,

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “ฟุคุโอกะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

จังหวัดนี้ถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองน่าอยู่อันดับต้นๆของโลกเลยนะ ด้วยบ้านเมืองที่ถูกจัดเป็นระเบียบ สะอาดสะอ้าน การคมนาคมก็สะดวกสบาย ความปลอดภัย ความเป็นมิตรของคนที่นี่ทำให้น่าอยู่ และก็น่าไปเที่ยวด้วย มีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางประวัติศาตร์ ธรรมชาติ และสิ่งก่อสร้างใหม่ที่ผสมผสานกันลงตัวอยู่ในเมืองนี้ ANNGLE เลยอยากจะพาเพื่อนๆมารู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวตามมุมต่างๆของจังหวัดฟุคุโอกะกันค่ะ

1. ซากปราสาทฟุคุโอกะและสวนมาอิซูรุ (福岡城と舞鶴公園)

ปราสาทเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยเอโดะ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองภายในสวนมาอิซูรุ ถือเป็นปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคิวชูเลยทีเดียว แต่พอเปลี่ยนยุคสมัยเป็นเมจิก็โดนทำลายลงเพราะตัวปราสาทถูกมองว่าเป็นระบบศักดินา ในปัจจุบันจึงเหลือเพียงแค่ซากของกำแพงและฐานของหอคอยเล็กๆ นอกจากปราสาทแล้วสวนมาอิซูรูก็เป็นสวนสาธารณะอันดับ 1 ของเมืองที่เป็นจุดชมซากุระยอดนิยมที่สามารถชมได้ทั้งกลางวันและกลางคืน จึงมีผู้คนมากมายเข้ามาเดินเล่น มานั่งปิกนิกกันใต้ต้นซากุระที่สวนแห่งนี้

เวลาเปิด – ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมงเลย
ค่าเข้าชม : ฟรีจ้า
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟใต้ดิน Ohori Koen เดินประมาณ 5 นาทีก็จะถึง

2. สวนโอโฮริ (大濠公園)

โอโฮริ ตามความหมายเลยก็คือ คูคลองรอบๆปราสาทฟุคุโอกะที่เกิดมาจากการรวมตัวของอ่าวฮากาตะ ซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองฟุคุโอกะ ที่มีพื้นที่ขนาดกว้าง มีสระน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางสวนซึ่งจะมีเกาะขนาดเล็กๆอยู่ 4 เกาะเชื่อมกันด้วยสะพานเล็กๆ ด้วยวิวที่สวยงามราวกับภาพวาดสามารถสร้างความผ่อนคลายให้กับผู้ที่มาทำกิจกรรมกัน ไม่ว่าจะมาวิ่งออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน ถีบเรือเป็ดน้อยกินลมชมวิว หรือบางคนก็จะพาน้องหมามาเดินเล่น เรียกว่าเป็นกิจวัตรประวันของคนญี่ปุ่นเลย เพื่อนๆคนไหนที่อยากจะเนียนๆเป็นคนญี่ปุ่นก็ไม่ควรพลาดมาเดินเล่นที่นี่เลยนะ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีสวนญี่ปุ่นและพิพิธภัณฑ์ศิลปะด้วยนะคะ

เวลาเปิด – ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมงเลย
ค่าเข้าชม : สวนสาธารณะฟรีจ้า แต่สวนญี่ปุ่นเสีย 240 เยน และพิพิธภัณฑ์ศิลปะเสีย 200 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟใต้ดิน Ohori Koen เดินประมาณ 7 นาทีก็จะถึง
ข้อมูลเพิ่มเติม Ohori

3. วัดนันโซอิน (南蔵院)

