,

“รายได้” กับ “อัตลักษณ์” ความท้าทายใหม่ในวันนี้ของเกียวโต

“เกียวโต” เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศญี่ปุ่นที่ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวต่างชาติแวะมาเยี่ยมเยือนชมเสน่ห์เมืองหลวงเก่าแห่งนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นนี้เริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของชาวบ้านท้องถิ่นมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน รถบัสประจำทางแน่นขนัดตลอด ที่พักแบบผิดกฎหมายเพิ่มมากขึ้น จนทำให้มีเสียงตัดพ้อว่า “เริ่มไม่ไหวแล้ว” “นี่มันมลพิษทางการท่องเที่ยวชัดๆ” แต่ในอีกมุมหนึ่งประชากรของเกียวโตกลับลดลง ความเป็นเกียวโตในแบบที่เคยเป็นก็เริ่มหายไป และนี่คือปัญหาใหญ่ที่พวกเขากำลังต้องเผชิญ

สถานการณ์การท่องเที่ยวของเกียวโต

ย่านกิออนเป็นที่รู้จักกันดีถึงความงามของบ้านเมืองสไตล์โบราณ ทางเดินที่เป็นแผ่นหินเรียงราย เสียงแม่น้ำชิรากาว่าที่ไหลไปเรื่อยๆ ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง แต่เมื่อฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา ชาวบ้านในท้องถิ่นได้ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวโดยการยกเลิกการจัดงานแสดงไฟดอกซากุระยามค่ำคืนที่จัดสืบต่อกันมากว่า 27 ปี ด้วยเหตุผลที่ว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คนที่มาชมดอกไม้เริ่มเยอะจนเกินไป ทำให้มีความกังวลทั้งเรื่องอุบัติเหตุ ทั้งเรื่องการจัดการ คนในพื้นที่ไม่สามารถรับมือได้ไหวแล้ว ระยะหลังๆก็ต้องปวดหัวกับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาถ่ายรูปอย่างพรีเวดดิ้ง ด้วยบรรยากาศอันสวยงามของเกียวโต ทำให้กลายเป็นจุดขายทางธุรกิจที่ดี มีคู่รักชาวต่างชาติจำนวนมากมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งกันที่นี่ บางครั้งก็เลยเถิดเข้ามาถ่ายกันถึงหน้าประตูบ้านของชาวบ้าน จนต้องมีการตักเตือนเป็นปัญหาที่ทำให้คนในพื้นที่ลำบากใจ ทัศนียภาพและบรรยากาศแบบท้องถิ่นที่คนในพื้นที่ต่างร่วมกันปกป้องรักษากันมา ถูกบริโภคผ่านการท่องเที่ยวแบบไร้ซึ่งความเคารพ เหลือทิ้งไว้แต่ภาระให้กับคนในท้องที่ การท่องเที่ยวที่เติบโตจนเกินไป ทำให้บรรยากาศในอดีตเริ่มจางหาย การยกเลิกการจัดงานแสดงไฟดอกซากุระยามค่ำคืน คือหนึ่งในวิธีท้าทายเพื่อถามกับทางภาครัฐว่า “ให้มันเป็นต่อไปแบบนี้จะดีหรือ?”

นักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น เกินความสามารถจะรับไหว

ตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา รัฐบาลญี่ปุ่นเริ่มต้นแคมเปญ Visit Japan เพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เข้ามาเที่ยวในญี่ปุ่นมากขึ้นเป็นเท่าตัวจากที่เคยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเยือนญี่ปุ่นปีละประมาณ 5 ล้านคน จริงอยู่ที่แคมเปญดังกล่าวประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมากทำให้ในปีนี้ญี่ปุ่นมีนักท่องเที่ยวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ตัวเลข 20 ล้านคนในปี 2016 แต่จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณก็เริ่มส่งผลกระทบต่อคนในท้องถิ่นหนักขึ้นด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาห้องพักแบบผิดกฏหมายที่ก่อความรำคาญ และความวิตกกังวลแก่ผู้อยู่อาศัยรอบข้าง จำนวนนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการรถสาธารณะจนคนในพื้นที่แทบจะไม่สามารถใช้บริการได้

ความเบื่อหน่ายต่อสภาพปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นของคนในพื้นที่จนทำให้ตัดสินใจย้ายไปใช้ชีวิตที่อื่น ทำให้ปัญหาการลดลงของประชากรทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก การไม่มีนโยบายการจัดการที่ชัดเจนจากภาครัฐทำให้ไม่สามารถควบคุมปริมาณนักท่องเที่ยวให้อยู่ในจำนวนที่เหมาะสมได้ ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ต่างมาญี่ปุ่นเพื่อซึมซับวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่น อยากมาลองใช้ชีวิตแบบคนในเกียวโต แต่ถ้ามองไปทางไหนก็มีแต่ชาวต่างชาติด้วยกันเอง มนต์เสน่ห์ชองการเกียวโตจะเหลืออะไรให้ได้สร้างความประทับใจอีก จนสุดท้ายก็จะกลายเป็นการทำลายการท่องเที่ยวเกียวโตไปในที่สุด

ถึงการท่องเที่ยวจะเป็นแหล่งสร้างรายได้ที่ง่ายและเร็วที่สุด แต่ถ้าขาดการบริหารจัดการที่เหมาะสม ก็อาจจะกลายมาเป็นการทำลายมรดกของชาติได้ด้วยเช่นกัน เกียวโตยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในดวงใจของชาวต่างชาติ รวมทั้งคนไทยอยู่เสมอ นักท่องเที่ยวอย่างเราก็ต้องให้ความร่วมมือ เคารพสถานที่และช่วยกันรักษาเกียวโตให้อยู่สร้างความประทับใจกับคนทั่วโลกต่อไปนะคะ

ที่มา : asahi

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ

Written by kunchom

kunchom

OL บริษัทญี่ปุ่นที่จริงๆฝันอยากเป็นนักเขียน เลยแก้เครียดด้วยงานแปลคอลัมน์เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น

Trunk Hotel โรงแรมใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์สุดเจ๋ง “โรงแรมเพื่อสังคม” ในย่านชิบูยะ

เมนู Hello Kitty สีเหลืองสุดคิวท์ พบกันได้ที่โอไดบะ