้านศิลปะเข้ามาได้ต่อเนื่อง และยิ่งมีเทศกาลที่เป็นจุดเด่นทางวัฒนธรรมยิ่งน่าสนใจมากๆขึ้น เพื่อนๆก็อย่าลืมจังหวัดโทคุชิมะในการวางแผนไปญี่ปุ่นด้วยนะคะ

อ้างอิง : Tokushima Tokushimacity Iya Wikiwand Naruto ドイツ Museum Blog Awaodori pinterest

ผู้เขียน : JEENTT

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ

Get real time updates directly on you device, subscribe now.

ความคิดเห็น
Loading...