เป็นวัดที่อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักในกลุ่มนักท่องเที่ยว แต่กลับมีความน่าสนใจซ่อนอยู่มากมาย แค่สถานที่ตั้งก็ดูลึกลับแล้วหล่ะเพราะซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ป่าเขา และภายในวัดยังมีถ้ำ ลำธาร น้ำตก แค่จะเดินเข้าวัดก็เหมือนเราได้ชมพร้อมกับศึกษาธรรมชาติ และจุดเด่นที่ดึงดูดให้คนเข้ามาก็คือ พระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่ทำจากทองแดงหนัก 300 ตัน มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเลยนะ และยังมีรูปปั้นยักษ์ฟุโดเมียวขนาดใหญ่ และรูปปั้นของพระพุทธรูปต่างๆในศาสนาพุทธกว่า 500 องค์ รวมถึงรูปปั้นเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้ง 7 ของญี่ปุ่นอีกด้วย นอกจากนี้เจ้าอาวาสนันโซอินนั้นท่านมีชื่อเสียงเรื่องการบอกล็อตเตอรี่มากเลย ผู้คนที่มาสักการะที่นี่ส่วนใหญ่จึงมาขอพรเรื่องโชคลาภกัน

เวลาเปิด – ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมงเลย ส่วนร้านค้าและประชาสัมพันธ์จะเปิด 09.00 น. – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี แต่ถ้าจะเข้าไปใต้องค์พระ จะจ่าย 500 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Hakata นั่งรถไฟสาย JR Sasaguri ไปลงที่สถานี Kido Nanzoin Mae และเดินต่ออีกประมาณ 3 นาที

4. ศูนย์การค้าคาแนลซิตี้ (キャナルシティ)

ตึกสีสันสดใสที่อยู่ใต้คอนเซปต์ “เมืองโรงภาพยนตร์” แห่งนี้เป็นศูนย์รวมความบันเทิงที่สามารถเพลิดเพลินได้ทั้งวันกับช้อปปิ้งมอลล์ โรงภาพยนตร์ โรงละคร ร้านอาหาร โรงแรม 2 แห่ง โชว์รูม สำนักงาน และสวนสนุก ภายในเมืองขนาดย่อมแห่งนี้มีการขุดคลองให้ไหลผ่านใจกลางห้างแถมยังมีการแสดงน้ำพุแสงสีเสียงอลังการงานสร้างสุดๆไปเลย ไม่ว่าจะวัยไหนก็สามารถมีความสุขกับที่นี่ได้ทุกคน เดี๋ยวอย่าเพิ่งจบ ใครที่ชอบกินราเมงไม่ควรพลาดเลย เพราะที่ชั้น 5 เขามี “ราเม็งสเตเดี่ยม” เป็นแหล่งที่รวมราเมงอร่อยๆจากทั่วทุกซอกทุกมุมญี่ปุ่นมาอยู่ที่นี่ให้คนที่หลงรักในเส้นมาจัดกัน

เวลาเปิด – ปิด : 10.00 น. – 21.00 น. *ร้านอาหารปิด 23.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Hakata เดินอีกประมาณ 15 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติม Canalcity

5. ย่านเท็นจิน (天神)

เรียกว่าเป็น Downtown แหล่งช้อปปิ้งชั้นแนวหน้าของเมืองฟุคุโอกะเลยก็ว่าได้ โดยในบริเวณนี้จะเรียงรายไปด้วยร้านต่างๆมากมาย อาคารสำนักงาน โรงแรม ถนนคนเดินและรวมถึงห้างสรรพสินค้าก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ยังมี Tenjin Chikagai เป็นแหล่งช้อปปิ้งกว่า 150 ร้านที่สร้างขึ้นสไตล์ยุโรปก็ดูเก๋ไปอีกแบบ แต่ใครจะคิดละว่ามันจะอยู่ใต้ดินจากสถานีรถไฟใต้ดิน Tenjin ไปจนถึงสถานีรถไฟใต้ดิน Nishitetsu Fukuoka ถึงแม้ฝนจะตกแต่เพื่อนๆอยากจะช้อปปิ้งก็สามารถไปเลือกช้อปได้ตามสบายไม่ต้องกลัวเปียกฝนกันละ

เวลาเปิด – ปิด : แล้วแต่ร้านค้าแต่ละร้าน
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : อยู่ที่สถานีรถไฟ Tenjin เลยค่ะ

แผนที่ช้อปปิ้งใต้ดิน

6. ยาไต (屋台)

