แองเกิ้ล
ญี่ปุ่นในมุมมองใหม่ เรื่องราวแปลกใหม่และน่าสนใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นที่หาอ่านจากที่อื่นไม่ได้

“กุนคังจิมะ” เกาะแห่งซากปรักหักพัง มรดกโลกของนางาซากิ

ในปี 2015 “กุนคังจิมะ” ของจังหวัดนางาซากิถูกยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็น “มรดกโลก” มีชื่อทางการคือฮาชิมะ ถึงจะเป็นเกาะที่รุ่งเรืองด้วยเหมืองถ่านหินในช่วงสมัยเมจิถึงสมัยโชวะแต่ปัจจุบันกลับเป็นเพียงเกาะร้าง ครั้งนี้จึงอยากนำเสนอไฮไลท์ ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ และแนะนำวิธีการไปชมกุนคังจิมะแห่งนี้ให้เพื่อน ๆ ได้รู้กัน

ตั้งแต่สมัยเมจิถึงโชวะ กุนคังจิมะเป็นเกาะที่มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมากเพราะมีเหมืองถ่านหินก้นทะเล ในช่วงยุคที่รุ่งเรืองนั้นเกาะนี้มีจำนวนประชากรหนาแน่นกว่าเมืองหลวงอย่างโตเกียวเสียอีก ทว่าผลจากการปฏิวัติพลังงานซึ่งจะเปลี่ยนจากการใช้ถ่านหินมาเป็นน้ำมันนั้น ทำให้เกาะนี้ต้องถูกปิดตัวลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชาวเกาะก็ย้ายออกไปเรื่อย ๆ จนเกาะนี้ร้างไปในที่สุด แต่ในปี 2015 กุนคังจิมะก็ได้ถูกขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกอีกแห่งในฐานะมรดกทางอุตสาหกรรมที่ยังคงหลงเหลือเค้าเดิมของสิ่งก่อสร้างในยุคนั้นและส่งต่อความเจริญที่มีมาสู่คนรุ่นหลัง

กุนคังจิมะเป็นเกาะแบบไหนกันนะ

“กุนคังจิมะ” เป็นชื่อเรียกเกาะร้างแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่กลางทะเลทางตะวันตกเฉียงใต้ของท่าเรือนางาซากิ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “ฮาชิมะ” ในช่วงปลายของสมัยเอโดะมีการค้นพบถ่านหินคุณภาพดี หลังจากนั้นตั้งแต่ปีเมจิที่ 23 เป็นต้นมาทั่วพื้นที่ของเกาะแห่งนี้ก็กลายเป็นแหล่งวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมเหล็ก

ทางขวาของภาพ คือตอม่อสายพานขนส่งถ่านหินที่ได้จากการขุดเจาะ

ในช่วงยุคทองของอุตสาหกรรมถ่านหินนั้นเป็นที่ภาคภูมิใจกันว่าเกาะแห่งนี้มีผู้คนอาศัยอยู่กันอย่างหนาแน่นกว่าในโตเกียวเสียอีก เพราะว่าพื้นที่ครึ่งหนึ่งของเกาะเป็นเหมืองจึงมีการใช้ประโยชน์จากที่ว่างอันน้อยนิดสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย และถือเป็นเกาะที่มีการก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นแห่งแรกของประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว พร้อมกับที่เทคโนโลยีการขุดเจาะพัฒนาขึ้นพื้นที่โดยรอบเกาะก็ขยายขึ้นเช่นกัน และเพราะว่าเกาะนี้มีรูปร่างคล้ายเรือรบจึงถูกเรียกขานกันว่า “กุนคังจิมะ” นั่นเอง (กุนคัง แปลว่า เรือรบ)

แม้กุนคังจิมะนี้จะเป็นเกาะที่มีทั้งเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดของญี่ปุ่นในยุคนั้นและมีลักษณะเหมือนเมืองหลวง แต่เพราะการสั่งปิดเหมืองในปีโชวะที่ 49 ตามนโยบายจัดระบบเรื่องพลังงานของรัฐบาลทำให้เกาะนี้กลายเป็นเกาะร้าง อาคารบ้านเรือนก็เก่าทรุดโทรมลงและถูกสั่งห้ามเข้าใช้ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันส่วนหนึ่งของเกาะกำลังได้รับการฟื้นฟูและมีความเป็นไปได้ที่จะเปิดให้เข้าไปอีกครั้ง จากความสำเร็จในการรณรงค์ให้อนุรักษ์กุนคังจิมะที่ถูกผลักดันมาตลอดจากกลุ่มชาวเกาะที่เคยอาศัยอยู่ในอดีตทำให้ในปี 2015 เกาะร้างแห่งนี้ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก!

เกาะแห่งน้อยที่ซึ่งรวบรวมเทคโนโลยีสุดล้ำของประเทศญี่ปุ่นในยุคนั้น

กุนคังจิมะนี้มีการสร้างที่อยู่อาศัยแบบคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นที่แรกในประเทศญี่ปุ่น โดยการก่อสร้างในระยะแรกเป็นการสร้างอาคารเพียง 4 ชั้น แต่ต่อมาก็ต่อเติมจนเป็นอาคาร 7 ชั้น ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่มาก ๆ เมื่อเทียบกับตึกในสมัยนั้น และด้วยตัวอาคารที่ยังหลงเหลือซากมาให้พบเห็นจนตอนนี้นี่เองที่เป็นเหมือนตัวจุดประกายให้เห็นถึงภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเกาะเมื่อวันวานสำหรับผู้คนที่มองเข้ามา

ตรงกลางในรูป คือตึก 30 เป็นที่อยู่อาศัยคอนกรีตเสริมเหล็กซึ่งถูกสร้างขึ้นเป็นที่แรก ๆ ของประเทศญี่ปุ่น