ยาไต คือร้านอาหารแผงลอยตามข้างทางในฮากาตะ เท็นจิน นากาสุ และนากาฮามะที่จะเต็มไปด้วยร้านแผงลอยกว่า 100 ร้าน เป็นสถานที่เดียวในญี่ปุ่นที่รัฐบาลอนุญาตให้ตั้งร้านแผงลอยได้ เมื่อพระอาทิตย์ตกดินก็จะมีการเปิดโคมไปท่ามกลางกลิ่มหอมๆของอาหารและเสียงพูดคุยสนุกสนานของผู้คนที่มากินกันที่นี่ สร้างความคึกคักให้กับบรรยากาศยาไตมากๆ ส่วนอาหารก็จะมีให้เลือกมากมายเลย ไม่ว่าจะเป็น โอเด้ง ยากิโทริ (ไก่ย่าง) ราเมง เทมปุระ เกี๊ยวซ่างี้ โอ๊ยย! แค่คิดก็ท้องร้องแล้ว สงสัยต้องไปกินอาหารที่นี่กันซะแล้ว

เวลาเปิด – ปิด : 18.00 น. – 02.00 น. (แล้วแต่ฟ้าฝนจะเป็นใจ *ส่วนใหญ่ปิดวันอาทิตย์)
ค่าเข้าชม : ก็แล้วแต่อาหารตามร้าน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟใต้ดิน Minami Tenjin หรือสถานีรถไฟใต้ดิน Nakasu Kawabata และเดินอีกประมาณ 10 นาที

7. ฟุคุโอกะทาวเวอร์ (福岡タワー)

หอคอยแห่งนี้คือแลนด์มาร์คของจังหวัดฟุคุโอกะ เพื่อนๆอาจจะคุ้นชื่อของตึกนี้ว่า “มิเรอร์เซลล์” ชื่อนี้ท่านได้แต่ใดมา ก็ได้มาจากการติดกระจกทั่วทั้งตึกสะท้อนวิวของเมืองฟุคุโอกะได้ดี ด้วยความสูง 234 เมตรจึงเป็นหอคอยติดทะเลที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปยังจุดชมวิวชั้น 5 ในระดับความสูง 123 เมตร เป็นอะไรที่ว้าวมากๆได้เห็นทั้งอาคารบ้านเรือนของเมือง และวิวบริเวณอ่าวฮากาตะ แถมตอนกลางคืนนะก็ยังมีการจัดอิลลูมิเนชั่นบนหอคอยในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและทานาบาตะ ให้แสงสว่างที่โรแมนติกมากๆ ทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของคู่รัก” ด้วยนะ ถือเป็นจุดชมวิวที่ไปได้ทุกช่วงเวลาเลย

เวลาเปิด – ปิด : 09.30 น. – 22.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 800 เยน เด็ก 500 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถฟไฟใต้ดิน Nishijin เดินอีกประมาณ 15 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติม Fukuokatower

8. สวนคาวาชิฟูจิ (河内藤園)

เป็นอุโมงค์ดอกไม้ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาชมความงามของดอกวิสทีเรียสีม่วงเข้ม ม่วงอ่อน ขาว และชมพูที่ห้อยลงมาเป็นอุโมงค์สีสันสดใสยาวประมาณ 100 เมตร ให้ความรู้สึกเหมือนว่าเรากำลังเดินเล่นอยู่ในเทพนิยายเลยล่ะ ถือเป็นไฮไลท์ให้นักท่องเที่ยวได้มาเดินลอดชมความงาม ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก นอกจากนี้นะ ยังมีต้นวิสทีเรียเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ที่ลำต้นขนาดใหญ่ขดเป็นเกลียวและกิ่งก้านที่แผ่ขยายออกไปดูมีเสน่ห์อย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้นไม่ควรพลาดที่จะมาดูความสวยงามของดอกไม้เหล่านี้เลย