ในช่วงยุคทอง กุนคังจิมะไม่ได้มีเพียงแค่โรงเรียนหรือโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ยังคึกคักไปด้วยโรงหนัง ร้านปาจิงโกะ ร้านค้าขายของ ร้านอาหาร รวมไปถึงสถานที่บันเทิงเริงรมย์ แน่นอนว่าเหล่าชาวเกาะเองก็ใช้ชีวิตไม่ต่างกับผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่เลย และไม่ได้รู้สึกว่ากำลังอาศัยอยู่บนเกาะกลางทะเลแต่อย่างใด

ช่วงหลังสงครามโลกที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็วนั้น คนบนเกาะก็มีการนำเข้าเทคโนโลยีอย่างเครื่องใช้ไฟฟ้ามาใช้อย่างรวดเร็วและแพร่หลาย ทั้งทีวี ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า หรือเป็นที่รู้จักในนามของของศักดิ์สิทธิ์ 3 อย่างนั่นเอง โดยสัดส่วนในการนำเข้ามานี้ก็สูงมากทีเดียว อีกทั้งสายสัมพันธ์ของคนทั้งเกาะนั้นก็ผูกกันอย่างลึกซึ้งจึงเหมือนเป็นการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเช่นเป็นครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่ง

งานแสนอันตรายเพื่อค้ำจุนวิถีชีวิตที่สุขสบาย

กุนคังจิมะเป็นเกาะที่มีเทคโนโลยีล้ำที่สุดในยุคนั้น และเพื่อที่จะรองรับวิถีชีวิตที่อู้ฟู่สุขสบายก็ต้องแลกมาด้วยงานขุดเจาะถ่านหินที่แสนอันตราย

เพราะว่าเป็นงานเหมือง คนงานจึงมักต้องประสบกับปัญหาสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากอย่างอุโมงค์ถล่มหรือน้ำท่วมขัง และไหนจะเหตุการณ์แก๊สระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นประจำอีก ซึ่งทำให้ต้องทำงานล่วงเวลาอยู่เสมอ

ทางขวาของภาพ คือซากสะพานทางเชื่อมสู่ปากทางเข้าอุโมงค์ที่ 2 ของเหมือง ซึ่งในปัจจุบันหลงเหลืออยู่เพียงเท่านี้

ส่วนนี้เป็นส่วนไว้ขึ้นลงเพื่อเข้าไปยังทางเดินที่ 2 ของเหมืองที่แม้ในปัจจุบันจะยังมีปรากฏไว้ให้เห็นอยู่ แต่สำหรับยุคนั้นการก้าวเข้าไปแต่ละครั้ง ไม่มีใครรู้หรือรับประกันได้เลยว่าจะมีโอกาสได้รอดกลับออกมาอีกหรือไม่ และนี่คือสิ่งที่เล่ากันมาจากกลุ่มคนงานเหมืองที่เคยเข้าไปทำงานเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย

รู้จักกุนคังจิมะให้มากกว่านี้กันเถอะ เราจะไปเกาะนี้ได้ยังไง

การที่จะไปเที่ยวชมกุนคังจิมะ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องซื้อทัวร์ และเพราะว่าทัวร์แทบทั้งหมดจะต้องจองล่วงหน้า ถึงแม้ว่าจะออกเรือไปแล้วแต่ถ้าไม่เตรียมการณ์เอาไว้ตามเงื่อนไขของจังหวัดนางาซากิก็จะไม่สามารถขึ้นเกาะได้ อันนี้ก็เหมือนขึ้นอยู่กับดวงด้วย การจัดตารางเวลาให้มีที่ว่างเผื่อไว้จึงสิ่งสำคัญในกรณีที่หากได้ขึ้นฝั่ง ปัจจุบันมี 5 บริษัทที่จัดทัวร์สำหรับพาชมกุนคังจิมะ ซึ่งแต่ละบริษัทก็มีค่าบริการที่แตกต่างกันจึงควรหาข้อมูลเอาไว้ล่วงหน้า นอกจากนี้จากในตัวเมืองนางาซากิเองจนถึงจุดออกเรือนั้นสามารถใช้บริการรถรางได้ ซึ่งนับว่าสะดวกมากทีเดียว และที่สำคัญเรือนั้นออกตรงเวลา เพื่อน ๆ จึงต้องเผื่อเวลาไปให้ดีนะคะ

สีของอิฐแดงตามอาคารที่สามารถเปลี่ยนสีได้ด้วยอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลง

กุนคังจิมะเนี่ยเป็นเกาะที่มีความน่าสนใจมากจริง ๆ เลยใช่ไหมล่ะคะ ทั้งงานเหมืองที่ดูเสี่ยงอันตรายเพื่อรองรับวิถีชีวิตอันรุ่งเรือง ที่อยู่อาศัยคอนกรีตเสริมเหล็กที่แรกในญี่ปุ่น และซากอาคารที่หลงเหลืออยู่ซึ่งมีรูปลักษณ์เปลี่ยนแปลงไปได้เนื่องจากละอองน้ำทะเล ใครที่วางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่นในละแวกใกล้เคียงกันนี้ ก็อย่าลืมเพิ่ม “กุนคังจิมะ” ของจังหวัดนางาซากิแห่งนี้ลงไปในตารางด้วยนะคะ รับรองเลยว่าจะต้องได้สัมผัสกับประวัติศาสตร์ของการปฏิวัติอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นอย่างแน่นอนค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก tabizine
ผู้เขียน Azúcarita

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ

Get real time updates directly on you device, subscribe now.

Leave a Reply