เวลาเปิด – ปิด : 08.00 น. – 18.00 น.
ค่าเข้าชม : 500 – 1,500 เยน *ขึ้นอยู่กับฤดูกาล
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Hakata โดยรถไฟสาย Kagoshima ไปลงที่สถานี JR Yahata จากนั้นต่อรถบัส Nishitetsu ลงที่ป้าย Kawachi Elementary School และเดินอีกประมาณ 15 นาทีก็จะถึง
ข้อมูลเพิ่มเติม Kawachi

9. ศาลเจ้าดาไซฟุ (太宰府天満宮)

ศาลเจ้าดาไซฟุ คือศาลเจ้าที่มีความเกี่ยวข้องกับ สุกาวาระโนะ มิจิซาเนะ ที่คนญี่ปุ่นนับถือให้เป็น “เทพเจ้าแห่งวิชาการ” เป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงอีกที่หนึ่ง เป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวหรือคนญี่ปุ่นที่มักจะมาอธิษฐานขอพรกัน โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา ที่จะมาขอพรเรื่องการสอบสร้างความสบายใจให้ตัวเองกัน ก็จะมีลูบรูปปั้นวัวที่ตั้งอยู่หลายจุดภายในศาล และภายในมีประตูโทริอิขนาดใหญ่ สระน้ำขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบเป็นตัวอักษรญี่ปุ่น มีความหมายว่า หัวใจ โดยจะมีสะพานข้าม 3 ช่วง คือ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต บริเวณศาลเจ้ายังมีต้นบ๊วยกว่า 6,000 ต้นร่มรื่นสุดๆ ยิ่งช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – กลางเดือนมีนาคมจะกลายเป็นจุดชมดอกบ๊วยที่สวยงามมากอีกด้วย

เวลาเปิด – ปิด : 06.00 น.​ – 19.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรีจ้า
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Dazaifu เดินอีกประมาณ 5 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติม Dazaifu

10. วัดโคเมียวเซ็นจิ (光明禅寺)

ตั้งอยู่ตรงข้ามศาลเจ้าดาไซฟุ สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 1816 เป็นวัดเซนเก่าแก่ที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งบนเกาะคิวชู ความโดดเด่นของวัดแห่งนี้คือ มีการจัดสวนหินญี่ปุ่นที่ถูกเรียงไว้รอบวัดอย่างประณีตสวยงามไม่มีสระน้ำหรือสำธาร แต่จะตกแต่งด้วยหินก้อนใหญ่กับกรวดก้อนเล็กๆที่มาทำเป็นลวดลายรอบก้อนหินแต่ละจุด ตัดกับสีเขียวของมอสและต้นไม้น้อยใหญ่ ต้อไม้ใหญ่ของที่วัดส่วนมากจะเป็นต้นเมเปิ้ล ซึ่งช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดงเหลืองร่วงลงบนก้อนหินและกรวดยิ่งดูงดงามเข้าไปใหญ่ จึงมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

เวลาเปิด – ปิด : 08.00 น. – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : 200 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Dazaifu เดินอีกประมาณ 5 นาที

จะกระตุ้นต่อมอยากไปเที่ยวของเพื่อนๆบ้างมั้ย นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของจังหวัดฟุคุโอกะเท่านั้นนะคะ ถ้าเพื่อนๆอยากจะสัมผัสหรือรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่านี้ ก็ต้องเก็บกระเป๋าแล้วออกเดินทางกันเลย GO!

อ้างอิง : Fukuoka Wannee Yahoo Fanfun Myyado Gazone Akanbe Taptrip Shukyaku
ผู้เขียน : JEENTT

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ

Written by chibi-anngle

chibi-anngle

นักเขียนหน้าใหม่ไฟแรงของ anngle มาร่วมแชร์ประสบการณ์และเรื่องราวดีๆของญี่ปุ่นให้กับแฟนๆผู้รักญี่ปุ่นทุกท่าน

พลิกหน้าโฉมโรงเรียนสอนโยคะใหม่! ด้วยแสงไฟสลัว ดนตรีตื๊ดๆ และครูสอนหนุ่มหล่อล่ำ!

พบการระบาดของเชื้อแบคทีเรียลีเจียนเน็ลลาในโรงอาบน้ำออนเซ็น มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย